ตอนที่ 396
บทที่ 649 อีกหนึ่งแผนการ
October 28, 2026
ในตอนนี้ ห้องโถงของหอโป๊ยเซียนก็เงียบเชียบเพราะความกลัวที่มีอย่างที่สุด
ไม่มีใครสนใจที่จะหัวเราะเยาะเย่จี้เซิ่งที่ฉี่ราดไปแล้วเพราะความกลัว แต่กลับดวงตาเบิกกว้าง มองไปยังเซียวชุ่นที่ใบหน้าเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยอยู่
ในบรรยากาศที่เงียบเชียบแบบนี้ เซียวชุ่นพูดขึ้นอย่างช้าๆ
“วันนี้ฉันเหนื่อยมากแล้ว อย่าพยายามมาท้าทายความอดทนของฉันอีก!”
คำพูดนี้ราวกับค้อนปอนด์หนักๆ ทุบไปที่กลางอกของเย่จี้เซิ่งอย่างแรง
เขาแทบไม่ต้องสงสัยว่าการออกอาวุธของเซียวชุ่นในครั้งต่อไป จะต้องปักทะลุที่ลำคอของตัวเองเป็นแน่
เมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามซึ่งหน้าแบบนี้คุณชายเย่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเอาชีวิตรอด
และเพราะแบบนี้ คุณชายเย่หนุ่มเสเพลในซงเจียง ท่ามกลางท่าทีที่ประหลาดใจของทุกคน สวมใส่เพียงกางเกงชั้นในตัวเดียวที่เปียกชื้น คลายสี่ขาออกไปจากหอโป๊ยเซียน!
ในสายตาของทุกคน เย่จี้เซิ่งคนเมื่อครู่นั้นยโสโอหังเพียงใด เขาในตอนนี้ก็มีสภาพที่น่าเวทนาเพียงนั้น
ตัวคุณชายเย่เองก็คงไม่คาดคิดเช่นกัน ว่าตัวเองที่เป็นถึงคุณชายใหญ่ตระกูลเย่แห่งซงเจียงที่สง่าผ่าเผย จะถูกบอดี้การ์ดคนหนึ่งทำให้ต้องอับอายได้ถึงเพียงนี้
เห็นชัดว่า เรื่องมาถึงตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะสิ้นสุดลง!
สามารถเข้ามาใช้บริการที่หอโป๊ยเซียนได้ล้วนเป็นผู้มีอิทธิพลและอำนาจของซงเจียง
คนพวกนี้ย่อมต้องรู้สถานะของเย่จี้เซิ่งอยู่แล้ว
แน่นอนว่า หากรู้เรื่องนี้แล้วก็ไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่
เจ้าสำราญทำไมถึงถูกขนานนามว่าเจ้าสำราญ คงไม่จำเป็นต้องให้อธิบาย
ในเวลาอันสั้น ก็มีลูกค้าจำนวนมากได้ออกไปจากสถานที่เกิดเหตุตรงนี้แล้ว
ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มคนที่ไม่กลัวว่าจะมีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น เฝ้ารอดูความสนุก อยู่ที่แห่งนี้
มองดูลูกค้าที่จากไปอย่างรีบเร่ง ท่าทีของเฉ่าหว่านฉิงก็ดูจะลังเลขึ้นมาเล็กน้อย
แม้ที่เป่ยหยางเธอจะเป็นที่เคารพนับถือ แต่หากต้องมาเทียบกับเย่จี้เซิ่งตระกูลที่มีชื่อเสียงในซงเจียงนี้แล้ว ก็ยังห่างไกลกันคนละชั้น
เมื่อครู่เซียวชุ่นไปล่วงเกินเย่จี้เซิ่งซะขนาดนั้น เรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆแน่
แม้คนที่ลงมือจะไม่ใช่เฉ่าหว่านฉิง แต่เธอก็รู้ว่ายังไงคงต้องติดร่างแหนี้ไปด้วย
หากเป็นเวลาปกติ เธอก็คงจะไม่กังวลอะไร แต่ตระกูลเย่เป็นหนึ่งในผู้ตัดสิน“เทศกาลภาพยนตร์”ในครั้งนี้ด้วย เรื่องนี้ก็จึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากขึ้นมาไม่น้อย
คิดได้ดังนั้น เธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจขึ้นมา
หากวันนี้ตัวเองไม่ยืนกรานที่จะพาเซียวชุ่นมาที่นี่ด้วย บางทีเรื่องก็คง……
ในขณะที่เฉ่าหว่านฉิงยังคงเสียใจกับการกระทำก่อนหน้า เซียวชุ่นที่อยู่ด้านข้างก็ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดินไปอย่างอาจหาญแล้วนั่งลงยังโต๊ะที่ว่าง
จากนั้น เขาก็พูดกับพนักงานข้างๆเสียงแผ่วว่า “ได้ยินชื่อบะหมี่ร้อนแห้งของซงเจียงมานาน รบกวนเอามาให้ด้วยสักชามนะ”
พูดจบ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง
มาโรงแรมสุดหรู แต่กลับกินอาหารพื้นๆ?
