ตอนที่ 413
บทที่ 666 การต่อสู้แสนดุเดือดในค่ายกล
October 28, 2026
“คิดเพ้อเจ้อ !”
เกาฉิวจ้องมองเซียวชุ่นที่พุ่งมาประชิดข้างหน้าโดยไม่ขยับเขยื้อน มุมปากยกยิ้มอย่างเยาะเย้ย ยืนอยู่ที่เดิมอย่างแข็งทื่อทั้งอย่างนั้น ปล่อยให้การบุกโจมตีของอีกฝ่ายตกอยู่ที่บ่าของตัวเอง
“ผลั๊วะ !”
พลังบ้าระห่ำไหลพุ่ง แต่กลับไม่ปรากฏกระดูกหักเอ็นขาดที่ควรจะมีตามหลักเหตุผลอยู่ในสายตาของเซียวชุ่นเลย เกาฉิวยังคงมีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
ในตอนที่หมัดของเซียวชุ่นเมื่อครู่กำลังจะตกอยู่ที่บ่าของเกาฉิว จู่ ๆ ภายนอกร่างกายของอีกฝ่ายปรากฏระลอกคลื่น ส่วนพลังบ้าระห่ำที่อยู่ในลมหมัดของเขา ก็ถูกฉากกำบังนี้ดูดเอาจนหมดสิ้น !
“ฮ่า ๆ ฉันไร้เทียมทาน เมื่ออยู่ในค่ายกลนี้ !”
พูดโผงผางอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด เกาฉิวใช้ฝ่ามือต่อเนื่องดันขวางออกไป พุ่งไปประทับลงบนแผงอกของเซียวชุ่นอย่างรวดเร็ว
เห็นดังนั้น เซียวชุ่นเตรียมที่จะดึงหมัดและหันกลับทันที อยากจะหลบเลี่ยงฝ่ามือของอีกฝ่ายนี้
แต่ในจังหวะที่ร่างกายเขาเคลื่อนไหวตามใจอยู่นั้น ถึงกับรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของตัวเองเชื่องช้ามาก ๆ ราวกับเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในน้ำ
ตอนที่คิ้วดาบขมวดเล็กน้อย พลังฝ่ามืออีกฝ่ายได้ทะลุผ่านร่างกายไปแล้ว
“ผลั๊วะ !”
ชี่จื้อที่ราวกับกระแสคลื่นโหมซัด โดนเข้าที่แผงอกของเซียวชุ่นเข้าอย่างจัง ตบเขาจนกระเด็นออกไปเลย
หากว่าไม่ใช่ว่าเขาโยกย้ายชี่ทิพย์ที่ไหลเวียนไม่แน่นอนในร่างกายให้เกาะตัวเป็นโล่ในตอนที่อยู่ในระหว่างที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายละก็ คาดว่าจะได้รับบาดเจ็บแล้ว
กำจัดเศษพลังที่เหลืออยู่ในร่างกายออกไป เซียวชุ่นยืนนิ่งอยู่ในที่ที่ห่างออกไปห้าเมตร สายตาเปล่งประกายระยิบระยับ ไม่ชิงเป็นฝ่ายรุกเหมือนอย่างเมื่อครู่อีกต่อไปแล้ว
เห็นเซียวชุ่นที่ไร้สีหน้าอยู่ไม่ไกลนัก เกาฉิวยิ้มราบเรียบ
“ชี่จื้อของนายเข้มแข็งอย่างที่คาดไว้เลย ถึงกับสามารถฝืนรับฝ่ามือของฉันโดยไม่ได้รับบาดเจ็บในตอนที่การบำเพ็ญตบะอ่อนกำลังลงได้เลยสักนิด !”
