ตอนที่ 295
บทที่ 548 เพื่อนที่ใจกว้างของฉัน
October 28, 2026
คำถามนี้ของเซียวชุ่น ถามซะจนหวางฟู่กุ้ยอึ้งไปเลย
หากเป็นคนเมืองเหลยหยาง แทบจะไม่มีใครไม่รู้ว่าเถ้าแก่ของมู่เซวียนเก๋อเป็นใคร แต่ตอนนี้กลับปรากฏอยู่คนหนึ่งจริง ๆ แล้ว
ผู้จัดการไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนต่อ เขาถูกฝีมือของเซียวชุ่นขู่โดยสมบูรณ์แล้ว ต้องรู้ไว้ว่าพวกชายร่างกำยำกลุ่มเมื่อครู่นั้นเป็นสมาชิกแกนกลางของสมาคมมังกรเก้าเชียวนะ แต่ละขาโหดทั้งนั้น
แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนี้ก็ตาม ดันถูกคนหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าคนนี้จัดการจนเรียบได้อย่างง่ายดาย ค่าพลังบู๊นี่ทะลุเพดานเลย !
ด้วยความจนปัญญา เขาจึงทำได้แต่เอ่ยถึงชื่อเถ้าแก่ หวังว่าจะอาศัยสถานะของซ่าไห่เพื่อสยบเซียวชุ่นที่เหมือนชนะการต่อสู้ ไร้คนต่อต้านแล้วให้เต็มที่
ดูจากสีหน้าของอีกฝ่ายในตอนนี้ หวางฟู่กุ้ยคิดว่าแผนการของตัวเองนั้นได้ผลอยู่
ครั้นแล้ว เขาจึงรีบเอ่ย : “ใช่แล้ว เถ้าแก่ก็คือซาไห่ หวังว่าคุณผู้ชายจะช่วยไว้หน้าท่านซาด้วยนะครับ”
บอกว่าเห็นแก่หน้า อันที่จริงเป็นเพียงแค่แผนถ่วงเวลาก็เท่านั้น หลังจากเห็นฝีมือของเซียวชุ่นแล้ว หวางฟู่กุ้ยได้ให้พนักงานไปติดต่อซาไห่ตั้งนานแล้ว
ขอเพียงเถ้าแก่มา ถึงตอนนั้นเซียวชุ่นก็จะมีแต่ตายสถานเดียว !
หลังจากได้ยินคำพูดของหวางฟู่กุ้ย เซียวชุ่นก็หัวเราะเสียงดังสองที : “ฮ่า ๆ นายให้เขามาสิ ฉันจะได้ถามเขาให้เต็มที่ว่าจะสั่งสอนหลานชายของตัวเองยังไง !”
หืม ?
หวางฟู่กุ้ยอึ้งไปเลย รู้สึกว่าน้ำเสียงของอีกฝ่ายฟังดูแปลก ๆ
ทว่าสงสัยก็ส่วนสงสัย ในตอนนี้เขาเริ่มสบายใจขึ้นหน่อยแล้ว ขอเพียงอีกฝ่ายไม่ลงมือ งั้นทุกอย่างก็พูดง่าย !
จากนั้น เซียวชุ่นไม่สนใจทุกคนที่โกรธตัวเองอยู่เลย ดึงโม่ยี่ไป๋เดินไปนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ข้างโต๊ะอาหาร
เห็นใบหน้าอีกฝ่ายยังคงมีรอยฝ่ามือที่ไม่จางหายไป เซียวชุ่นจึงเอ่ยขอโทษ : “ขอโทษนะ”
โม่ยี่ไป๋ส่ายหน้า จากนั้นเหลือบมองเซียวชุ่นด้วยความกลัดกลุ้มแวบหนึ่ง : “ไม่อย่างนั้นช่างมันไปดีกว่า ซาไห่คนนั้นฉันเคยได้ยินคนเอ่ยถึง เป็นคนที่มีอิทธิพลมากเชียวแหละ !”
“อย่าห่วงเลย เรื่องในวันนี้ฉันจะต้องทวงความยุติธรรมกลับคืนมาให้เธออย่างแน่นอน !”
เซียวชุ่นกล่าวสาบาน จากนั้นค่อย ๆ ยื่นมือไปที่แก้มที่บวมนูนของโม่ยี่ไป๋ ลูบลงไปที่ใบหน้าที่อีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเขินอายอย่างแผ่วเบา
นี่เขากำลัง……
มองท่าทีของเซียวชุ่น โม่ยี่ไป๋ใจเต้นรัวทันที ผุดความคิดละมุนละไมในหัวอยู่นับไม่ถ้วน
คราวนี้เซียวชุ่นไม่ได้ไปสนใจเรื่องความในใจของเด็กสาวพวกนั้นของโม่ยี่ไป๋เลย เขากำลังใจจดใจจ่อกับการดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของอีกฝ่ายอยู่
ในขณะเดียวกันนั้น ไอ่อ้วนหวางที่อยู่ติดตามข้าง ๆ เซียวชุ่น ก็ชี้ไปที่แก้มที่ค่อย ๆ หายบวมนั่นของโม่ยี่ไป๋อย่างตะลึงอ้าปากค้าง
“xxxแม่ง ลูกพี่นี่...นี่มัน......”
คราวนี้ไอ่อ้วนหวางถึงขนาดที่เปลี่ยนชื่อเรียกของเซียวชุ่นแล้ว จากเดิมพี่ชายเปลี่ยนเป็นลูกพี่ เห็นได้ว่าเขาตกใจและหมอบกราบเซียวชุ่นลงกับพื้นจากก้นบึ้งหัวใจเลย
นี่เป็นหมออย่างที่คาดไว้เลย และเป็นหมอที่โคตรเก่งเลยด้วย !
เห็นไอ่อ้วนที่ตกใจอยู่ข้าง ๆ เซียวชุ่นจึงกลอกตา เอ่ยตำหนิ : “ไอ่อ้วน อย่าตะโกนเสียงดัง”
ไอ่อ้วนหัวเราะเล็กน้อย : “แหะ ๆ ผมเลื่อมใสฝีมือลูกพี่เข้าแล้วน่ะสิ ผมว่าด้วยเทคนิคการเสริมสวยแบบนี้ของคุณไปเป็นบอดี้การ์ดละก็ นั่นจะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำเอาเสียเปล่า ไม่อย่างนั้นพวกเราร่วมหุ้นกันเปิดร้านเสริมสวยกันดีไหม รับรองได้ว่าทำเงินได้เป็นกระบุงแน่ !”
เซียวชุ่นไม่ได้สนใจคำแนะนำจากใจจริงของไอ่อ้วนหวางเลย แต่ดึงมือที่แนบไว้บนแก้มของโม่ยี่ไป๋กลับมา พลันเอ่ยถามอีกฝ่าย : “ตอนนี้รู้สึกเป็นไงบ้าง ?”
“ดี…ดีขึ้นเยอะเลย!”
โม่ยี่ไป๋ค่อย ๆ ก้มหน้าลง ไม่อยากให้เซียวชุ่นเห็นความขัดเขินที่อยู่บนหน้าของตัวเองในตอนนี้
เซียวชุ่นยิ้มเล็กน้อย ยื่นมือไปตบที่บ่าเธอ : “อีกเดี๋ยวคุณดูอยู่ข้าง ๆ ก็พอ ที่เหลือมอบให้ผมจัดการเอง !”
“อื้ม !”
ส่งเสียงไปเล็กน้อย โม่ยี่ไป๋ก็ก้มหน้าลง ราวกับแดงเพิ่มขึ้นหลายส่วนเลย