ความแตกต่างอย่างสุดขั้ว เป็นอะไรที่ทำเอาประหลาดใจอย่างไม่ต้องสงสัย
ความประหลาดใจของคนเหล่านี้ เซียวชุ่นไม่สนใจอยู่แล้ว
มองดูเฉ่าหว่านฉิงที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยท่าทีแปลกๆ เขาพูดเสียงเรียบ
“เพื่อนของเธอล่ะ?”
ได้ยินดังนั้น เฉ่าหว่านฉิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่
ตอนนี้วุ่นวายซะขนาดนี้แล้ว เธอยังจะมีกะจิตกะใจนัดเพื่อนๆที่นี่ของเธอออกมาได้ยังไงอีก !
เมื่อครู่พูดดูถูกเซียวชุ่นไปสองคำ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาคิดถึงเรื่องพวกนี้ จากนั้นก็พูดด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อยว่า“หลังจากเทศกาลภาพยนตร์นี้จบลงสองสามีภรรยาเซี่ยงซื่อกรุ๊ปจากเซียงเจียง จะจัดงานเลี้ยงขึ้นที่ซงเจียง……”
ฟังมาถึงตรงนี้ เซียวชุ่นก็พูดขัด“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
แววตาของเขามีความมึนงง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดถึงเรื่องนี้ทำไม
เมื่อเห็นดังนั้น เฉ่าหว่านฉิงก็อดไม่ได้ที่จะมองค้อนเซียวชุ่นอย่างขุ่นเคือง เดิมทีเธอตั้งใจจะอาศัยความสัมพันธ์ของตระกูลเย่เพื่อเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ และใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับสองสามีภรรยาผู้มีชื่อเสียงจากเซียงเจียง จากนั้นก็ขอบทละครดีๆสักตัว
แต่หลังจากที่เซียวชุ่นก่อเรื่องขึ้นมา เห็นชัดว่าโอกาสนี้ของเธอได้หมดลงแล้ว
ครุ่นคิดอย่างขุ่นเคืองเสร็จ เฉ่าหว่านฉิงก็พูดอย่างกลัดกลุ้มว่า“เดิมทีฉันตั้งใจว่าจบงานเทศกาลภาพยนตร์แล้วจะไปเข้าร่วมงานเลี้ยงนั้นด้วย แต่ตอนนี้นายมาทำให้เย่จี้เซิ่งต้องอับอายขายหน้าแบบนี้ ฉันจะยังมีโอกาสอีกที่ไหนกัน ?”
ได้ยินดังนั้น เซียวชุ่นก็ยกยิ้มบางเบา“เหอะๆ อาศัยกระแสความนิยมที่เธอมี ยังไปเข้าร่วมงานเลี้ยงนั้นไม่ได้อีกเหรอ?”
ระงับความขุ่นเคืองที่มีในใจ ริมฝีปากแดงๆของเฉ่าหว่านฉิงก็เผยอขึ้นเล็กน้อย บอกเล่าว่า
“ฉันมีกระแสความนิยมก็จริง แต่งานเลี้ยงนั้นสองสามีภรรยาเซี่ยงซื่อกรุ๊ปกับเย่หนานเทียนจัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อหารือเกี่ยวกับละครกำลังภายในเรื่องหนึ่ง จุดประสงค์ก็เพื่ออยากจะถ่ายทำภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่มีสมาคมบู๊เป็นตัวหลัก และฉันก็ไม่รู้เรื่องศิลปะการต่อสู้ อยากจะได้รับคัดเลือกมีเพียงอย่างเดียวนั้นก็คือเสนอตัวเอง !”
พูดมาถึงตรงนี้ ท่าทีของเฉ่าหว่านฉิงก็สิ้นหวังอย่างมาก ในฐานะ“แฟนคลับกิมย้ง”เธอคาดหวังอย่างมากที่จะได้เล่นหนังกำลังภายในแท้ๆแบบนี้สักเรื่อง
!
!