ตอนที่ 399
บทที่ 652 การก่อตัวของคลื่นใต้น้ำ
October 28, 2026
“ไม่จำเป็นต้องไปถึงที่เซียงเจียงเลย” เฉ่าหว่านฉิงยิ้มอย่างทะเล้น
เมื่อเซียวชุ่นได้ยิน ใบหน้าก็งงงวย“หมายความว่าไง?”
เฉ่าหว่านฉิงพูดสำทับ“นายลืมงานเลี้ยงที่ฉันพูดกับนายที่หอโป๊ยเซียนก่อนหน้านั้นแล้วเหรอ?”
มองดูอีกฝ่ายไปแวบหนึ่ง เซียวชุ่นทำท่าเหมือนขบคิดอะไร“เธอหมายความว่า……”
ไม่รอให้เขาได้พูดจบ เฉ่าหว่านฉิงก็พยักหน้า พูดตัดบท
“สองสามีภรรยาเซี่ยงซื่อกรุ๊ปเคยเป็นบุคคลสำคัญในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเซียงเจียงมาก่อน แม้ระยะหลังมานี้จะไม่ได้ลงทุนในด้านภาพยนตร์แล้ว แต่ในมือก็ยังมีทรัพยากรอยู่มากมาย หากนายเข้าไปตีสนิทพวกเขาได้ เรื่องทีมงานการถ่ายทำและการผลิตก็จะสามารถแก้ไขไปได้โดยง่าย”
“ฮ่าฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้นก็ผ่อนแรงฉันไปได้มากเลย ”
ยกยิ้มจางๆ เซียวชุ่นเอาแน่แล้ว ถึงเวลาจะไปร่วมงานเลี้ยงนั้นแล้วไปเจอกับสองสามีภรรยาจากเซียงเจียงคู่นั้น
ในเวลาเดียวกัน
ชานเมืองทางเหนือของซงเจียง วิลล่าเขาหมายเลขหนึ่ง
ในห้องหนังสือที่มีขนาดใหญ่พอๆกับสนามบาส ชายวัยกลางคนสองคนกำลังนั่งพูดคุยกันท่ามกลางกลุ่มควันที่ตลบอบอวล
เคาะขี้บุหรี่บนซิการ์ออก เย่หนานเทียนถามเย่หยูเซินน้องชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยเสียงที่แผ่วเบา“คนได้เดินทางมาถึงที่ซงเจียงแล้วเหรอ!”
เย่หยูเซินตอบกลับในทันที “ไม่ผิดแน่!ครั้งนี้คงไม่ได้มาเพื่อจะข่มขู่ให้พวกเราซงเจียงเข้าร่วม‘สหพันธ์ซินบู’นั้นหรอกใช่ไหม?”
“เหอะ!”
หัวเราะเสียงเบา เย่หนานเทียนส่ายหัวอย่างช้าๆ
“เขาไม่ได้มาเพราะเรื่องนี้ แต่มาเพราะเรื่องอื่น”
“หมายความว่าไง?”ใบหน้าเย่หยูเซินมึนงง
“เมื่อเร็วๆนี้เจ้าสังเวียนเนี่ยได้มายังสถานที่แห่งนี้ด้วยตนเอง แกรู้ไหมว่าทำไม?”เย่หนานเทียนไม่ตอบแต่ถามกลับ
ส่ายหน้า ความงุนงงสงสัยบนใบหน้าของเย่หยูเซินไม่ได้จางหายไปเลยแม้แต่น้อย
การติดต่อประสานงานกันระหว่างสมาคมบู๊นั้นมีพี่ใหญ่คอยดูแลจัดการมาโดยตลอด และเขาก็จะคอยดูแลจัดการในส่วนของหอการค้า ทั้งสองคนต่างแบ่งหน้าที่การงานกันอย่างชัดเจน
เย่หนานเทียนไม่ได้เก็บงำอะไรอีก พูดตรงประเด็นไม่อ้อมค้อม“มาเพราะเรื่องสวนสมุนไพรที่‘โรงเสวียนฮู๋’!”
