ตอนที่ 744
ตอนที่ 744 ว่าจ้างทนายความ
October 28, 2026
ตอนที่ 744 ว่าจ้างทนายความ
หลังจากประตูถูกปิดลง หยินปู้ฝันก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วงว่า “เมื่อวานนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอและเป่หมิงโม่”
กู้ฮอนส่ายหน้า เธอเล่าเรื่องเมื่อที่เกิดขึ้นเมื่อวานตอนบ่ายจนถึงตอนกลางคืนให้หยินปู้ฝันฟังคร่าวๆรอบหนึ่ง
เพียงแต่มีรายละเอียดมากมายที่เธอเล่าข้ามไป โดยเฉพาะข่าวที่หวีหรูเจี๋ยตามมาเมือง A ด้วย
เพราะเธอรู้ว่า ทุกคนล้วนคิดว่าหวีหรูเจี๋ยตายไปแล้ว ถ้าหากว่าผลีผลามพูดออกไปแล้วล่ะก็ เกรงว่าจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมา
เมื่อหยินปู้ฝันได้ยินชื่อโม้จิ่งเฉิงชื่อนี้ เขาก็มีท่าทางตะลึงเล็กน้อย
“ปู้ฝัน นายเป็นอะไรไปน่ะ” กู้ฮอนเห็นสีหน้าเขาผิดปกติเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร ฉันเพียงแค่จะยืนยันสักหน่อย เธอบอกว่าโม้จิ่งเฉิงใช่หรือไม่ โม้จิ่งเฉิงคนที่อยู่ด้วยกันกับคุณป้าหวีหรูเจี๋ยของฉันคนนั้น” หยินปู้ฝันเอ่ยถาม
นี่ไม่ได้ทำให้กู้ฮอนรู้สึกประหลาดใจอะไร เพราะเธอรู้ว่าเดิมคุณป้าหวีหรูเจี๋ยกับคุณแม่ของหยินปู้ฝันนั้นเป็นพี่สาวน้องสาวแท้ๆ
ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าอย่างเงียบๆ
“เขามาทำอะไรที่นี่ แล้วรู้จักกับเธอได้อย่างไร ตอนแรกได้ยินคุณแม่ฉันบอกว่าเขาไปเมืองซาบาห์แล้วก็ไม่เคยมาปรากฏตัวที่นี่อีกเลย” หยินปู้ฝันคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจอยู่บ้าง
“ที่จริงแล้ว ฉันนับถือเขาเป็นพ่อบุญธรรมตั้งนานแล้ว ตอนแรกที่อาศัยอยู่ที่บ้านแอนนิในเมืองซาบาห์ ล้วนอาศัยเขาช่วยเหลือพวกเรา” กู้ฮอนเล่าคร่าวๆ
หยินปู้ฝันเข้าใจได้ในทันที “ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
ตอนนี้ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาเบาๆ จากนั้นประตูก็เปิดออก ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก
***
หยินปู้ฝันหันหน้าไปมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามา ใบหน้าเผยรอยยิ้มบางๆ พลางเอ่ยถาม “ขออนุญาตสอบถามครับ คุณผู้ชายท่านนี้มีเรื่องอะไรหรือ”
กู้ฮอนหมุนตัวกลับไป ใบหน้าก็ปรากฏแววตะลึงออกมา เธอรีบลุกขึ้นยืน “พ่อบุญธรรม คุณมาที่นี่ได้อย่างไรคะ”
พ่อบุญธรรมหรือ หยินปู้ฝันมองชายหนุ่มเบื้องหน้า หรือว่าเขาจะเป็นโม้จิ่งเฉิง
โม้จิ่งเฉิงยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นมา เห็นในมือของเขาถือกระเช้าผลไม้อยู่กระเช้าหนึ่ง
กู้ฮอนรีบเดินเข้าไปอยู่ข้างกายเขา “พ่อบุญธรรม คุณหาที่นี่เจอได้อย่างไรคะ ทั้งยังเอาของมาด้วย” เธอเอ่ยแล้วก็รีบรับกระเช้าผลไม้มา วางไว้มุมหนึ่งบนโต๊ะน้ำชา
จากนั้นก็ชี้ไปที่หยินปู้ฝัน “พ่อบุญธรรม นี่คือเจ้านายควบคู่ไปกับเพื่อนสนิทของหนูค่ะ......”
เธอกำลังจะเอ่ยแนะนำต่อ แต่โม้จิ่งเฉิงยิ้มพลางตัดบทเธอ แล้วชี้ไปทางหยินปู้ฝัน “เธอน่าจะคือปู้ฝันสินะ”
นี่ทำให้หยินปู้ฝันตะลึง “พวกเราเคยพบหน้ากันหรือครับ” ภายในความทรงจำของเขาไม่เคยพบหน้ากับโม้จิ่งเฉิงมาก่อน
กู้ฮอนก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
โม้จิ่งเฉิงเอ่ยต่อว่า “ไม่ต้องคิดหรอก ตอนที่ลุงเจอเรา เรายังเกาะอยู่บนร่างของคุณแม่เราอยู่ ลุงเพิ่งจะอุ้มเรา เราก็ร้องไห้แงๆ......”
หยินปู้ฝันถูกพูดจนใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาในทันที รีบเอ่ยตัดบทเขาอย่างเกรงใจว่า “คุณ คุณโม้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องในวัยเด็กของผมก็ได้ครับ”
กู้ฮอนหันหน้ากลับไปก็เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของหยินปู้ฝัน “พ่อบุญธรรม คุณรู้จักเขามาตั้งนานแล้วหรือคะ รีบเล่าให้หนูฟังหน่อยค่ะว่าสถานการณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไร”
เดิมห้องทำงานที่มีบรรยากาศน่าอึดอัดก็เปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
หยินปู้ฝันส่งสายตาให้กับกู้ฮอนหลายครั้ง จากนั้นก็รีบชี้ไปที่ที่นั่งด้านข้าง “คุณโม้ อ่อ ไม่สิ ลุงโม้ เชิญนั่งครับ เชิญนั่ง”
กู้ฮอนนั่งเป็นเพื่อนกับโม้จิ่งเฉิงบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านข้างโต๊ะน้ำชา หยินปู้ฝันรีบชงชาแล้ววางบนโต๊ะน้ำชา
รอจนทุกคนนั่งเรียบร้อยแล้ว หยินปู้ฝันก็เอ่ยว่า “ลุงโม้มาครั้งนี้ คงไม่ได้มาเยี่ยมผมกับกู้ฮอนหรอกใช่ไหมครับ”
กู้ฮอนไม่รอให้โม้จิ่งเฉิงพูดก็แย่งตอบแทนว่า “อย่างไร พ่อบุญธรรมไม่ได้มาเยี่ยมฉันแล้วจะมีอะไรอื่นอีกหรือ”
โม้จิ่งเฉิงยิ้มบางๆ “ปู้ฝันพูดไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย ครั้งนี่ที่ฉันมา นอกจากจะมาเยี่ยมพวกเธอสองคนแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้พวกเธอช่วยเหลือฉันเล็กน้อย”
หยินปู้ฝันมองกู้ฮอน ยิ้มอย่างได้ใจ “ลุงโม้ มีเรื่องอะไรที่พวกเราสามารถทำได้ ก็รีบพูดมาเถอะครับ”
“ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงแค่ตอนนี้สำนักงานของบริษัทฉันจำเป็นจะต้องว่าจ้างทนายความมาช่วยเหลือพวกเราจัดการภารกิจในชีวิตประจำวันสักหน่อย” โม้จิ่งเฉิงพูดคร่าวๆ
หยินปู้ฝันพยักหน้า “นี่ไม่มีปัญหาอะไร ขออนุญาตถามชื่อบริษัทของคุณลุงคือ....”
“บริษัทGT” โม้จิ่งเฉิงเอ่ย หยิบแก้วขึ้นมาดื่มชา
เมื่อคำพูดนี้ถูกพูดออกมา หยินปู้ฝันก็ตะลึงค้างอยู่ที่นั่น “บริษัทGTหรือครับ!” แม้ว่าเขาจะไม่อยู่ในวงการธุรกิจไปทั่วสารทิศอย่างเป่หมิงโม่ แต่ก็ไม่ได้ไม่รู้อะไรเลยบริษัทGTเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีทุนมหาศาลมาก
เขาเอ่ยต่อว่า “ลุงโม้ ผมมีข้อสงสัยอยู่ข้อหนึ่ง คุณลุงอย่าคิดเป็นอื่นนะครับ ผมได้ยินมาว่ากระทั่งคนในบริษัทยังพบหน้ากับประธานบริษัทของบริษัทGTน้อยมาก.....”
“เอาเถอะ ลุงรู้แล้วว่าเราอยากจะถามอะไร” โม้จิ่งเฉิงเอ่ยหยุดคำพูดหลังจากนั้นของเขา “บริษัทGTของพวกเรานั้นได้ทำสัญญาออกแบบตึกสำนักงานใหญ่กับบริษัทเป่หมิง ถ้าหากว่าเรามีข้อสงสัยอะไร ถามพวกเขาก็ชัดเจนแล้ว”
หยินปู้ฝันได้ยินว่าบริษัทเป่หมิงมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแล้ว ยังจะพูดอะไรอีก เป่หมิงโม่ คนที่ฉลาดเฉลียวอย่างไอ้หมอนั่น เขายังอนุมัติในเรื่องนี้ ตัวเองยังจะมีอะไรให้พูดอีก
“ได้ ลุงโม้ งานนี้พวกเรารับแล้ว ผมจะส่งทนายความไปในไม่ช้านี้ครับ” หยินปู้ฝันพูดพลางยื่นมือออกไปทางโม้จิ่งเฉิง
โม้จิ่งเฉิงยิ้มบางๆ “ปู้ฝัน เราควรจะเรียกลุงว่าลุงเขยถึงจะถูก”
***
ลุงเขยหรือ! นี่ทำให้หยินปู้ฝันมึนงงยิ่งกว่าเดิม
แน่นอนว่ากู้ฮอนรู้สาเหตุที่มานี้ คุณป้าหวีหรูเจี๋ยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับโม้จิ่งเฉิง
หวีหรูเจี๋ยก็เป็นคุณป้าของหยินปู้ฝัน โม้จิ่งเฉิงไม่ใช่ลุงเขยของเขาแล้วจะเป็นอะไร
แต่ว่าเธอไม่ทำลายหน้าต่างกระดาษบางๆ( เป็นการเปรียบเปรยเกี่ยวกับการพูดจาในเรื่องที่ทุกคนต่างทราบอยู่แล้ว ว่าเอ่ยตรงๆ ไม่อ้อมค้อมอะไร)ชั้นนี้