ตอนที่ 244
บทที่ 497 ซุบซิบนินทา
October 28, 2026
แต่ในตอนนี้ ชื่อของเซียวชุ่นก็ได้ถูกนักบู๊จำนวนมากจดจำได้แล้ว และสหพันธ์ซินบูก็ได้เป็นที่รู้จักกันไปถ้วนทั่ว ยังมีคนพูดคุยถกเถียงกัน ว่าสำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ซินบูอยู่ที่ไหน ? และปัจจุบันนี้เป็นยังไง ? เกิดคำถามประมาณนี้อีกมากมาย
และข่าวที่ว่ามีคนไปช่วงชิงยาในค่ำคืนนั้นก็ได้แพร่สะพัดไปทั่ว โดยเฉพาะในตอนนี้มันได้แพร่ไปในกลุ่มของนักบู๊เมืองเหลยหยางเป็นวงกว้าง
ใกล้เที่ยง
ร้านอาหารเล็กๆที่ค่อนข้างหรูหรา ยังไม่ถึงเวลาอาหารกลางวัน ลูกค้าที่ร้านมีไม่มาก
ตรงโต๊ะอาหารมุมหนึ่งของร้านมีกับข้าวอยู่สองสามจาน และเบียร์อีกสองสามขวด นักบู๊ชายสามหญิงหนึ่งหน้าละอ่อนนั่งล้อมกันที่โต๊ะ
“ได้ยินว่าเมื่อคืนนายสองคนไปร่วมชิงยาสมุนไพรจากคนแซ่เซียวอาจารย์กลั่นยาคนนั้นด้วยเหรอ?”คนข้างหน้าต่างที่ดูจะอายุมากกว่า มีหนวดเครารุงรัง นักบู๊ที่มองดูมอมแมมเล็กน้อยถามชายหญิงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“ศิษย์พี่อู๋ อย่าพูดถึงมันเลย น่าขายหน้ามาก”คนตรงหน้าที่ดูหน้าตาธรรมดา นักบู๊สาวที่มีไฝดำที่หางตาพูดขึ้นอย่างคับอกคับใจ
“เกิดอะไรขึ้น ? ไหนเล่ามาสิ”นักบู๊ที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่อู๋ยิ้มและพูดขึ้นอย่างสงสัย
“ศิษย์พี่อู๋ก็รู้พลังวิชาของฉันกับศิษย์น้อง อยากจะไปแย่งชิงกับคนอื่นนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเราสองคนก็เลยแอบกันอยู่ที่ต้นไม้ คอยดูว่าพอจะมีโอกาสอะไรให้ฉกฉวยได้บ้าง”สาวมีไฝพูดขึ้นมา
“สุดท้ายเป็นไงรู้ไหม ? เดาดูสิว่าเราเห็นอะไร?”หนุ่มนักบู๊ที่นั่งอยู่ข้างๆเธอและดูจะหน้าอ่อนสุดพูดแง้มหลอกล่อให้อยากรู้ เดาว่าก็น่าจะเป็นศิษย์น้องที่เธอเอ่ยพูดถึง
ศิษย์พี่อู๋ส่ายหน้า“อย่าลีลา รีบพูดมา”
“หลวงจีนปลอมซุนฉุน สำนักเสี่ยวตาวยายข่ง วิชาตัดขาดวิญญาณพี่น้องตระกูลเฉ่าถูกสมุนของคนแซ่เซียว ที่อายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉันเล่นงานจนหมอบ เชื่อไหมล่ะ?”ศิษย์น้องคนนั้นคุยโวโอ้อวด
“ที่ร่วมโจมตีด้วยยังมีศิษย์ของสำนักเสี่ยวตาวอีกกว่าสิบคน”พูดจบเขาก็พูดเสริมอีกคำ
“เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง ฉันได้ยินว่าพวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นนักบู๊แดนปฐมภูมิ จะแพ้ให้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้ยังไง นายพูดเกินจริงไปหรือเปล่า”คนข้างๆศิษย์พี่อู๋ที่สวมใส่หมวกแก๊ป นักบู๊หน้าตอบพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“ที่ศิษย์น้องพูดเป็นเรื่องจริง เราเห็นมากับตา”นักบู๊สาวกล่าว
“และตอนเช้าฉันก็ได้ยินว่ายายข่งเสียชีวิตแล้ว”
“โอ้แม่เจ้า มิน่าล่ะคนแซ่เซียวถึงกล้าอวดดีในงานประมูลของสมาคมบู๊ ที่แท้ก็มีที่พึ่งแบบนี้นี่เอง เขาได้ลงมือเองไหม ? พลังวิชาเป็นยังไง ? เขาเป็นคนคุยโม้ขอท้ากู้ไป๋อีในการแข่งขันประลองบู๊เองนะ”ศิษย์พี่อู๋ถาม
“ก็ไม่นะ แต่โดยส่วนมากอาจารย์กลั่นยาก็มีพลังวิชาที่ไม่เอาไหนอยู่แล้ว ฉันก็คิดไม่ออกเหมือนกัน หรือถึงตอนนั้นเขาจะให้ผู้คุ้มกันติดตามขึ้นลานประลองบู๊กับกู้ไป๋อีอย่างนั้นเหรอ?”สาวนักบู๊กล่าว
“เขาเป็นคนส่งสาสน์ท้ารบให้กู้ไป๋อีเอง คงน่าจะไม่ใช่ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นลานประลองบู๊แทนเขา นักบู๊ทั้งใต้หล้าคงได้หัวเราะเยาะเขาแน่ ”คนสวมหมวกแก๊ปหัวเราะเสียงเบา
“ต้องให้ผู้หญิงคนหนึ่งมาปกป้อง แล้วหากจะให้ผู้หญิงขึ้นลานประลองบู๊เสียเองจะเป็นไรไป ทุกคนต่างรู้ว่าอาจารย์กลั่นยาไม่มีเวลามากพอมาฝึกฝนพลังวิชาใดๆมากนัก หากเขาจะให้สาวน้อยคนนั้นขึ้นลานประลองบู๊แทนเขาจริงๆ ขอแค่อีกฝ่ายยินยอม ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”สาวนักบู๊กล่าว
เช่นเดียวกับกลุ่มนักบู๊สี่คนกลุ่มนี้ ไม่มีใครเชื่อว่าเซียวชุ่นจะเก่งกาจจนสามารถสู้กับกู้ไป๋อีได้
ส่วนคำพูดที่คุยโวโอ้อวดในงานประมูลของเขา ไม่ว่าจะคนที่อยู่ในงานหรือที่ไม่ได้อยู่ในงาน ทุกคนต่างก็เห็นมันเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น
แต่ยังไงเสียก็ทำให้อิงเจี๋ยคัพในครั้งนี้เป็นที่คาดหวังอยู่ไม่น้อย ยกระดับสมาคมบู๊อิงเจี๋ยคัพให้กลายเป็นแกนหลัก และเป็นหัวใจสำคัญที่เลี่ยงไม่ได้ คนทั่วไปก็มีส่วนแค่การเข้าร่วมเท่านั้น
ในปีนี้ อย่างน้อยผู้อารักขาที่ฝีมือฉกาจคนนั้นของเซียวชุ่นก็ทำให้อิงเจี๋ยคัพเป็นจุดสนใจอยู่ไม่มากก็น้อย