ตอนที่ 293
บทที่ 546 ยี่สิบล้าน
October 28, 2026
เซียวชุ่นที่อยู่ทางนี้กำลังคุยกับไอ่อ้วนหวางกันอย่างคึกคักกันอยู่สองคน ไม่ได้มีความแปลกหน้าอย่างตอนที่พบกันครั้งแรกเลยสักนิด ราวกับเป็นเพื่อนสนิทมาหลายปีก็ไม่ปาน
จ้าวชูถงรวมทั้งโม่ยี่ไป๋ที่อยู่ไม่ไกลพูดคุยกันอย่างคุ้นเคยกันสองคนเช่นกัน
แน่นอนว่า รอยยิ้มเกรงอกเกรงใจบนใบหน้าดาราดังแทบจะเสแสร้งออกมาหมด อย่างไรเสียเธอไม่ได้สนใจลูกคนรวยคนนี้ที่อยู่ข้างกายหรอก
จ้าวชูถงในตอนนี้แสดงความกระตือรือร้นของตัวเองออกมาอย่างเปี่ยมล้น ซึ่งแตกต่างจากเธอซะเหลือเกิน แทบจะพูดเรื่องที่ตัวเองรู้ออกมาจนหมด ขาดแค่ประโยคเดียวว่ามีบ้านมีรถมีเงินฝาก แต่ไม่มีเมีย !
โม่ยี่ไป๋ทนฟังมานานแล้ว เห็นไอ้หมอนี่พูดมาค่อนวัน ก็ยังไม่เอ่ยถึงเรื่องภาพยนตร์ที่จะร่วมมือเลย ในที่สุดทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากถามไป
“คุณชายจ้าว ไม่ทราบว่าภาพยนตร์ที่พวกคุณลงทุนถ่ายทำในช่วงนี้เป็นแนวไหน ต้องเข้าขั้นตอนการเตรียมการด้วยหรือเปล่าคะ ?”
จ้าวชูถงฟังจบ ก็ยิ้มแหะ ๆ : “คุณโม่ไม่ต้องกังวลไปครับ การลงทุนไม่กี่ร้อยล้านเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์หนึ่งเรื่องไม่ใช่ปัญหาสำหรับฉางเจียง เทเลวิสเลยครับ เพียงแต่……”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาหยุดไปเล็กน้อย ดวงตาที่ส่อแววอำมหิตคู่นั้นเริ่มล่องลอยไปที่เรือนร่างของโม่ยี่ไป๋อย่างกำเริบเสิบสาน พร้อมกับสายตาล่องลอยไปนั้น มุมปากก็วาดรอยยิ้มออกมา
เห็นอย่างนั้น โม่ยี่ไป๋แสร้งทำท่าทีเป็นไม่รู้เรื่อง เว้นระยะห่างระหว่างตัวเองกับคุณชายจ้าวเล็กน้อย พลันเอ่ยราบเรียบ : “เพียงแต่อะไรเหรอคะ ?”
จ้าวชูถงเก็บสายตาของตัวเองกลับไปอย่างอาลัยอาวรณ์ พลันแอบพูด : แม่งสนุกจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าหากดาราดังคนนี้เริ่มหลงระเริง จะเป็นลักษณะแบบไหนกันนะ !
ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาในหัวของเขา จ้าวชูถงก็รู้สึกว่ามีไฟจุดที่ร่างกายของตัวเองในชั่วพริบตาทันที
เขาก็เคยพบเจอดารามาไม่น้อย แต่ว่าผู้หญิงน่าเบื่อพวกนั้นจะสวยเตะตาคนเท่าโม่ยี่ไป๋ที่อยู่เบื้องหน้าได้ที่ไหนกัน
ดวงตางดงามที่หลอกล่อให้หลงใหลคู่นั้น ในระหว่างที่มองซ้ายแลขวานั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ดวงจันทร์ซ่อนในม่านเมฆ ดอกไม้หุบลงโดยไม่รู้ตัวเลย ต้องการชีวิตของคุณชายจ้าวเลยสินะ !
