ตอนที่ 831
ตอนที่ 831 ทานข้าวกลางวันด้วยกันครั้งแรก
October 28, 2026
ตอนที่ 831 ทานข้าวกลางวันด้วยกันครั้งแรก
แต่เขายังคงสงบสติอารมณ์ มองไปยังที่นั่งว่างเปล่าของกู้ฮอนอีกครั้ง
“เช้านี้ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ไปดูสถานการณ์ที่โรงพยาบาลเถอะ ถ้าเจอกู้ฮอนก็บอกเธอด้วยว่าถ้าต้องการอะไรบอกได้ตามสบาย พวกเราทางนี้จะพยายามช่วยเธออย่างเต็มที่”
เป่หมิงโม่พูดจบก็ก้มมองดูนาฬิกา “ฉันกับโม้จิ่งเฉิงนัดคุยธุระกันไว้ แล้วตอนบ่ายฉันจะไปดูสถานการณ์ที่โรงพยาบาล”
ฉิงฮัวพยักหน้า“ครับเจ้านาย ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
โรงแรมแมนดาริน ห้องเพรสซิเดนสูท
“มาแล้วเหรอ”โม้จิ่งเฉิงเปิดประตู เห็นเป่หมิงโม่ยืนอยู่หน้าทางเข้า ใบหน้าพลันยิ้มเรียกให้เขาเข้ามา
เป่หมิงโม่เดินเข้าไป สแกนห้องต่างๆอย่างรวดเร็ว หวีหรูเจี๋ยไม่ได้อยู่ในห้อง
โม้จิ่งเฉิงปิดประตู ตามหลังเขาและเดินตามเขาไปด้วยรอยยิ้ม“แม่ของเธอรู้ว่าพวกเรามีธุระจะคุยกัน เลยลงไปเดินเล่นข้างล่าง เธอนั่งตามสบายเถอะ”
“โถ่ เธอดูเวลาสิ เดินไวจริงๆเลย แป๊บๆจะเที่ยงแล้ว ถ้าเที่ยงแล้วเธออย่าเพิ่งกลับนะอยู่ทานอาหารด้วยกันก่อน”โม้จิ่งเฉิงพูดถึงตรงนี้ หวีหรูเจี๋ยก็เดินเข้ามา
โม้จิ่งเฉิงหันหลังกลับ“เธอกลับมาพอดีเลย เมื่อกี้ฉันเพิ่งชวนโม่ทานอาหารกลางวันกับพวกเรา”
หวีหรูเจี๋ยดีใจเป็นพิเศษที่เห็นลูกชายของเธอมา“โม่ ลูกมาแล้ว”
เป่หมิงโม่เห็นผู้เป็นแม่กลับเข้ามา ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็พยักหน้าให้เธอนับว่าเป็นการทักทาย
โม้จิ่งเฉิงโทรศัพท์หาแผนกต้อนรับของโรงแรม ไม่นานอาหารกลางวันมื้อใหญ่ที่พวกเขาก็จัดเตรียมให้แก่โม้จิ่งเฉิงก็มาถึง
“มามามา......พวกเราก็คนกันเองกันทั้งนั้น ไม่ต้องเกรงใจ”
***
โม้จิ่งเฉิงทักให้เป่หมิงโม่ทานอาหาร นี่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกหวีหรูเจี๋ยและลูกชายทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกัน
เธอนั่งหน้าโต๊ะอาหาร เห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นเล็กน้อย ดวงตามีประกายใสระยิบระยับของน้ำตา
“หรูเจี๋ย เธออยากทานอาหารกับโม่มาตลอดเลยไม่ใช่เหรอ ตอนนี้เป็นจริงแล้วนะทำไมยังเศร้าอยู่อีกล่ะ”ถึงแม้ว่าโม้จิ่งเฉิงจะพูดออกมาแบบนั้น แต่ในใจเขามีหรือจะไม่รู้
เป่หมิงโม่ไม่ได้พูดอะไร เพียงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นให้หวีหรูเจี๋ย
ขาเทียมที่หวีหรูเจี๋ยใช้ตอนนี้คืออันที่ลูกชายเป็นคนให้เธอ เมื่อมีมันเธอก็สามารถทำเรื่องง่ายๆได้เอง
เธอรับผ้าเช็ดหน้าไว้ แม้ว่าเธอจะไม่รู้สึกถึงอุณหภูมิของมัน แต่ในใจรับรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกชายทำให้ตัวเองด้วยหัวใจ
อาหารกลางวันมื้อนี้ พวกเขาใช้เวลากินเนิ่นนาน แน่นอนว่าเป็นมื้ออาหารที่อบอุ่นที่สุดสำหรับพวกเขา
“โม่ ต้องขอบใจนะที่เธอไปเยี่ยมลู่ลู่แทนฉันวันนี้ เธอดูเป็นอย่างไรบ้าง”หลังจากมื้อกลางวัน บนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยผลไม้
เห็นได้ชัดว่าหวีหรูเจี๋ยอารมณ์ดีมากๆที่ลูกชายของตัวเองทานอาหารสุดแสนอร่อยมื้อนี้ด้วยกัน
เมื่อเป่หมิงโม่ถูกถามถึงเรื่องลู่ลู่ เขาก็เกิดลังเลขึ้นมา
เขาไม่รู้ว่าควรจะบอกกับแม่อย่างไร
แต่เรื่องนี้ ตามความสัมพันธ์ของเธอกับกู้ฮอนแล้ว แน่นอนว่าไม่ช้าก็เร็วก็ต้องรู้อยู่ดี
เขามองไปที่รอยยิ้มบนใบหน้าของหวีหรูเจี๋ยอีกครั้งและในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดมันออกไป
“ตอนที่ผมไป ร่างกายเธอดูจะดีขึ้นมาก เธอยังฝากผมให้มาขอบคุณคุณด้วยครับ ”
เมื่อหวีหรูเจี๋ยได้ยินว่าอาการของลู่ลู่ดีขึ้น เธอก็โล่งใจ“ดีแล้วๆ พวกเราก็เป็นพี่เป็นน้องกันมาตั้งกี่สิบปี ยังจะมาขอบคุณอะไรกันอีก โม่ จากอาการของเธอตอนนี้ คุณหมอได้บอกไหมว่าเมื่อไหร่เธอจะออกจากโรงพยาบาล ”
“ประ......ประมาณ2-3เดือนครับ”เป่หมิงโม่ก้มหัวลง เขาไม่กล้ามองตาคู่นั้นของแม่
เพราะในขณะนี้ สีหน้าของเขาดูแย่ไม่น้อย บางทีเธออาจจะดูออกได้จากสีหน้าว่าคำพูดทั้งหมดที่พูดไปเมื่อครู่กำลังโกหกเธออยู่
“อืม นั้นก็ดีแล้ว อีกไม่กี่เดือน พวกเราพี่น้องจะได้รวมตัวกันสักที ”ใบหน้าของหวีหรูเจี๋ยเผยรอยยิ้ม พยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
“หรูเจี๋ย พอแล้วๆ อนาคตยังอีกยาวไกลหน่า ฉันว่าโม่อยู่ที่นี่นานแล้ว เขาออกมานานแบบนี้ เดาว่าที่กรุ๊ปคงมีหลายเรื่องที่ต้องการให้เขากลับไปจัดการนะ เธอไปพักในห้องนอนเถอะ ฉันจะไปส่งเขาเอง”
หวีหรูเจี๋ยไม่เห็นความผิดปกติของเป่หมิงโม่ แต่ก็ไม่สามารถตบตาโม้จิ่งเฉิงได้
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคำตอบที่เขาตอบหวีหรูเจี๋ยดูเหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่าง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ต้องเกี่ยวกับลู่ลู่อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่อยากให้แม่ของเขารู้อีกต่างหาก
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องให้หวีหรูเจี๋ยออกไปก่อน บางทีเขาอาจจะพูดอะไรออกมา
หวีหรูเจี๋ยลุกขึ้นยืน เธอไม่พบความผิดปกติใดๆของลูกชายเลยแม้แต่น้อย พูดกับเป่หมิงโม่“โม่ ขอบคุณลูกที่มากินข้าวมื้อนี้เป็นเพื่อนแม่นะ แม่มีความสุขมากๆ หวังว่าวันหลังเราจะมีโอกาสได้มานั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนวันนี้นะ”พูดจบเธอหันหลังกลับเดินเข้าไปในห้องนอน
รอให้หวีหรูเจี๋ยเดินห่างไป เป่หมิงโม่เงยหน้าขึ้น พูดกับโม้จิ่งเฉิง:“คุณไม่ต้องไปส่งผมหรอก”
โม้จิ่งเฉิงลุกขึ้นยืน ยื่นมือว่างบนไหล่ของเขา“ตอนนี้พวกเราก็นับว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ก็ได้”เขาพูดพลางเอาฝ่ามือทิ้งน้ำหนักลงบนไหล่ของเป่หมิงโม่
***
เป่หมิงโม่รู้สึกได้ถึงแรงจากเขา หันหน้าไปเหลือบมองที่ไหล่ของตัวเอง“ครับ”