ตอนที่ 397
บทที่ 650 รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร?
October 28, 2026
ชายวัยกลางคนที่เย่จี้เซิ่งเรียกว่า“ลุงรอง”นั้น ก็คือท่านรองเย่ของซงเจียง เย่หยูเซิน
ตระกูลเย่เป็นตระกูลใหญ่ในซงเจียง สถานะของเย่หยูเซินก็จึงไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น
ถึงเขาจะไม่ใช่ผู้นำของตระกูล แต่ก็มีสถานะที่สูงกว่าตระกูลขุนนางทั่วไปในพื้นที่อยู่มาก
แต่ถึงกระนั้น ในพื้นที่แห่งนี้ กลับยังมีคนไม่ให้เกียรติตระกูลเย่ หนำซ้ำยังทำร้ายลูกหลานตระกูลเย่อีกด้วย!
เรื่องนี้ จะปล่อยมันไว้แบบนี้ได้ยังไง ?
“ไปกับฉัน ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครที่มันกล้าไม่ให้เกียรติตระกูลเย่ของเรา!”
พูดจบ เย่หยูเซินก็เดินไปอย่างสง่าผ่าเผยและน่าเกรงขาม เข้าไปในหอโป๊ยเซียน
เมื่อเย่จี้เซิ่งเห็น มุมปากก็มีรอยยิ้มเยาะปรากฏ แล้วเดินตามหลังไปติดๆ
พาผู้ติดตามอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปยังด้านในของภัตตาคาร ดวงตาที่ราวกับเสือคู่นั้นของเย่หยูเซินกวาดมองไปทั่วบริเวณ
คนอื่นๆที่ถูกสายตานั้นจับจ้องมา ต่างก็พากันถอยร่นออกไปอย่างไม่รู้ตัว อย่าว่าแต่ให้มองสบตาเลย
แต่ทว่า มียกเว้นอยู่คนหนึ่ง!
คนคนนี้กำลังกินบะหมี่ร้อนอยู่ สีหน้าท่าทางดูพึงพอใจอย่างมาก
สำหรับเย่หยูเซินที่เพิ่งจะเดินเข้ามา ก็แทบไม่หันมามองเลยสักนิด
ทันใดนั้น เย่จี้เซิ่งก็ยกนิ้วขึ้นมาชี้ไปยังคนที่กำลังกินบะหมี่อยู่ด้วยความโกรธ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ลุงรอง ไอ้สารเลวนั่นไงที่มันทำฉันต้องอับอายขายหน้า ต้องสับมันให้เป็นชิ้นๆเลยนะ!”
คิดไปถึงความอัปยศที่ตัวเองเพิ่งเจอมาเมื่อครู่ เย่จี้เซิ่งรู้สึกเพียงเลือดในกายเดือดพล่าน
หากไม่ใช่เพราะเคยเห็นฝีไม้ลายมือของเซียวชุ่นมาแล้ว เขาในตอนนี้ก็คงจะหยิบมีดแล้วฟันแทงไอ้สารเลวนี่ไม่ยั้งไปแล้ว!
มองดูหลานชายที่โกรธจนเต้นเร่าๆ เย่หยูเซินจับมือเขาเอาไว้ ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายใจเย็นๆอย่าเพิ่งวู่วาม
จากนั้น เขาก็เดินเข้าไปหาเซียวชุ่นที่นั่งนิ่งอยู่กับที่
“เมื่อครู่ที่ทำให้จี้เซิ่งต้องอับอายขายหน้า เป็นนายใช่ไหม?”เย่หยูเซินเอ่ยถาม
แต่คำตอบที่เซียวชุ่นตอบกลับไปนั้น ทำให้เขาต้องอับอายหนักยิ่งขึ้นไปอีก
“เวลากิน ผมไม่ชอบให้ใครมารบกวน!”
“หืม?”
เมื่อเย่หยูเซินได้ยิน ดวงตาก็เบิกโพลง
เขาเคยถูกใครดูหมิ่นดูแคลนแบบนี้มาก่อนที่ไหนกัน ตั้งแต่ที่พี่ชายได้เป็นเจ้าสำนักของสมาคมบู๊ซงเจียง ทุกคนต่างก็ให้เกียรติและยกย่องนับถือเขา กลัวไม่ระมัดระวังแล้วจะไปล่วงเกินเขาเข้า
แต่คนตรงหน้านี้กลับจองหองและอวดดีได้ถึงเพียงนี้ ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่หยูเซินก็หัวเราะออกมาด้วยความโกรธ
“นี่นายรู้ไหมว่านายกำลังพูดอยู่กับใคร ?”
พลั้ก!
วางตะเกียบในมือลง เซียวชุ่นไม่ได้สนใจเย่หยูเซินที่เย่อหยิ่ง แต่หันไปหาพนักงานที่ในตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด และพูดบางคำที่ทำเอาต้องตะลึงจนอ้าปากค้าง
“เมื่อกี้ยังกินไม่อิ่ม รบกวนพ่อครัวช่วยทำเพิ่มมาให้อีกชามนะ!”
พูดจบ เขาก็ไม่ได้สนใจสายตาที่หนักอึ้งของผู้คน บิดขี้เกียจอย่างสบายใจ จากนั้นก็ถึงได้หันมองไปยังเย่หยูเซินที่ใบหน้าเขียวคล้ำซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“เลี้ยงดูแต่ไม่อบรมเป็นความผิดของพ่อแม่ เด็กคนนี้ไม่มีมารยาทขาดการอบรมสั่งสอน ผมก็ช่วยสั่งสอนให้ ทำไมจะไม่ได้?”
สิ้นเสียง ทุกคนในที่นี้ก็พากันตกตะลึง!
ช่วยตระกูลเย่อบรมสั่งสอนลูกหลาน ?
นี่มันคำพูดที่จองหองแค่ไหนกัน!
เย่จี้เซิ่งฟังมาถึงตรงนี้ ก็ควันออกหูในทันที ตวาดเสียงดังใส่เซียวชุ่น“นายเป็นใคร ? ก็แค่บอดี้การ์ดคนหนึ่ง มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน?”
หลังจากที่ตวาดเสียงดังไป เขาก็หันมองไปยังเย่หยูเซินลุงรองที่อยู่ไม่ไกลอย่างโกรธเคือง พูดอย่างอาฆาตมาดร้าย“ลุงรอง ไอ้หมอนี่ไม่เห็นตระกูลเย่ของเราอยู่ในสายตา ผมว่าตีมันให้ตายไปเลยดีกว่า ไม่ต้องไปพูดมากความอะไรกับมันแล้ว!”
“หุบปากแกเดี๋ยวนี้ !”
เสียงตวาดดังขึ้น ก้องอยู่ในหูของทุกคน
!