ในตอนนี้เขารู้สึกสนใจวิธีการฝึกฝนเพื่อปกป้องร่างกายของเซียวชุ่นเป็นอย่างมาก คิดว่าอีกฝ่ายสามารถฝืนต้านกระบวนนั้นเมื่อครู่ได้ ทั้งหมดนั้นอาศัยเหตุผลที่เรียกว่าการฝึกฝนชี่กง
เหล่าผู้ฝึกฌานในสมัยนี้ แทบจะไม่มีใครเคยสัมผัสชี่ทิพย์พวกนี้เลย
จากความเห็นของพวกเขานั้น ชี่จื้อเป็นพลังจิตที่เก่งกาจที่สุดในโลกใบนี้แล้ว
ไม่ใช่ว่าพวกเขาหูตาแคบ
เพราะรอยเหลื่อมระหว่างผู้ฝึกฌานนั้นรุนแรงเหลือเกินจริง ๆ บวกกับสาเหตุที่ว่านับวันชี่ทิพย์สรวงสวรรค์ก็ยิ่งเบาบางลง บรรดาผู้ฝึกฌานจึงทำได้แต่เลือกสิ่งที่ดีรองลงมา เปลี่ยนจากทิพย์เป็นจื้อ
เซียวชุ่นย่อมไม่ไปอธิบายว่าอะไรคือความแตกต่างระหว่างการบำเพ็ญตนกับการบำเพ็ญตนเป็นเซียนกับคนพวกนี้หรอก
แต่ว่าตอนนี้เขาสนใจ “ค่ายอีชี่กุยหยวน” นี้ที่เกาฉิวและคนอื่น ๆ กุมเอาไว้อยู่เป็นอย่างมาก !
หากไม่ใช่เพราะว่าค่ายกลนี้ควบคุมเขาไว้มากละก็ เขาก็สามารถทำลายค่ายกลที่แข็งแกร่งเช่นนี้ของไอ้หมอนี่ได้ในชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียว หากว่าเขาได้มาไว้ในมือละก็ กำลังของสหพันธ์บู๊จะต้องเพิ่มขึ้นมากโขอย่างแน่นอน
“เซียวชุ่น ยังจำวันนั้นว่านายคุยโวโอ้อวดกับฉันอย่างไรที่ “อิงเจี๋ยคัพ” ได้อยู่หรือเปล่า ? ตอนนี้ผู้อาวุโสอย่างฉันจะให้โอกาสแก่นาย คุกเข่าคำนับยอมรับผิดกับฉันซะ หากว่าเป็นแบบนี้ฉันจะให้นายได้เจ็บปวดน้อยลงหน่อย !”
อาศัยค่ายกลที่เร้นลับไร้เทียมทาน ที่เกาฉิวพูดมาในตอนนี้ ก็กำเริบเสิบสานมาก ถึงกับข่มขู่จะให้เซียวชุ่นคำนับขอโทษให้กับเขา
ในขณะเดียวกันนั้นก็สามารถมองออกว่าในการแข่งขันก่อนหน้าไม่นานนี้ เกาฉิวได้อัดอั้นความโกรธไว้มากแค่ไหน อย่างไรซะเซียวชุ่นในขณะนั้นไม่ได้ไว้หน้าผู้อาวุโสท่านนี้อย่างเขาไว้เลยสักนิดเดียวเชียวล่ะ !
“สวะก็ยังเป็นแค่สวะอยู่วันยังค่ำ”
เซียวชุ่นมองเกาฉิวที่มีท่าทีโผงผางบ้าระห่ำด้วยใบหน้าถากถาง
“รนหาที่ตาย !”
เกาฉิวตะโกน มีเสี้ยวเงาที่ฝ่าเท้า ในระหว่างที่หันตัวก็ปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าเซียวชุ่นแล้ว ใช้หนึ่งฝ่ามือตบลงที่กลางอากาศ
ภายใต้การร่ายมนตร์ของค่ายกล คุณสมบัติทุกด้านของเขาล้วนแข็งแกร่งขึ้นมาก
ส่วนเซียวชุ่นผู้เป็นคู่ต่อสู้ที่ตั้งตัวเป็นศัตรู ถูกทำให้อ่อนแอลงในทุกด้าน
ภายใต้การอีกฝ่ายเพิ่มขึ้น ตัวเองลดลงนั้น เขายังจะสามารถอดทนต่อการคุยโวโอ้อวดของศัตรูได้ที่ไหนกัน ?
ฝ่ามือของเกาฉิวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วตกลงมาอย่างเหี้ยมโหด เจือด้วยลมจื้อที่บ้าคลั่งเป็นพัก ๆ พัดเสื้อผ้าของเซียวชุ่นจนพลิ้วไหว ไม่นานนักตบลงที่บ่าของเขาเข้าอย่างจัง
ในระหว่างที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ชี่ทิพย์ที่ไหลเวียนอยู่เงียบ ๆ อยู่ภายในร่างกายของเซียวชุ่น ในชั่วพริบตานั้นก็โผล่อยู่นอกร่างกาย ขวางฝ่ามือที่กะทันหันของเกาฉิวให้ห่างจากบ่าไปหนึ่งนิ้ว !