ตอนที่ 844
ตอนที่ 844 หัวใจที่หนักอึ้งดวงหนึ่ง
October 28, 2026
ตอนที่ 844 หัวใจที่หนักอึ้งดวงหนึ่ง
มีเพียงแค่ตัวเป่หมิงโม่เองเท่านั้นที่รู้ความจริง แต่เขากลับไม่พูดมันออกมา
นอกจากนั้นแล้ว เขาก็เริ่มครุ่นคิดว่านอกจากกู้ฮอนแล้ว ยังมีใครที่สามารถรับช่วงต่อตำแหน่งประธานบริษัทของตัวเองได้อีก
หลังจากผ่านการประชุมไปแล้ว ใครเป็นคน ใครเป็นผีนั้นเขาเห็นได้อย่างชัดเจน
ถ้าจะหาบุคคลที่เหมาะสมคนหนึ่งนั้นค่อนข้างยากจริงๆ
ตอนที่เขากำลังนั่งครุ่นคิดอยู่บนโซฟานั้นก็มีนายตำรวจคนหนึ่งเคาะประตูเบาๆสองครั้ง
“เข้ามาได้” เป่หมิงโม่ที่นั่งอยู่บนโซฟาตอบรับ จากนั้นเขาก็ค่อยๆลุกขึ้นจากโซฟา
เขารู้ว่า ตำรวจคนนี้เตรียมพาตัวเองไปยังห้องสอบปากคำ
ประตูถูกเปิดออก นายตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามา
เป่หมิงโม่มองเขาพลางเอ่ยว่า “พวกเราไปกันเถอะ”
“คุณเป่หมิง ผมคิดว่าคุณเข้าใจผิดแล้ว วันนี้มีคนมาเยี่ยมคุณครับ” ตำรวจนายนั้นเอ่ยจบแล้วก็หันไปพูดทางหน้าประตูว่า “พวกคุณเข้ามาได้แล้วครับ”
เป่หมิงโม่หันหน้าไปมองหน้าประตูเล็กน้อย จากนั้นคิ้วก็ขมวดขึ้นมา “พวกลูกมาได้อย่างไร”
เมื่อเห็นฉิงฮัวเดินนำลูกชายทั้งสองคนของตัวเองเข้ามา
“คุณพ่อ” เฉิงเฉิงเห็นเป่หมิงโม่แล้วก็เอ่ยเรียก
เป่หมิงโม่พยักหน้า
“พวกคุณมีเวลาพูดคุยกันเพียงห้านาทีเท่านั้น ผมจะรอพวกคุณอยู่ที่ข้างนอก” นายตำรวจเอ่ยกับฉิงฮัวเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไป
“เจ้านาย คุณชายคิดถึงคุณ ดังนั้นผมจึงพาพวกเขามาเยี่ยมคุณครับ” ฉิงฮัวเอ่ยตอบ
เฉิงเฉิงดึงมือหยางหยางเดินมาถึงเบื้องหน้าเป่หมิงโม่ เพียงแค่วันหนึ่งที่ไม่ได้เจอกัน แต่เฉิงเฉิงกลับรู้สึกเหมือนว่าช่วงเวลาผ่านไปนานมากอย่างไรอย่างนั้น
“คุณพ่อ คุณพ่ออยู่ที่นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมเชื่อว่าคุณพ่อเป็นผู้บริสุทธิ์ คุณยายไม่ได้ถูกคุณพ่อฆ่าตาย” เฉิงเฉิงพูดพลางยื่นมือไปจับมือของเป่หมิงโม่
เป่หมิงโม่ก้มหน้ามองเฉิงเฉิง มุมปากเผยรอยยิ้มบางๆที่หาได้ยากออกมา “พ่ออยู่ที่นี่ก็ดี ขอบคุณลูกที่เชื่อพ่อขนาดนี้ เพียงแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าอาจจะยุ่งยากเสียหน่อย เฉิง ลูกต้องรับปากพ่อ ไม่ว่าหลังจากนี้เกิดเรื่องอะไรกับพ่อ ลูกจะต้องดูแลคุณแม่และคุณย่าของลูกให้ดีเข้าใจไหม”
เฉิงเฉิงได้ยินประโยคนี้แล้ว น้ำตาก็เริ่มคลอหน่วย
ดูเหมือนว่าคำพูดแบบนี้ของคุณพ่อจะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด ไม่เพียงแต่เขา กระทั่งฉิงฮัวที่ยืนอยู่ด้านข้างนั้นก็รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเลยน้อย
เป่หมิงโม่ล้วงมือเข้าไปหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เช็ดเบาๆไปที่หางตาของเฉิงเฉิง “เฉิง ตอนนี้ลูกโตแล้ว ไม่ควรจะเสียน้ำตาอีกแล้วนะ”