“อ่ะแฮ่ม เรื่องภาพยนตร์พูดง่าย ๆ คุณก็รู้ว่าที่นี่คนเยอะ ไม่งั้นคืนนี้ไปที่คฤหาสน์ของผม แล้วผมค่อยสอบถามกับคุณถึงเรื่องด้านนี้แล้วกัน”
พูดจบ คุณชายจ้าวก็เหลือบมองโม่ยี่ไป๋อย่างมีเลศนัย ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่มีความมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม
ในขณะเดียวกัน เพื่อนที่มีความประพฤติเลว ๆ พวกนั้นของเขาเริ่มแข่งกันตะโกน คำพูดของแต่ละคนในระหว่างนั้นเต็มไปด้วยการหยอกล้อ
จากนั้น โม่ยี่ไป๋เอ่ยด้วยใบหน้าไร้สีหน้า : “ขอโทษนะคะคุณชายจ้าว เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังมีธุระอยู่หน่อย ขอตัวกลับก่อนนะคะ !”
พูดจบ เธอจึงลุกขึ้นยืนโดยไม่ยอมให้อธิบายเลย แต่เหลือบมองในห้องแวบหนึ่ง คาดไม่ถึงว่าไม่พบร่องรอยของเซียวชุ่น จึงอดไม่ได้ที่จะโกรธ ๆ อยู่ในใจ ตั้งใจว่าจากนี้จะไปสั่งสอนบอดี้การ์ดที่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งคนนี้ซะหน่อย
อันที่จริงก่อนที่จะมา เธอรู้แล้วว่าจ้าวชูถงมีความคิดที่เกินเลยกับตัวเอง แต่ว่าด้วยความที่ไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ เธอจึงทำได้แต่ฝืนมา
ในเมื่อตอนนี้อีกฝ่ายบอกชัดถ้อยชัดคำแล้ว เธอก็ไม่มีความจำเป็นที่จะเล่นละครตบตากับอีกฝ่ายต่อไปแล้ว ปฏิเสธข้อเสนอของคุณชายจ้าวอย่างอ้อม ๆ ก็นับว่าไว้หน้าเขาเพียงพอแล้ว
แต่เห็นได้ชัดว่าจ้าวชูถงเรียนหนังสือมาไม่เยอะ เลยไม่รู้ว่าการสนองตอบด้วยมรรยาทคืออะไร เห็นโม่ยี่ไป๋ลุกขึ้นจะไป เขาสามารถนั่งงอมืองอเท้าอยู่ตรงนั้นได้หรือ ?
คราวนี้ คุณชายจ้าวยื่นมือไปดึงโม่ยี่ไป๋กลับมาทันที กดให้อีกฝ่ายนั่งบนเก้าอี้เอาซะทื่อ ๆ ในทันที พลันเอ่ยหยอกล้อ : “คุณโม่ช่วยไม่อยากไว้หน้าผมคนนี้งั้นเหรอ ?”
ตอนนี้โม่ยี่ไป๋แทบอยากจะตบไปบนหน้าจ้าวชูถงสักฉาดหนึ่ง แต่เธอกลับไม่สามารถ อย่างไรก็ตาม การอยากจะเป็นดาราที่ดีคนหนึ่ง สถานที่ที่ไม่อาจทำตามใจตนเองนั้นเยอะเกินไปเหลือเกิน
ครั้นแล้ว เธอจึงทำได้แต่ระงับความโกรธที่อยู่ในใจ จึงเอ่ยขายผ้าเอาหน้ารอด : “คุณชายจ้าวเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันกับทางฝั่งประธานถานยังมีสัญญาหนึ่งต้องปรึกษาหารือ จะต้องรีบไปค่ะ”
ได้ยินดังนั้น จ้าวชูถงมองโม่ยี่ไป๋อย่างประเมินแวบหนึ่งด้วยความสนใจ
“โอ๊ะ ! งั้นคุณก็ดูถูกฉันน่ะสิ ? ทางฝั่งถานห้าวฮั่นเรียกคุณไปคุณก็ไป ผมที่อยู่ทางนี้เรียกคุณมาจึงไม่มาอย่างเป็นกลาง ?”