ตอนที่ 779
ตอนที่ 779 เหม่อลอย
October 28, 2026
ตอนที่ 779 เหม่อลอย
โม้จิ่งเฉิงถอนหายใจยาว “พ่อคิดว่าตอนนั้นหวีหรูเจี๋ยบ้าไปแล้วจริงๆ ไม่อยากนั้นจะใจร้ายลงมือกับโม่ได้อย่างไรกัน ตอนนั้นพ่อตัดสินใจไม่ให้เธอกลับไปบ้านตระกูลเป่หมิงอีก เดิมเธอก็ถูกเป่หมิงเจิ้งเทียนแย่งเอาไป วันนี้หลังจากเธอวางยาพิษกับลูกชาย ถ้าหากว่ายังส่งเธอกลับไปอีก อย่างนั้นเธอจะต้องไม่มีชีวิตเหลือแล้ว ดังนั้นพ่อจึงซ่อนเธอเอาไว้ ในช่วงเวลานั้นพ่อก็ยังได้ยินว่าเป่หมิงเจิ้งเทียนใช้เงินทั้งใต้ดินและแบบที่ถูกกฎหมาย สาบานว่าจะต้องฆ่าหวีหรูเจี๋ยให้ได้ พ่อเห็นว่าเรื่องนี้ท่าทางไม่ดีแล้วจึงฝากให้คนแอบพาพ่อกับหวีหรูเจี๋ยออกไปส่งที่เมืองซาบาห์เงียบๆ”
“พ่อบุญธรรม คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากเรื่องนี้แล้วจะมีเรื่องเกิดขึ้นอีกมากมาย แต่หนูก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมคุณป้าหวีหรูเจี๋ยถึงได้กลายเป็นแบบนี้ได้ หนูก็ได้ยินคุณแม่เล่าเรื่องที่พวกเธอเคยอยู่ด้วยกัน แต่ว่าจากปากเธอ คุณป้าหวีหรูเจี๋ยนั้นมีนิสัยใจกว้าง ชอบพูดชอบหัวเราะ แต่เมื่อคิดถึงตอนที่หนูได้พบกับคุณป้าหวีหรูเจี๋ยเป็นครั้งแรกนั้น เธอก็มีท่าทางเหมือนกับตอนนี้แล้ว” กู้ฮอนก็เอ่ยคำถามที่สงสัยอยู่ในใจออกมาทีเดียว
เธอคิดว่านิสัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของหวีหรูเจี๋ยจะต้องมีสาเหตุอย่างแน่นอน
“ฮอน ลูกพูดไม่ผิดเลย นิสัยของหวีหรูเจี๋ยนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากจริงๆ พ่อค้นพบตั้งนานแล้ว แต่ว่าในตอนนั้นเธอเป็นคนของเป่หมิงเจิ้งเทียนแล้ว พ่อไม่มีหนทางที่จะช่วยเหลือเธอได้แล้ว” โม้จิ่งเฉิงเสียดายและเสียใจอยู่เล็กน้อย
ในเวลานั้น กู้ฮอนก็คิดถึงเรื่องที่ลูกพูดกับเธอขึ้นมาได้กะทันหัน เธอหยั่งเชิงถามโม้จิ่งเฉิงอีกว่า “พ่อบุญธรรม นับตั้งแต่ที่คุณป้าหวีหรูเจี๋ยแต่งให้กับคุณท่านเป่หมิงไปแล้ว เธอมักจะไปมาหาสู่กับใครหรือคะ”
โม้จิ่งเฉิงคิ้วขมวดพลางครุ่นคิด “หวีหรูเจี๋ย เธอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณแม่ของเธอและท่านนายเป่หมิงในตอนนี้มาโดยตลอด ถ้าให้พูดว่าดีที่สุดล่ะก็ อย่างนั้นก็ควรจะเป็นคุณแม่ของเธอ ไม่อย่างนั้นในตอนนั้นเธอจะฝากฝังลูกให้หวีหรูเจี๋ยดูแลทำไมกัน เพียงแต่หลายวันก่อนจะทำลูกหายไป พ่อได้ไปหาหวีหรูเจี๋ยมาก่อน