ตอนที่ 371
บทที่ 624 หนึ่งกระบวนท่า
October 28, 2026
บุคคลระดับสูงของสมาคมบู๊ที่กำกับดูแลการดำเนินงานอิงเจี๋ยคัพในครั้งนี้จริง ๆ มีเพียงแค่สองคน
สองคนนี้คือไห่ถังทูตเสือขาวแห่งเจ้าสังเวียนศูนย์กลาง และกู้ไปอี๋ทูตมังกรเขียวแห่งเจ้าสังเวียนศูนย์ตะวันออกเฉียงใต้
แต่เพราะสองคนนี้แทบจะไม่สนใจเรื่องภายนอกเท่าไรนัก ดังนั้นผู้รับผิดชอบเตรียมการหลักจึงตกไปที่เกาฉิวประธานสมาคมบู๊
ไห่ถังเดินไปแล้วเดินกลับ เกาฉิวเป็นได้เพียงบุคคลที่สาม
เขายกตำแหน่งที่นั่งของตัวเองให้ แล้วเชิญไห่ถังนั่งชมการต่อสู้
แต่สำหรับการเอาใจใส่แบบนี้ ไห่ถังแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น เธอเดินตรงไปตรงขอบลานประลองสูง มองไปยังการแลกเปลี่ยนการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายบนลานประลองอย่างมีสมาธิ
ในจังหวะนี้ท่าทางดุดันของกู้ไป๋อีไม่เกินความคาดหมายของเธอเสียจริงด้วย
“ได้เวลาที่ควรส่งคุณแล้ว เซียวชุ่น!” กู้ไป๋อีพูดอย่างเยือกเย็น
เซียวชุ่นอมยิ้มแล้วตอบกลับว่า “คุณทำไม่ได้หรอก”
“โอ้ งั้นเหรอ? ”
กู้ไป๋อีมองเซียวชุ่นอย่างนึกสนุก เขาพูดติดตลกว่า “ในสิบกระบวนท่า หากคุณสามารถผลักไล่ผมออกได้ ถือว่าผมแพ้ ส่วนชีวิตของคุณ ผมก็จะอนุโลมไว้วันหลังค่อยมาเอาเป็นยังไง? ”
“สิบกระบวนท่า?” เซียวชุ่นตกตะลึง
“ไม่มั่นใจงั้นเหรอ...... ยี่สิบกระบวนท่าเป็นยังไง? ”
กู้ไป๋อียืนกุมมือไว้ด้านหลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ
คำพูดนี้ของเขาทำให้ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งหัวเราะขึ้น
“ฮ่า ๆ แม้ว่าจะหนึ่งร้อยท่า เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทูตมังกรเขียว!”
ในเวลานี้จางเฉียนก็กระโดดออกมา เริ่มดูถูกเซียวชุ่น “ไม่ต้องพูดว่าหนึ่งร้อยท่าเลย ถึงทูตมังกรเขียวยืนให้เขาต่อยเฉยๆ ก็สามารถทำให้ไอ้สวะเซียวชุ่นนั่นเหนื่อยตายได้!”
“เห็นไหม นั่นไงผู้ชายที่ฉันชอบ ส่วนเซียวชุ่นน่ะ เหอะ ๆ ......”
เหวินถิงมองไปทางกู้ไป๋อีด้วยความรุ่มร้อน แต่ตอนที่พูดถึงเซียวชุ่นกลับดูถูกเหยียดหยาม
เหวินเหยาไม่ได้สนใจการเสียดสีในคำพูดของฝ่ายตรงข้าม มัวแต่เฝ้ามองเซียวชุ่น
เธอเชื่อมั่นในตัวผู้มีพระคุณคนนี้เป็นอย่างมาก
เมื่อได้ฟังคำพูดเสียดสีอาจารย์เหล่านั้น หยางเทียนฉายก็ควบคุมความโมโหไว้ไม่ได้ เขาตะโกนขึ้นว่า “พูดบ้าอะไร อาจารย์ฉันไม่ต้องใช้สิบท่าร้อยท่า หนึ่งท่าก็สามารถจัดการกู้ไป๋ขี้เก๊กนั่นได้! ”
“ฮ่า ๆ ......”
คำพูดของเขา ทำให้ผู้คนมากมายเริ่มขำ
เล่นตลกอะไรกัน ท่าเดียวก็สามารถจัดการคนอย่างกู้ไป๋อีได้ คาดว่าในสมาคมบู๊นี้คงหาไม่ได้สักคน!
ในช่วงที่ทุกคนกำลังหัวเราะลั่น บนลานประลองกลับมีคำพูดของเซียวชุ่นมา
“หนึ่งหมัดก็เพียงพอแล้ว! ”
ชั่วพริบตาเดียว ทั้งสนามก็เงียบลง
หยางเทียนฉายอึ้งกิมกี่มองไปยังเซียวชุ่นที่อยู่ไม่ไกลนัก
เมื่อสักครู่เขาไม่ได้พูดคำพวกนั้นเพื่อระบายความในใจให้อาจารย์เท่านั้น แต่อาจารย์กลับตอบรับกลับมาอย่างไม่คาดคิดดั่งกับคำทำนาย?
“นายเนี่ยนะ? ”กู้ไป๋อีเหน็บแนม ดูถูกเหยียดหยาม
เซียวชุ่นพยักหน้าแล้วพูดเพียงสองคำว่า “ใช่ ฉันนี่แหละ!”
เมื่อพูดจบ พลังจากภายในตัวเขาก็พุ่งออกมา เหมือนคลื่นลมแรงที่พัดมาจากทั่วทุกสารทิศ
พวกเขารับรู้ถึงสายลมกรรโชกแรง มีคนพูดด้วยความงุนงงว่า “นี่มันแดนพรแสวง? ”
“ไม่สิ ควรจะเป็นพรสวรรค์ครึ่งขั้นต่างหาก! ” อีกคนตกใจแล้วพูดแก้ไขให้
ในทันใดนั้นผู้ชมต่างหันไปมองต้นเสียง จู่ ๆ ก็มีคนจำได้ พูดเสียงหลงว่า “เจ้าสำนักเย่? ”
อย่างที่คนคนนั้นว่า คนที่เพิ่งพูดเมื่อครู่ก็คือเย่ฉวิน รองเจ้าสำนักของสำนักบู๊ซานเย่เมืองเป่ยหยาง !
ครั้งนี้เขาพาลูกศิษย์มาเข้าร่วมการแข่งขันอิงเจี๋ยคัพด้วย นอกนั้นก็เหมือนกันกับฉินเจิ้นหวนคือต้องการมาสำรวจศักยภาพของเซียวชุ่น
ผลคือทำให้เขาทึ่งมาก แต่ในขณะเดียวกันก็พึงพอใจเป็นพิเศษ
เพราะถึงอย่างไร นักบู๊ที่มีพรสวรรค์ครึ่งขั้น ก็ไม่ขายหน้าเท่าอยู่ในสมาคมบู๊ที่ต้องกินข้าวเหลือทุกวัน!
ในเวลานี้ กู้ไป๋อีที่อยู่บนลานประลองส่งเสียง “หึ” ออกมา
“คุยโอ้อวดอย่างไม่กระดากอาย ฉันจะรอดูว่าแกจะใช้ท่าอะไรถึงทำให้ฉันยอมแพ้ได้! ”