ตอนที่ 367
บทที่ 620 ระดับสาม
October 28, 2026
เมื่อการประลองของเหวินเหยาจบลง การประลองบู๊ทางฝั่งของหยางเทียนฉายก็ใกล้จะจบลงเช่นกัน
คาดไม่ถึงเลนว่าผลที่ออกมานั้นจางเฉียนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้!
แท้จริงแล้วเขาพ่ายแพ้อย่างไม่เป็นธรรม ตั้งแต่เริ่มการต่อสู้จางเฉียนก็ได้เปรียบกว่าแล้วเพราะกดดันคู่ต่อสู้ของเขาให้ต่อสู้ตลอด
แต่เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้พลังของเขาถดถอยมากกว่าหยางเทียนฉาย และภายใต้สถานการณ์แบ่งรับแบ่งสู้นี้กลับทำให้พละกำลังค่อยๆลดลงเช่นกัน
“เฮ้ มาสู้กับฉันสินายยังหนุ่มยังแน่นนิ”
หยางเทียนฉายเผยรอยยิ้มทะเล้นมุมปากออกมาเมื่อมองจางเฉียนที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนลานประลองบู๊โดยที่ไม่สามารถลุกขึ้นได้
พูดจบเขาหลงเหลือไว้เพียงความห้าวหาญต่อท่าทีที่ขุ่นเคืองของฝ่ายตรงข้าม
การประลองบู๊ดำเนินต่อไปจนถึงเที่ยงวัน และหยุดพักเที่ยงเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง
นี่เป็นเวลารับประทานอาหารที่สมาคมบู๊ได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับทุกคน นักบู๊ต้องใช้พลังงานมากบนลานประลองบู๊ดังนั้นต้องกินเพื่อเพิ่มกำลัง ท่านผู้อาวุโสที่ได้รับการนับหน้าถือตาเหล่านั้นก็ไม่สามารถปล่อยให้ท่านหิวแล้วดูการประลองบู๊ได้!
การแข่งขันจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในตอนบ่ายโมง
การแข่งขันอิงเจี๋ยคัพดำเนินมาเกือบครึ่งทางแล้ว และครึ่งหลังเป็นช่วงเวลาสำคัญในการตัดสินผู้ชนะ
แต่คนส่วนใหญ่มั่นใจว่าเข็มขัดแชมป์จะตกเป็นของกู้ไป๋อีอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นความจริงที่ไม่ต้องสงสัยเลย
สำหรับการประลองในรอบที่สองนั้นเข้มข้นกว่ารอบแรกมาก และยังมีนักบู๊ตัวเต็งถึงสองคน
คนแรกคือจางเฟยหยางและอีกคนคือเซียวชุ่น
จางเฟยหยางเป็นความหวังของครอบครัวโดยตระกูลจางได้ทุ่มเทกำลังแรงกายแรงใจฝึกฝนให้เขาและความแข็งแกร่งของเขายังเป็นที่ยอมรับของสังคมภายนอกอีกด้วย
สำหรับเซียวชุ่นเนื่องจากในช่วงนี้เขาได้ไปพูดโม้โอ้อวดที่เมืองเหลยหยางรวมถึงเป่ยหยางโดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้ที่สวนเหมยในเมืองเป่ยหยางทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักในชั่วพริบตา!
ขณะนี้นักบู๊ทั้งสองคนได้ประลองกันในรอบที่สองของสนามแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหมือนกับดาวตกพุ่งเข้ามาสู่โลก และเป็นที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนนับไม่ถ้วน!
หมายเลยหนึ่งลานประลองบู๊ ในขณะนี้มีชายหนุ่มสองคนที่องอาจห้าวหาญยืนประจันหน้ากัน
คนหนึ่งมีความโกรธแค้นในแววตาของเขา ส่วนอีกคนมีรอยยิ้มจางๆบนใบหน้า
“นายรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเลือกนายเป็นคู่ต่อสู้?” จางเฟยหยางถามอย่างเย็นชา
“รู้สิ” เซียวชุ่นยิ้มพร้อมกับพยักหน้าตอบ
สายตาของ จางเฟยหยางก็หรี่ลง เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวชุ่นที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไร
“ไม่มีใครกล้ายั่วยุตระกูลจางอย่างฉันแบบนี้ แต่นายกลับคุยโวโอ้อวดที่สวนเหมยทำให้ตระกูลจางของฉันอับอาย และยังลงมือทำร้ายอาสี่ของฉันอีก เรื่องเหล่านี้ฉันจะเป็นเรียกร้องความยุติธรรมคืนมาเอง!”
เซียวชุ่นยิ้มเล็กๆ: “แล้วนายจะรออะไรอยู่อีกล่ะ?”
“ฟึบ!”
ทันใดนั้นแสงเงาวับก็ปรากฏขึ้น
จางเฟยหยาง ชักดาบออกมาแล้วแทงไปที่เซียวชุ่นทันที
"ทำได้ดีนิ!"
เซียวชุ่นตะโกนออกมาด้วจเสียงแหบแห้ง ยกมือขึ้นและชี้ไปที่แสงดาบอันแหลมคมนั้น
“รนหาที่ตาย!”
จางเฟยหยางตะโกนออกมาอย่างรุนแรง เห็นเพียงเหวี่ยงดาบยาวในมือของเขาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่มีใครกล้าใช้กระบวนท่านี้ในการรับมือกับดาบของเขา การกระทำของเซียวชุ่นทำให้ จางเฟยหยางผู้เย่อหยิ่งโกรธอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ติง!”
เสียงคมดาบที่ดังขึ้น
และจางเฟยหยางก็มีท่าทีตกตะลึงตามมาภายหลัง!
เขามองนิ้วมือของเซียวชุ่นที่สามารถยับยั้งคมดาบของเขาได้อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองและในใจก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความแปลกใจ
นี่เป็นอาวุธพิเศษที่ตระกูลจางทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อมอบให้จางเฟยหยางถึงขั้นที่ว่าดาบสามารถตัดเหล็กให้ขาดเป็นท่อนๆได้ ชีวิตนักบู๊ธรรมดาก็เป็นเหมือนฟองสบู่สำหรับดาบเล่มนี้ และสามารถถูกทำลายได้ในพริบตา