ไม่กลัวว่าลูกจะเห็นเป็นเรื่องตลกหรอกนะ แม้ว่าตอนนั้นเธอจะแต่งให้กับเป่หมิงเจิ้งเทียนไปแล้ว แต่พ่อกับเธอก็ยังคงมีการไปมาหาสู่กันอยู่ ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนั้น แต่เป็นเหมือนเพื่อนกัน พ่อเพิ่งจะเข้าไปหลังเวทีก็เห็นเจียงฮุ่ยซินเดินออกมาจากห้องแต่งหน้าของหวีหรูเจี๋ยอย่างร้อนรน ตอนนั้นพ่อยังถามเธอเลย”
กู้ฮอนฟังถึงตรงนี้แล้ว สติก็ตึงเครียดขึ้นมา
***
สำหรับความทรงจำในอดีตของโม้จิ่งเฉิงนั้นทำให้กู้ฮอนตั้งสติให้มีสมาธิมากขึ้น อาศัยความคุ้นชินในสายอาชีพของตัวเองมาจับเบาะแสเล็กๆที่อาจจะปรากฏขึ้นในทุกประโยคของเขา
โม้จิ่งเฉิงเอ่ยต่อว่า “ตอนที่พ่อเดินเข้าไปหาหวีหรูเจี๋ยที่ด้านหลังเวทีนั้นก็เห็นเจียงฮุ่ยซินเดินออกมาจากห้องแต่งหน้าของเธอ พ่อถามเธอว่ามาหาหวีหรูเจี๋ยใช่หรือไม่ เธอก็บอกว่ามาช่วยหวีหรูเจี๋ยหาของ”
กู้ฮอนฟังถึงตรงนี้แล้วคิ้วก็ขมวดเล็กน้อย พลางพยักหน้าเบาๆ บางทีอาจเป็นเบาะแสสำคัญเบาะแสหนึ่ง
เธอเอ่ยถามต่อว่า “พ่อบุญธรรม อาการปวดหัวของคุณป้าหวีหรูเจี๋ยถูกค้นพบตั้งแต่เมื่อไรหรือคะ”
“อาการป่วยนี้มีมานานมากแล้ว ดูเหมือนว่าจะพบหลังจากที่ทำลูกหายไป อาการป่วยนี้ทรมานเธอมา 20 กว่าปีแล้ว ถ้าหากว่าเธอทำลูกหายไปแล้วต้องได้รับบทลงโทษแล้วล่ะก็ อย่างนั้นบางทีอาการป่วยนี้ก็กำลังลงโทษเธออยู่ ที่จริงแล้วพ่ออยากให้อาการเจ็บปวดนั้นอยู่ที่พ่อ เธอทุกข์ทรมานมากพอแล้ว”
โม้จิ่งเฉิงเอ่ย หน่วยตาเขาแดงระเรื่อ
ในความทรงจำของกู้ฮอน พ่อบุญธรรมเป็นผู้ชายที่เข้มแข็งมากคนหนึ่ง
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณป้าหวีหรูเจี๋ยแล้ว เขาก็จะกลายเป็นคนอ่อนแอ
ถ้าหากว่าทุกคนมีจุดอ่อนแล้วล่ะก็ อย่างนั้นคุณป้าหวีหรูเจี๋ยก็คือจุดอ่อนของเขา
*
กู้ฮอนเฝ้าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยของคุณแม่ ลมหายใจของลู่ลู่นั้นสม่ำเสมอเป็นอย่างมาก
กู้ฮอนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงบทสนทนาระหว่างตัวเองกับพ่อบุญธรรมที่สนามหญ้าเมื่อครู่นี้อีกครั้ง
ผนวกกับเรื่องที่ลูกๆเล่าให้เธอฟัง ชั่วขณะนั้นทำให้เธอรู้สึกกลัวจนตัวสั่นเล็กน้อย
ถ้าหากว่าการหายตัวไปของตัวเองเป็นแค่แผนร้ายแผนหนึ่งล่ะก็ อย่างนั้นคนที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดคือใคร
คือเจียงฮุ่ยซินหรือ ดูจากหลักฐานที่ตัวเองมีอยู่นั้นก็เหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
แต่เธอไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าล้วนเป็นเพื่อนสนิทที่ผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน แล้วเกิดความโลภเมื่ออยู่ต่อหน้าผลประโยชน์อย่างนั้นหรือ ไม่ใช่เพียงเท่านี้ ยังเปลี่ยนไปจนน่ากลัวอีกด้วย
ในตอนนั้นลู่ลู่ก็รู้สึกตัวขึ้นมา เธอขยับมือเล็กน้อย
กู้ฮอนรีบยื่นมือไปคว้าจับมือของคุณแม่เอาไว้ “คุณแม่ หนูอยู่ข้างกายคุณแม่ค่ะ”
“ฮอน แม่อยู่ที่ไหนกัน” น้ำเสียงของลู่ลู่อ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
“คุณแม่ ตอนนี้คุณแม่อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ ไม่เป็นไรแล้วนะคะ คุณหมอตรวจคุณแม่แล้วบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก ให้ความร่วมมือกับการดูแลรักษา ใช้เวลาไม่นานมากก็จะดีขึ้นนะคะ”
ลู่ลู่พยักหน้าช้าๆ “ฮอน ขอโทษนะลูก ล้วนเป็นแม่ไม่ดีเอง”
กู้ฮอนได้ยินคำพูดของคุณแม่ ในใจก็เหมือนกับถูกมีดแทงลงมา
สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้เหมือนกับที่โม้จิ่งเฉิงพูดไว้ เห็นคนที่ตัวเองรักได้รับความทุกข์ทรมานก็อยากจะให้ตัวเองเป็นผู้รับความทุกข์ทรมานนั้นเอาไว้เอง
“คุณแม่ คุณแม่อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ ล้วนเป็นความผิดของลูก ที่ไม่ได้ดูแลคุณแม่ให้ดี” กู้ฮอนพูด หยาดน้ำตาไหลรินจากนัยน์ตา
*
เวลาบ่าย กู้ฮอนขับรถกลับไปยังสำนักงาน
ตลอดทาง ใจของเธอหนักอึ้งจนทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกเล็กน้อย
ห้องชงชาในสำนักงานกฎหมายหยินซือ มือหนึ่งของกู้ฮอนวางค้างอยู่บนปุ่มกดของเครื่องกาแฟ
เธอจมอยู่ในความคิด มองไปยังบานกระจกเบื้องหน้า
“กู้ฮอน ฉันเห็นว่าสีหน้าของเธอดูไม่ค่อยจะดี ในบ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่” เวลานี้เองที่หยินปู้ฝันถือแก้วเปล่าเดินจากห้องทำงานเข้ามา เห็นท่าทางแบบนี้ของเธอแล้วจึงเอ่ยถาม
กู้ฮอนสติกลับมาในทันที “ไม่ ไม่ได้มีเรื่องอะไร” เธอเอ่ย ดึงแก้วที่อยู่ในมือกลับมา หมุนตัวจะเดินออกไปข้างนอก
“กู้ฮอน เธอบอกว่าไม่มีเรื่องอะไร เธอดูแก้วในมือของเธอสิ” หยินปู้ฝันที่อยู่ด้านข้างเอ่ยเตือนขึ้นมา
กู้ฮอนก้มหน้ามองก็เห็นว่าแก้วในมือตัวเองยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม