ตอนที่ 841
ตอนที่ 841 แสร้งเล่นละครตบตา
October 28, 2026
ตอนที่ 841 แสร้งเล่นละครตบตา
“ไม่มีอะไรครับ ก่อนหน้านี้ผมก็รู้สึกได้แล้วว่าคุณชายยี่เฟิงกำลังแอบซื้อตัวเหล่าผู้รับผิดชอบแผนกต่างๆเป็นจำนวนไม่น้อยอย่างเงียบๆ วันนี้ดูท่าสิ่งที่ผมคาดเดาเอาไว้จะถูกต้องทั้งหมด ตอนนี้ผมเป็นกังวลเล็กน้อยว่า ถ้าหากคุณชายยี่เฟิงยังก่อเรื่องเช่นนี้ต่อไปแล้วล่ะก็ น่าเป็นห่วงจริงๆ ตอนที่คุณชายไม่อยู่ พวกเขาก็จะกระทำความผิดอย่างกำเริบเสิบสานมากกว่าเดิม บริษัทเป่หมิงนั้นกำลังเข้าสู่ช่วงสภาพวิกฤตแล้วครับ”
คำพูดของฉิงฮัวเป็นการเตือนกู้ฮอนให้เตรียมหามาตรการว่าจะรับมือเป่หมิงยี่เฟิงอย่างไรดีแต่เนิ่นๆ
แต่สำหรับเธอแล้ว ตัวเองจะสามารถทำอะไรได้กัน นอกเหนือจากตำแหน่งประธานบริษัทเป่หมิงในนามที่เธอเป็นอยู่แล้ว อะไรก็ไม่สามารถทำได้ ไม่มีเกียรติคุณ ยิ่งไม่มีผู้ประจบสอพลอใดๆ
เป่หมิงโม่ ไอ้หมอนี่ ตอนจากไปก็ยังโยนปัญหาที่ยากและใหญ่หลวงทิ้งไว้ให้ตัวเองอย่างหนึ่งอีก
*
“ฮอน คืนนี้เธอมาที่บ้านใหญ่สักรอบหนึ่งได้ไหม ป้ามีเรื่องอยากพูดคุยกับเธอสักหน่อย” ระหว่างทางกลับบ้านลั่วเฉียว กู้ฮอนก็ได้รับโทรศัพท์จากเจียงฮุ่ยซินที่โทรมาหาเธอ
“ได้ค่ะคุณป้าซิน หนูจะไปเดี๋ยวนี้เลย” กู้ฮอนเอ่ยจบก็หักเลี้ยวพวงมาลัยขับรถมุ่งหน้าไปยังทิศทางบ้านใหญ่ของตระกูลเป่หมิง
***
เจียงฮุ่ยซินกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องรับแขก เฉิงเฉิงและหยางหยางก็อยู่ในห้องของตัวเองทำเรื่องของแต่ละคนไป
ตั้งแต่เธอได้พบกับเป่หมิงยี่เฟิงแล้ว ตลอดทางกลับมาเธอก็รู้สึกไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย
สาเหตุที่เป่หมิงโม่มอบตำแหน่งประธานบริษัทให้กับกู้ฮอน ก็เพราะไม่ต้องการให้อำนาจตกอยู่ในมือของเขาไม่ใช่หรือ
พูดชื่อให้น่าฟังหน่อยก็เรียกว่าอะไร ‘ตัวแทนประธานบริษัทชั่วคราวคนหนึ่ง’
แต่ชั่วคราวที่ว่านี่เป็นระยะเวลานานเท่าไรกันล่ะ
หนึ่งเดือน ครึ่งปี หรือว่าจะนานยิ่งกว่านี้กัน
หรือต้องรอให้เฉิงเฉิงหรือว่าหยางหยางเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ก่อนกัน
ถ้าหากว่าตอนนี้ยังมีการออกว่าราชการหลังม่านอยู่อีกล่ะก็ อย่างนั้นก็ไม่แน่ว่าเป่หมิงโม่จะให้กู้ฮอนทำอย่างนั้นหรือไม่
เพราะว่าท่ามกลางผู้คนมากมายในตระกูลเป่หมิงนั้นมีเพียงแค่เฉิงเฉิงและหยางหยางเท่านั้นที่เป็นคนที่สนิทใกล้ชิดเขามากที่สุด และเฉิงเฉิงก็เป็นคนที่ได้ใจเป่หมิงโม่ไปมากที่สุด
ยิ่งกว่านั้นตอนที่เขายังเด็กอยู่ เป่หมิงโม่ก็เริ่มบ่มเพาะความสามารถให้กับเขาแล้ว
แม้ว่าจะไม่เกิดเรื่องอย่างในวันนี้ แต่เป่หมิงโม่ก็จะมอบทุกอย่างของบริษัทเป่หมิงให้กับเขาหลังจากที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วอยู่ดี
เพียงแต่สามารถแก้ไขวิกฤตไปได้เรื่องหนึ่งชั่วคราว เมื่อเขาถูกจับเข้าคุกก็ไม่สามารถพาหวีหรูเจี๋ยกลับมายังบ้านตระกูลเป่หมิงได้แล้ว
แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่เธอก็ไม่สามารถนั่งงอมืองอเท้าไม่ทำอะไรได้ จำเป็นจะต้องหาวิธีรับมือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตแต่เนิ่นๆ
ตอนนี้เองที่เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังมาจากด้านนอก คนรับใช้คนหนึ่งก็เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“ท่านนายเป่หมิงคะ คุณกู้ถึงแล้วค่ะ”
เจียงฮุ่ยซินรีบแสร้งทำท่าทางทุกข์ใจออกมาในทันที เธอลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยกับคนรับใช้คนนั้นว่า “ตามฉันออกไปด้วยกัน”
พวกเธอเพิ่งจะเดินไปถึงหน้าประตูก็เห็นว่ากู้ฮอนเดินเข้ามาแล้ว
“คุณป้าซิน” กู้ฮอนเพิ่งจะเดินเข้าประตูมาก็เห็นเจียงฮุ่ยซินที่อยู่ภายใต้การประคองของคนรับใช้คนหนึ่ง ยืนอยู่ตรงข้ามกับตัวเองด้วยใบหน้าที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าอยู่บ้าง
เจียงฮุ่ยซินเดินขึ้นหน้ามาสองก้าว พลางยื่นมือออกไปจับแขนของกู้ฮอน “ฮอน เธอมาแล้ว ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีแล้ว”
กู้ฮอนรีบประคองเธอเดินเข้าไปในห้องโถง
“คุณป้าซิน เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่คะ” เธอเอ่ยพลางประคองเจียงฮุ่ยซินไปถึงหน้าโซฟา ทั้งสองคนนั่งลง
เจียงฮุ่ยซินถอนหายใจ “เฮ้อ ยังจะมีเรื่องอะไรได้อีก นั่นเป็นเพราะโม่ ฉันได้ยินข่าวมาว่า วันนี้โม่ถูกตำรวจนำตัวไปในการประชุมช่วงเช้าวันนี้ เกิดเรื่องนี้ขึ้นจริงๆหรือไม่”
เดิมกู้ฮอนคิดจะปิดบังคนในตระกูลเป่หมิงเอาไว้ แต่ไม่ว่าอย่างไรกระดาษก็ห่อไฟไม่มิด
เธอทำได้เพียงแค่พยักหน้า “มีเรื่องนี้จริงๆค่ะ”
ริมฝีปากเจียงฮุ่ยซินเริ่มสั่นระริกเล็กน้อย เธอหันหน้าไปมองรูปถ่ายของเป่หมิงเจิ้งเทียนที่แขวนอยู่บนผนัง “คุณท่านคะ ตระกูลเป่หมิงของพวกเราเป็นอะไรไปแล้ว ทำไมถึงได้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นตามมาไม่หยุดหย่อนกัน”
เธอเอ่ยถึงตรงนี้ก็หันหน้ากลับมาถามกู้ฮอน “ฮอน เธอรู้ไหมว่าโม่เขาทำความผิดเรื่องอะไรกันแน่ โม่นั้นประพฤติตัวดี เคารพกฎหมายบ้านเมืองมาตลอดนะ”
กู้ฮอนไม่รู้ว่าจะพูดกับเจียงฮุ่ยซินอย่างไรไปชั่วครู่ “คุณป้าซินคะ ในเมื่อคุณป้าเข้าใจเป่หมิงโม่มากขนาดนี้ อย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกค่ะ”
“ฮอน ป้าไม่เป็นกังวลได้หรือ เขาเป็นถึงเสาหลักของตระกูลเป่หมิงเลยนะ และก็เป็นประธานบริษัทเป่หมิงด้วย เขาไม่มีเรื่องอะไรก็ช่างมันเถอะ ถ้าหากว่าเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วล่ะก็ ตระกูลเป่หมิงจะทำอย่างไรกัน บริษัทเป่หมิงที่คุณท่านสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากจะทำอย่างไร......”
เจียงฮุ่ยซินแสร้งเล่นละครแบบนี้ต่อหน้ากู้ฮอน ก็เพื่อให้เธอเผยบางเรื่องที่เป่หมิงยี่เฟิงไม่ได้บอกกับเธอออกมา
***
“คุณป้าซิน คุณป้าวางใจเถอะนะคะ ตอนที่เขาจะไปก็ให้ฉันเป็นประธานบริษัทเป่หมิงแทนเขา เพียงแต่ว่าฉันยังขาดความรู้ความสามารถและประสบการณ์เป็นอย่างมาก ดังนั้นฉันจึงไม่ได้ตอบตกลง แต่ว่าก็ยังถูกบังคับให้เป็นประธานบริษัทชั่วคราวอยู่ดี รอจนคดีความของเขาตัดสินเรียบร้อยแล้ว ฉันค่อยเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อเลือกตั้งคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งประธานบริษัทมากกว่าฉันมาคนหนึ่ง จะต้องไม่ทำให้บริษัทที่คุณท่านเป่หมิงสร้างขึ้นมานั้นสั่นคลอนแม้แต่น้อยค่ะ”
เจียงฮุ่ยซินได้ยินคำพูดของกู้ฮอนแล้วก็พยักหน้า “ฮอน ในเมื่อเธอพูดขนาดนี้ ทั้งยังมาช่วยแบกรับบริษัทเป่หมิงในช่วงวิกฤตนี้เอาไว้ด้วย ป้าก็วางใจได้เยอะเลย เพียงแต่ป้าก็ยังเป็นกังวลเรื่องคดีความของโม่ สรุปว่ามันเกิดเรื่องอะไรกันแน่”
สีหน้าของกู้ฮอนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอก้มหน้านิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยว่า “คดีความของเป่หมิงโม่ก็คือโทษฐานฆ่าคนตายค่ะ”
“ฆ่าคนหรือ” สีหน้าเจียงฮุ่ยซินแข็งค้าง “นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน แม้ว่าปกติโม่จะมีนิสัยขี้หงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับขนาดต้องทำความผิดร้ายแรงแบบนี้หรอกนะ อย่างนั้นผู้เสียหายคือใครกัน”
ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้ในใจของกู้ฮอนทรมานมากเพียงใด แต่เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้แล้วเธอก็ไม่สามารถที่จะไม่พูดได้ “ผู้เสียหายคือ.....คุณแม่ของฉันค่ะ”
เจียงฮุ่ยซินนัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นมาในทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความแปลกใจ “เธอพูดว่าลู่ลู่เสียชีวิตแล้ว! นี่เป็นไปไม่ได้ ลู่ลู่ช่างเป็นคนที่มีชะตากรรมลำบากคนหนึ่งจริงๆ ไม่ง่ายเลยที่จะหาเธอพบ ตอนนี้พวกเธอสองแม่ลูกก็ต้องแยกจากกันคนละภพแล้ว”
เธอเอ่ยถึงตรงนี้ก็ก้มหน้าหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาซับหน่วยตาของตัวเองเบาๆ มีท่าทีทุกข์ใจเป็นอย่างมาก