ตอนที่ 264
บทที่ 517 เชิญซาไห่
October 28, 2026
จากคำสั่งของหวางฟู่กุ้ย ชายร่างกำยำห้าคนก็เดินเข้าไปทางเซียวชุ่น แต่ละคนมีแววตาแห่งความโหดเหี้ยม และมีความพร้อมที่จะหาเรื่อง
“เดี๋ยวก่อน!”
ขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด หวางฟู่กุ้ยก็ตะโกนขึ้นมา
ได้ยินแล้ว ชายร่างกำยำก็ชะงักเท้าลงทันที
หวางฟู่กุ้ยรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากกับความเข้มงวดนี้ของลูกน้อง จากนั้นก็ออกคำสั่งอย่างโหดร้าย : “เอาเด็กนี่ไปจัดการที่ประตูหลังนู่น เดี๋ยวจะมาเลอะของในร้านฉัน ตัดมือตัดเท้าเขาก็ชดใช้ให้ไม่ได้!”
ได้ยินแล้ว ชายร่างกำยำก็แสยะยิ้มออกมา แล้วก้าวเดินไปล้อมเซียวชุ่นที่อยู่ไม่ไกลนัก
คู่ต่อสู้ตรงหน้านี้ เซียวชุ่นขยับร่างกายของตัวเองด้วยใบหน้าสบายๆ
และเวลานี้เอง หงส์แดงที่อยู่ข้างๆก็ยื่นมือออกมาดึงเขาเอาไว้
เซียวชุ่นจะไม่รู้ความคิดของเธอได้เสียที่ไหนกัน ตบไหล่ของอีกฝ่าย พลางเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ :
“อา ให้คุณแล้วกัน”
หงส์แดงพยักหน้าลงอย่างไร้อารมณ์ จากนั้นก้าวออกไปหนึ่งก้าว ยืนอยู่ตรงหน้าเซียวชุ่น มองพิจารณาพวกร่างกำยำนิ่งๆ
หวางฟู่กุ้ยเห็นสถานการณ์แบบนี้แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจ และแม้กระทั่งในใจยังแอบดูถูกเซียวชุ่นเสียด้วยซ้ำ
ให้ผู้หญิงคนหนึ่งออกมาเป็นโล่กำบังให้ เป็นผู้ชายประสาอะไรกัน?
หึ่ย ฉันโหดขึ้นมาแม้แต่ผู้หญิงก็จัดการไปด้วยเหมือนกันนะ!
ขณะที่กำลังใจลอย ข้างๆหูของหวางฟู่กุ้ยก็มีเสียงทอดถอนใจดังขึ้นมา
พอจ้องมองไป ดวงตาที่เหมือนกับถั่วเขียวคู่นั้นก็ปลุกเร้าขึ้นมาทันที
เห็นเพียงแค่ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะบอบบางนั้น จัดการกับลูกน้องของตัวเองล้มไปในชั่วพริบตา
พูดแล้วก็น่าอับอาย เขาไม่แม้แต่จะได้เห็นชัดๆเลยเสียด้วยซ้ำว่าลูกน้องของตัวเองนั้นถูกคนจัดการจนคว่ำลงไปได้อย่างไร
มุมปากกระตุกขึ้น หวางฟู่กุ้ยตกใจมาก
เป่ายู่เจในเวลานี้ ถูกล้อมรอบมุงดูกันจากผู้คนตั้งแต่แรกแล้ว
หงส์แดงที่มีท่าทางอ่อนรับลมปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมา ทำให้คนจำนวนมากรู้สึกกลัว และท่าทางที่ดูองอาจนี้ก็ได้รับความชื่นชอบจากบรรดาหนุ่มๆไปอย่างนับไม่ถ้วน
เวลาเพียงแค่ห้าวินาที ไม่คิดว่าจะจัดการชื่อเสียงของพวกอันธพาลของเป่ายู่เจแล้ว นี่เหมือนกันในหนังต่อสู้เลยจริงๆ!
ในขณะเดียวกันเวลานี้ อีกคนหนึ่งก็ได้รับข่าวของเป่ายู่เจแล้ว พอได้ยินแล้วก็รีบมาทันที
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งผ่านกลุ่มคนมา แล้วเอ่ยถามหวางฟู่กุ้ยที่ตกตะลึงอยู่ : “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
เห็นคนที่อยู่ตรงหน้า หวางฟู่กุ้ยก็ดึงสติกลับมาในทันที หวางฟู่กุ้ยดึงสติกลับมาทันที จับมืออีกฝ่ายอย่างขุ่นเคือง พลางร้องไห้และเอ่ยขึ้น : “นายฉิน นายจะต้องจัดการแทนเถ้าแก่ซานะ เด็กนี่......”
อย่าพูดถึง ว่าทักษะการแสดงของเหล่าหวางคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องที่กลับตาลปัตรกันแบบนั้นยิ่งทำให้คนต้องปรมมือด้วยความชื่นชม
เวลาที่พูดไม่กี่ประโยค เซียวชุ่นก็กลายเป็นคนเลวที่ยกโทษให้ไม่ได้ และหวางฟู่กุ้ยที่เดิมที่ยกตนขึ้นมาข่ม กลับกลายมาเป็นพวกที่มีความอ่อนแอไปแล้ว
”เพียงแค่นายต้องการแย่งหยกแกะสลักของนายใหญ่ซาอย่างนั้นเหรอ?”
นายฉินนั่นได้ยินหวางฟู่กุ้ยกำชับมาแล้ว ก็เลิกคิ้วขึ้น พลางมองไปยังเซียวชุ่นที่อยู่ไม่ไกลอย่างหยอกล้อ
รับรู้ถึงสายตาที่ยั่วยุนั่นของอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว เซียวชุ่นก็ยิ้มพลางส่ายหน้า และพูดแก้ไขให้ถูกต้อง : “ทุกคนล้วนแต่เป็นที่มีอารยธรรมกันทั้งนั้น คำว่าแย่ง ใช้คำนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นะครับ สู้ใช้คำว่าผู้ที่มีความสามารถถึงจะอยู่ในตำแหน่งนั้นได้จะดีเสียกว่า”
หวางฟู่กุ้ยโต้แย้งขึ้นมาด้วยความโมโหทันที : “อารยธรรมอะไรล่ะ มีคนที่มีอารยธรรมแบบแกด้วยเหรอ ดูซิลูกน้องฉันถูกผู้หญิงคนนั้นทำร้ายจนเป็นยังไง?”
“หนูหงส์ เมื่อกี้เถ้าแก่หวางด่าคุณน่ะ” เซียวชุ่นยักไหล่
หงส์แดงมองข้ามคำเรียกนี้ไปโดยอัตโนมัติ พลางพูดเตือนขึ้น : “เขาด่าคุณก่อนนี่”
ได้ยินแล้ว เซียวชุ่นก็หัวเราะออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เงยหน้าขึ้นมองหวางฟู่กุ้ยที่พูดจาอย่างฉะฉาน
“เฮ้อ ไม่ต้องพูดดีกว่า อารยธรรมของคุณ ผม เขา คุณที่เป็นคนแก่แล้วไม่เข้าใจหรอก เพราะถึงอย่างไรผมก็เป็นแค่เด็กคนนึง!”
“แม่งมีเด็กที่แก่ขนาดนั้นหรือไง?”