ฟังมาถึงตรงนี้ เย่หยูเซินที่มึนงงสงสัยก็กระจ่างในทันที
เรื่องสวนสมุนไพรนั้น เขารู้มันเป็นอย่างดี อีกทั้งข้อมูลของเรื่องนี้ตระกูลเย่ของเขาก็เป็นคนแจ้งเรื่องกับทางสมาคมบู๊เอง
เรื่องที่“สหพันธ์ซินบู”ก่อตั้ง“หอโอสถ” เย่หยูเซินก็เพิ่งจะได้ยินพี่ใหญ่เอ่ยพูดถึงเมื่อไม่นานมานี้ พอจับโยงเรื่องราวต่างๆมารวมกัน และคาดเดาถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อไป ก็จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาก็พูดด้วยใบหน้าที่ปีติยินดี “พี่ใหญ่ ที่เขาหยานั้น เจ้าสังเวียนเนี่ยคงไม่คิดที่จะจัดการกับเซียวชุ่นที่นั่นหรอกใช่ไหม?”
เย่หนานเทียนยิ้มและพยักหน้าให้
“เจ้าสังเวียนเนี่ยเป็นผู้นำทัพมาเอง กองกำลังที่ติดตามมาด้วยยังมียอดฝีมืออีกกว่าหลายสิบคน ต่อให้พลังวิชาของเซียวชุ่นจะแกร่งกล้าแค่ไหน มาถึงที่เขาหยาให้มีปีกก็บินหนีไปไหนไม่รอด!”
ข้อเท็จจริงในเรื่องที่เซียวชุ่นบรรลุพลังวิชาขั้น“แดนพรสวรรค์”นั้น นักบู๊รุ่นอาวุโสอย่างเย่หนานเทียนก็ย่อมตกตะลึงอย่างมาก!
ต้องบอกให้รู้ก่อนว่าเขาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มากว่าห้าสิบปี ในตอนนี้ก็ยังเป็นแค่นักบู๊ที่บรรลุขั้น“พรแสวง”เท่านั้น
แต่เซียวชุ่นที่อายุเพียงแค่ยี่สิบต้นๆก็บรรลุถึงขั้นนี้ได้ ช่างเป็นบุคคลที่วิเศษและน่าอัศจรรย์อย่างมาก ทำเอาผู้คนต่างพากันกลัวเกรง
แต่ก็เพียงแค่นี้เท่านั้น
ตอนนี้เจ้าสังเวียนเนี่ยออกโรงเองแบบนี้ อีกทั้งยังมีผู้อาวุโสของสมาคมบู๊คอยติดตามมาด้วย นี่มันกองกำลังที่องอาจห้าวหาญแค่ไหนกัน!
หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของเย่หนานเทียนแล้ว เย่หยูเซินก็หัวเราะเยาะไม่หยุด
“เหอะๆ เจ้าสังเวียนเนี่ยบัญชาการด้วยตัวเอง ต่อให้เซียวชุ่นจะเก่งกาจเหนือมนุษย์แค่ไหนก็หนีไปไม่รอด!”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว เรื่องนี้ขอให้ผ่านมันไปโดยเร็ว เมืองซงเจียงเล็กๆนี้ของฉันจะแบกรับกับเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายได้ที่ไหนกัน”เย่หนานเทียนยกยิ้มอย่างขมขื่น
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าสังเวียนเนี่ยหรือเซียวชุ่น ต่างก็ไม่ใช่คนที่ตัวเล็กๆอย่างเขาจะไปล่วงเกินได้
เพราะคนหนึ่งคือเจ้าสังเวียนของสมาคมบู๊ และอีกคนคือจ้าวสหของ“สหพันธ์ซินบู” เมื่อเทียบกับเย่หนานเทียนผู้ปกครองเมืองเล็กๆกับความสามารถที่มีเพียงเท่านี้ยังห่างไกลกันอยู่มาก
นอกจากนี้อีกไม่กี่วัน สถานที่แห่งนี้จะจัดงาน“เทศกาลภาพยนตร์”ประจำปีขึ้น
หากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา เขาในฐานะผู้จัดงานคงปัดความรับผิดชอบนี้ไปไม่ได้แน่
จู่ๆ เย่หยูเซินที่อยู่ข้างๆก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เอ่ยถาม“พี่ใหญ่ สองสามีภรรยาเซี่ยงซื่อกรุ๊ปจะมาเมื่อไร?”