“คุณพ่อ ผมรู้ว่าคุณพ่อถูกใส่ร้าย ผมจะต้องหาความจริงมาช่วยคุณพ่อให้ได้ ผมจะต้องช่วยคุณพ่อออกมาให้ได้ครับ” เฉิงเฉิงในตอนนี้ใบหน้าตึงเครียด สีหน้าที่มุ่งมั่นนั้นเหมือนกับเป่หมิงโม่ราวกับพิมพ์เดียวกัน
หยางหยางที่ยืนมองภาพนี้อยู่ที่ด้านข้าง แม้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเป่หมิงโม่จะไม่ลึกซึ้งเหมือนเฉิงเฉิงขนาดนั้น แต่อย่างไรเลือดก็ยังข้นกว่าน้ำ ในใจของเขาก็รู้สึกเป็นทุกข์ขึ้นมาเล็กน้อย
***
สีหน้าเฉิงเฉิงและหยางหยางตอนที่ออกมาจากสถานีตำรวจนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไร
“คุณชายเฉิงเฉิง ขอให้คุณวางใจเถอะครับ ผมจะพยายามค้นหาความจริงให้กับเจ้านายอย่างสุดความสามารถ”
เฉิงเฉิงเงยหน้ามองฉิงฮัว “ขอบคุณครับคุณลุงฉิงฮัว”
ฉิงฮัวขับรถจากสถานีตำรวจกลับไปส่งเฉิงเฉิงและหยางหยางที่ปากทางเข้าชุมชนอีกครั้งหนึ่ง
“คุณชายเฉิงเฉิง คุณชายหยางหยาง ผมจะส่งพวกคุณถึงตรงนี้นะครับ ตอนนี้ผมต้องรีบกลับไปดูคุณผู้หญิงว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือไม่” ฉิงฮัวเอ่ยจบก็ขับรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางกลับนั้น เฉิงเฉิงนั้นคิ้วขมวดเป็นปม ไม่พูดอะไรมาตลอด
หยางหยางเดินตามหลังเฉิงเฉิง “เฉิงเฉิง ฉันว่าสถานการณ์ของคุณพ่อในตอนนี้ร้ายมากกว่าดีนะ”
เฉิงเฉิงหันหน้ากลับมาถลึงตาใส่หยางหยาง “นายรู้จักพูดไหมเนี่ย อย่าลืมเสียล่ะว่านายก็เป็นลูกชายของเขาเหมือนกัน ฉันจะบอกนายนะว่า แม้ว่าจะยากลำบากกว่านี้ ฉันก็จะต้องช่วยคุณพ่อค้นหาความจริงให้พบแล้วช่วยเขาออกมาให้ได้!”
หยางหยางถูกสีหน้าท่าทางของเฉิงเฉิงทำให้ตกใจสั่น เพราะท่าทางแบบนี้ของเขา นั้นเหมือนกับคุณพ่ออย่างกับแกะ
เมื่อเห็นเขาก็ทำให้หยางหยางคิดถึงใบหน้าเย็นยะเยือกของคุณพ่ออย่างอดไม่ได้
*
“คุณผู้หญิง ผมกลับมาแล้วครับ” หลังจากพักกลางวัน ฉิงฮัวก็ผลักประตูห้องทำงานแล้วเดินเข้ามา
เขาเดินเข้ามาแล้วก็เห็นว่ากู้ฮอนนั่งอยู่บนที่นั่งของตัวเองอ่านเอกสารข้อมูลที่เขาเตรียมไว้ให้เมื่อตอนเช้าโดยไม่ขยับเขยื้อน
นอกจากนั้นแล้ว เอกสารที่จัดไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะทำงานของเป่หมิงโม่ก็มีร่องรอยถูกขยับ
น่าจะเป็นตอนที่กู้ฮอนจัดการกับงานในวันนี้ ใช้เพื่ออ้างอิงวิธีการจัดการของเจ้านายแต่ก่อนสินะ
เขาเดินไปถึงข้างโต๊ะของกู้ฮอน “คุณผู้หญิง คุณทานข้าวหรือยังครับ”
กู้ฮอนนั้นเหมือนกับว่าไม่ได้ยินอะไร ยังคงตั้งอกตั้งใจทำงานเช่นเดิม
“คุณผู้หญิงครับ” ฉิงฮัวพูดพลางเคาะโต๊ะทำงานเธอเบาๆ
กู้ฮอนถึงได้ดึงสติของตัวเองกลับมาจากงานอันหนักหน่วง
เธอเงยหน้าขึ้นมองฉิงฮัวที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของตัวเอง “ฉิงฮัว คุณกลับมาแล้ว ธุระของคุณจัดการราบรื่นดีไหม”
ฉิงฮัวพยักหน้า “ถือว่าราบรื่นก็ได้ครับ คุณผู้หญิง คุณทานอาหารกลางวันหรือยังครับ”