ตอนที่ 245
บทที่ 498 เยี่ยมเยียนถึงที่
October 28, 2026
ใช่ว่าเหวินเหยาไม่คิดที่จะทักไปหาพวกเขา แต่เธอแค่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจว่าเธอจะไปที่ไหนซะมากกว่า อีกทั้งคืนนั้นเหวินถิงก็ตบหน้าเธอไปด้วย ไม่ว่ายังไงเธอก็หยิ่งในศักดิ์ศรีพอ ดังนั้นก็จึงไม่ได้ทักไปหา
เซียวชุ่นกับซ่งหลิงเอ๋อร์มองหน้ากัน คำพูดของเหวินเยี่ยนในสายพวกเขาได้ยินมันอย่างชัดเจน
“ฉัน……ฉันจะพักข้างนอกสองสามวัน พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงฉัน”สีหน้าเหวินเหยาดูแย่ รีบลุกขึ้น แล้วเดินออกนอกประตูไป
“เธออย่าสำคัญตัวผิด พวกเราเป็นห่วงเธองั้นเหรอ ? เราแค่กลัวเธอจะไปตายอยู่ข้างถนนแล้วไม่รู้จะไปบอกกับที่บ้านว่ายังไงต่างหาก เธอยังโกรธเจ้เหวินถิงอยู่ใช่ไหม ? ก็แค่ตบหน้าเธอไปฉาดหนึ่ง ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ด้วยเหรอ?”เหวินเยี่ยนพูดราวกับปืนกล
เหวินเหยาอายุมากกว่าเธอและเหวินถิงเล็กน้อย แต่เธอมักจะเรียกเหวินถิงติดปากว่า“พี่” แต่กับเหวินเหยาไม่ได้เคารพนับถืออะไรเลยแม้แต่น้อย
“ฉันจะเป็นหรือตายพวกเธอไม่ต้องมาสนใจ ต่อให้ฉันต้องตาย ก่อนตายฉันจะโทรไปบอกคนที่บ้านเอง พวกเธอไม่ต้องมายุ่ง แบบนี้คงได้นะ?”
พระโพธิสัตว์ยังพระพิโรธได้ เหวินเหยาเม้มริมฝีปากแน่น ไขมันบนใบหน้ากระตุกไปสองที เอ่ยปากพูด
ปลายสาย เหวินเยี่ยนรู้สึกตกใจอย่างเห็นได้ชัด
เธอไม่คิดว่าไอ้เจ้าอ้วนคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำด้วย
ในตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าอาสาม หรือก็คือพ่อของเหวินเหยา พวกเขาไม่มีทางพาเธอออกมาด้วยแน่ มีคนที่หน้าตาน่าเกลียดและรูปร่างอ้วนฉุกว่าร้อยกิโลแบบนี้ติดตามมาด้วย ไปที่ไหนพวกเขาก็มีแต่รู้สึกอับอายขายหน้า
“เหอะ อารมณ์ร้ายจริงๆ ได้ อยากจะไปตายที่ไหนก็ไป ขอแค่อย่ามาเดือดร้อนพวกเราก็พอ!ตอนกลับก็กลับไปเองนะ อย่ามาตามพวกเรา ไม่อยากต้องมาขายขี้หน้าเพราะเธออีก ได้ยินชัดไหม?”
เหวินเยี่ยนพูดจบก็กดตัดสายทิ้งด้วยความโกรธในทันที
มือที่ถือโทรศัพท์ของเหวินเหยาสั่นสะท้านเล็กน้อย น้ำตาไหลพราก หัวใจเย็นเฉียบราวกับถูกแช่ด้วยน้ำแข็ง อดไม่ได้ที่จะถามตัวเอง ว่านี่คือพี่น้องจริงๆของฉันใช่ไหม ?
ในตอนที่กลับเข้ามายังห้องนั่งเล่น สามคนเซียวชุ่นเห็นขอบตาเธอแดงเรื่อ เห็นชัดว่าเพิ่งจะร้องไห้มา
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”เซียวชุ่นถาม
“ไม่เป็นไร ฉันลืมทักไปบอกพวกเขา เลยทำให้พวกเขาเป็นกังวล ลูกพี่ลูกน้องของฉัน เธอนิสัยไม่ค่อยดี ทำพวกคุณหัวเราะเยาะแล้ว”เหวินเหยาพูดและฝืนยิ้มออกมา
เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของเธอ ในเมื่อเธอไม่ต้องการจะพูด เซียวชุ่นพวกเขาก็ไม่อยากจะถามมากอะไร แต่ก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เอาล่ะ ไม่ต้องคิดมาก กินข้าวกันก่อนเถอะ เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน” เซียวชุ่นกล่าว
เหวินเหยาพยักหน้าให้ ใช้ตะเกียบคีบผักมาวางที่ถ้วยด้วยใบหน้าที่เซื่องซึม
เนื่องจากที่วิลล่าไม่ได้มีคนรับใช้หรือรปภ.ที่คอยดูแลการเข้าออกที่ประตู ก็จึงมีการติดตั้งวิดีโออินเตอร์โฟนไว้ที่ห้องนั่งเล่น
หลังจากที่ทานมื้อเที่ยงเสร็จแล้วเซียวชุ่นและทุกคนก็พากันนั่งคุยเล่นอยู่ที่โซฟา จู่ๆกริ่งประตูก็ดังขึ้นมา
“เขามาที่นี่ทำไม?”เซียวชุ่นมองไปยังหน้าจอวิดีโอที่ติดอยู่บนผนังประตู พูดด้วยความประหลาดใจ
“โจวเทียนเหิง?”ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็จำผู้มาเยือนที่หน้าประตูได้ในทันที พูดขึ้นด้วยความสงสัย
เซียวชุ่นตอบ“อืม”กลับมาคำหนึ่ง ก็จะลุกขึ้น“ฉันจะไปดูว่าเขามาทำไม”
“ฉันไปเปิดประตูให้นะ ฉันต้องการออกกำลังกายพอดี”เหวินเหยาพูดอย่างยิ้มแย้ม ไม่รอให้เซียวชุ่นได้ตอบก็วิ่งเหยาะๆออกจากห้องนั่งเล่นไป
โจวเทียนเหิงหาที่นี่เจอก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
สมาคมบู๊รู้ที่อยู่ของเซียวชุ่นเป็นอย่างดี เขาในฐานะผู้มีบทบาทในสมาคมบู๊เขตตอนกลาง น่าจะมีความสำคัญเป็นรองแค่ชิวจ้าน อยากรู้ว่าเซียวชุ่นอยู่ที่ไหนไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ไม่นาน โจวเทียนเหิงก็พาลูกศิษย์คนโปรดของเขา และก็เป็นหลานชายแท้ๆของเขาโจวอี้มาปรากฏตัวต่อหน้าเซียวชุ่นและคนอื่นๆ
ศาสตร์แห่งยาเป็นความลับมาแต่ไหนแต่ไร ตระกูลโจวก็เป็นตระกูลหมอยาเช่นกัน