ตอนที่ 349
บทที่ 602 ไม่มีความสามารถ
October 28, 2026
และในขณะที่เชียนอี้ตกลงพื้น ฉินเจิ้นหวนที่นั่งอยู่ล่างเวทีก็ลุกขึ้น
“แปะ แปะ แปะ….”
เสียงปรบมือ ลอยออกมาจากมือสองข้างของเขา
สิ่งที่ตามมากับเสียงปรบมือนี้ที่ไม่ค่อยดังเท่าไหร่นี้ ยังมีคำพูดประเมินของเขา
“สุดยอกพลังแยกสองขั้ว อายุน้อยมากความสามารถ!”
ตอนที่ได้ยินคำว่าพลังแยกสองขั้วคำนี้ มีสายตาอันเฉียบคมหนึ่งในหมู่คนกวาดมาที่เซียวชุ่นบนเวทีทันที
เซียวชุ่นก็มีปฏิกิริยาทันที มองไปที่คนๆนั้น ในใจรู้สึกตกใจเล็กน้อย
ไม่เลว นี่เป็นสุดยอกนักบู๊!
มองดูคนชาราท่านนั้น ชายชาราสายตาคมเฉียบ เซียวชุ่นยิ้มอ่อนๆ
และอีกฝ่าย ก็ยิ้มตอบกลับตามมารยาท เพียงแต่รอยยิ้มนั้นช่างดูแข็งทื่อ!
คนส่วนใหญ่ที่อยูในเหตุการณ์ต่างไม่รู้ว่าคำว่า“พลังแยกสองขั้วของฉินเจิ้นหวนหมายความว่ายังไง แต่ชายชาราที่ชื่อจางเทียนไหลท่านนี้ กลับเข้าใจมันเป็นอย่างดี
คนที่สามารถใช้วิธีสุดยอดนี้ได้ มีคนไหนบ้างที่ไม่ใช่ควบคุมชี่จื้อจนถึงขั้นสูงสุดของความสมบูรณ์แบบ ก็มีแต่พวกอาจารย์รุ่นแรกเท่านั้นแหละที่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้
แต่ชายหนุ่มตรงหน้านี้ กลับแข็งแกร่งได้ขนาดนี้?
ในขณะเดียวกัน ฉินเจิ้นหวนพูดอย่างนิ่งๆกับลั่วเชียนอี้ที่ยืนอยู่ล่างเวทีและยังคงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้: “เชียนอี้ กลับไปนั่งเถอะ แพ้ให้กับน้องชายคนนี้ ไม่ใช่อะไรที่น่าอายหรอก!”
อย่างว่าแต่นักบู๊ที่ยังหนุ่มอย่างลั่วเชียนอี้เลย ต่อให้เป็นบุคคลยิ่งใหญ่คนที่อายุมากก็ไม่แน่ว่าจะสามารถต้านเซียวชุ่นได้
นี่เป็นความคิดที่แท้จริงในใจ แต่ฉินเจิ้นหวนเองก็ยังรู้ไม่ลึกซึ้งพอ
ยังไง พลังที่เซียวชุ่นแสดงออกมาตอนนี้ ก็ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น!
พอได้ฟังคำปลอบขอบอาจารย์เมื่อกี้ สีหน้าละลายขายหน้าของลั่วเชียนอี้ในตอนแรกในที่สุดก็ดีขึ้นมาบ้าง เขาไม่เคยสงสัยในคำพูดของอาจารย์ผู้มีพระคุณ
นั่งกลับไปตรงที่นั่ง เสิ่นโม่หานมองดูสีหน้านิ่งๆของลั่วเชียนอี้อย่างหน้าอึ้งปากค้าง
“อาจารย์ ท่าน….”
ไม่ทันให้เขาพูดจบ ลั่วเชียนอี้โบกมือตัดบท: “ไม่ต้องพูดมาก ฉันไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขา!”
“คนๆนี้ แข็งแกร่งมากนะ!”
เย่ฉวินที่นั่งข้างๆคล้อยตาม
ลั่วเชียนอี้พยักหน้า: “ตอนแรกผมคิดว่าที่รุ่นพี่แพ้ เพียงเพราะแค่ประมาทในศัตรู รอบนี้ได้ลองดูกับตัว ที่แท้แล้วตัวเองก็คือกบในกะลาครอบ!”
ได้บินแบบนั้น เย่ฉวินหัวเราะเจื่อนๆ: “เหอะเหอะ ยังไม่ได้สู้กันกับตระกูลจางแห่งเมืองหลวง ฝั่งเป่ยของพวกเราจิตวิญญาณของทีมเราก็ถูกกดลงไปแล้ว ดูท่าการแข่งขันครั้งนี้ คงจะน่าพะวงอยู่”
ลั่วเชียนอี้นิ่งไปสักพัก เริ่มขมวดคิ้วหนักๆขึ้นมา
วันนี้การแสดงแข่งขันของสวนเหม่ย ที่จริงแล้วก็คือการแข่งขันระหว่างเมืองหลวงกับสำนักบู๊เป่ยหยางทั้งสอง ใครจะไปรู้ว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้เริ่มแสดงความสามารถ เซียวชุ่นก็โผล่ออกมากลางคัน ทำเอาเป่ยหยางไม่ทันได้ตั้งตัวเลย
ดูจากฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งขึ้น ฝ่ายหนึ่งอ่อนแอลง คืนนี้ดูท่าจะไม่ดีนะ!
และไม่ได้มีแค่คนเดียวเท่านั้น ตอนนี้คนส่วนใหญ่ของสำนักบู๊เป่ยหยางก็ตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ สีหน้าต่างเปลี่ยนไปอย่างมาก
ส่วนคนตระกูลจางในเมืองหลวง แต่ละคนกลับสีหน้าสว่างไสว
ไม่บอกไม่ได้ว่าการกระทำของเซียวชุ่นเมื่อกี้นี้ ถือว่าช่วยคนตระกูลจางไปได้อย่างมากเลย ให้พวกเขาสามารถนั่งรอรับผลประโยชน์ได้
แต่เรื่องราว มันจะง่ายขนาดนั้นจริงเหรอ?
เห็นได้ชัดว่า เป็นไปไม่ได้!
เซียวชุ่นหยิบไมค์ขึ้นมา ยิ้มมุมปาก
นี่เป็นโอกาสดีในการโปรโมทสหพันธ์ซินบูของตัวเอง เขาย่อมไม่ปล่อยไปเป็นธรรมดา
“ที่ผ่านมาได้ยินว่าวิธีการจัดการของสำนักบู๊ไม่ถูกต้อง ช่วงหลายปีมานี้แย่งชิงทรัพยากรของสาขาแยกย่อยต่างๆอย่างไม่สนไม่ใส่ใจ ทำให้เกิดปัญหาทรัพยากรที่ไม่เท่ากันอย่างรุนแรง ส่วนตัวผมเองไม่ได้มีความสามารถอะไร อยากจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์แบบนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะเหตุนี้จึงก่อตั้งสหพันธ์ซินบู รับผู้มีความสามารถอย่างกว้างขวางในเป่ยหยางที่กำลังละบากตอนนี้!”
บนเวที เซียวชุ่นมือถือไมค์ ทุกคำที่ออกมาเสียงดังฟังชัด!
ล่างเวที ผู้คนสำนักบู๊ฟังคนหน้าอึ้งปากค้าง
นี่กลับมีคนกล้าโจมตีสำนักบีแบบนี้ ต้องรู้ว่านี่คือเป็นองค์กรใหญ่ที่อยู่ในฮั๋วเซี่ยมามากมายหลายปีเลยนะ ทั้งที่มาจนถึงความสามารถมันใช่สิ่งที่คำพูดไม่กี่คำก็สามารถทำลายได้เหรอ?
สหพันธ์ซินบู?