ตอนที่ 443
บทที่ 696 สองกระบวนท่าเท่านั้น
October 28, 2026
เจิ้งอิงฉงเห็นลูกพี่ตัวเองถูกตำหนิแบบนี้ ก็โมโหขึ้นมาทันทีเช่นกัน
“คุณเข้าใจอะไร นี่คือจ้าวสหเซียว......”
แต่ไม่ได้รอให้เขาพูดจบ เซียวชุ่นกลับส่งสายตาบอกให้เขาอย่าพูดถึงสถานะของตัวเอง
สายตาของนายใหญ่เหมือนกระแสไฟ เจิ้งอิงฉงไม่กล้าเลยเถิดแม้แต่นิดเดียว จึงเงียบลงทันที
“ไอ้พวกข้างถนนแบบนี้คิดอยากจะแข่งกับอาจารย์ ฉันว่าหาเรื่องตายแล้วล่ะมั้ง?”
เฮียกล้วยออกมาอีกครั้ง แสดงอาการเย้ยหยันออกมาอย่างแปลกประหลาด
และมีน้องเล็กพูดคล้อยตามขึ้นมา : “ฮ่าๆ ลูกพี่พูดถูก คนตัวเล็กๆผอมๆแบบนี้ผมใช้มีดฟันไปซักทีคาดว่าไม่ตายก็เจ็บหนักแล้ว!”
แล้วก็ไม่รู้ว่าเนี่ยจิ่วฉงได้ยินประโยคนี้แล้วจะมีอาการเป็นอย่างไร
คาดว่ามีอารมณ์ที่จะฉีกคนสารเลวนี่ได้แล้ว
ถึงอย่างไร “มีดเกอลู่”ที่ทำมาจากหินทองและผงหินอุกกาบาตล้วนไม่สามารถทำลายเด็กนี่ได้แล้ว มีดของนายสามารถทำร้ายเขาให้ไม่ตายก็เจ็บได้ ล้อเล่นหรือเปล่า?
ชิวจ้านและไห่ถังทั้งสองคนมองเซียวชุ่นอย่างรู้สึกประหลาดใจ
ทั้งสองคนคิดไม่ถึงว่าเขาจะออกมาในเวลานี้
เซียงเจียงในตอนนี้พวกคนที่มีฝีมือชั้นสูงได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าอยากจะเอาสมาคมบู๊มาสร้างบารมี เพื่อที่จะสามารถขยายอิทธิพลของสมาคมชิงหยุนได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนเซียวชุ่นศัตรูของสมาคมบู๊คนนี้ ไม่คิดว่าจะเข้มแข็งและมีเกียรติ เป็นฝ่ายออกมาขวางมังกรที่แข็งแกร่งแทนสมาคมบู๊แบบนี้
ทำให้รู้สึกประหลาดใจมากจริงๆ!
หัวหน้าสำนักอัสนีสถาน ท่านอาวุโสเหลยเจิ้นเซียวเหมือนกับชื่อ นิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
เห็นเซียวชุ่นออกมาขวางทาง เขาก็เยาะเย้ยขึ้น : “วันนี้คู่ต่อสู้ของพวกเรามีเพียงแค่สมาคมบู๊เท่านั้น คนทั่วๆไปอย่างนาย รีบไสหัวออกไปให้ไกลๆจะดีกว่า อย่ามาทำให้เสียเวลาตรงนี้เลย!”
“ถึงแม้ว่าคู่ต่อสู้ของพวกคุณคือสมาคมบู๊ แต่เมื่อกี้คำพูดของพวกคุณทำให้ผมไม่พอใจมาก!”
พูดออกมานิ่งๆ มุมปากของเซียวชุ่นปรากฎรอยยิ้มขึ้น
สายตาของเขากวาดมองไปยังผู้มีฝีมือชั้นสูงของเซียงเจียงทั้งสามท่านที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วพูดเปลี่ยนประเด็น
“ในเมื่อพวกคุณนักบู๊เซียงเจียงเย่อหยิ่งกันแบบนี้ ผมก็จะถือว่าเป็นการเรียกความเป็นธรรมกลับมาให้นักบู๊ในพื้นที่ก็แล้วกัน การกระทำนี้ของผมไม่ใช่เพื่อสมาคมบู๊ แต่เป็นเพื่อนักบู๊ในพื้นที่จำนวนมาก!”
“ฮือฮา!”
เพิ่งจะสิ้นเสียง ภายในงานนั้นก็มีเสียงปรบมือดังเกรียวกราวขึ้นมาทันที
คำพูดของเซียวชุ่นทำให้พวกเพื่อนพ้องทางเซียงเจียงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และยิ่งคิดไม่ถึงว่าพวกคู่ต่อสู้ที่เงียบกริบมาตลอดจะมีแนวโน้มที่ต่อต้านอย่างรุนแรงขนาดนี้ขึ้นมาอีกครั้ง!
แบบนี้ได้อย่างไรกัน?
ดังนั้น เฮียกล้วยที่เป็นผู้นำก็ได้สร้างพลังความสามัคคีให้กับสมาชิกสมาคมขึ้นอีกครั้ง เริ่มพูดเยาะเย้ยเซียวชุ่นขึ้นมา ว่าเขาไม่ประมาณตนบ้าง แสร้งทำเป็นอวดดีบ้าง
สำหรับคำพูดเหล่านี้ เซียวชุ่นไม่ได้รู้สึกแคร์เลยแม้แต่นิดเดียว
เขาค่อยๆเคลื่อนย้ายฝีเท้าตัวเอง แล้วเดินมาข้างๆชิวจ้านและถังไห่ แล้วมายืนอยู่ด้วยกันกับพวกคู่ต่อสู้พวกนี้
เหมือนกับที่เขาพูดเอาไว้เมื่อครู่นี้ ที่แสดงตัวเออกมา ไม่ใช่ว่าอยากจะช่วยสมาคมบู๊ แต่ในฐานะที่เป็นผู้บำเพ็ญตนในพื้นที่คนหนึ่ง เขาทนดูไม่ได้กับความอวดดีของคนพวกนั้นของเซียงเจียง
“ไสหัวลงไปซะ ตรงนี้ไม่ใช่ที่ที่นายจะมายืนได้!”
เย่ปางจ้องมองเซียวชุ่นด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม
จากที่เขาดูแล้ว อีกฝ่ายนั้นเป็นเพียงแค่คนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เวลานี้กล้าพูดเพ้อเจ้อท้าทายผู้อาวุโสทั้งสามคนของเซียงเจียง ทำให้รู้สึกโมโหมากจริงๆ
เห็นเย่ปางที่คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่แล้ว เซียวชุ่นตอบกลับไปเพียงแค่สั้นๆ
“พวกคิดว่าตัวเองแน่!”
“นายว่าอะไรนะ?” เย่ปางขมวดคิ้วเข้าหากัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาต
“คุณได้ยินว่าอะไร ผมก็พูดแบบนั้นแหล่ะ!” เซียวชุ่นไขว้มือไว้ข้างหลัง และมีใบหน้าที่เยือกเย็น
ถูกยั่วยุแบบนี้ ทำให้เย่ปางที่เป็น “มวยหงฉวน”รู้สึกโมโหมาก
“ไอ้สารเลว ฉันจะทำให้นายเป็นบ้าเลย!”
ตวาดออกมาเสียงดังแล้ว เขากระทืบฝ่าเท้าอย่างแรง กล้ามเนื้อที่แขนพุ่งไปที่เซียวชุ่น
และในระหว่างนี้ ชี่จื้อเข้มข้นที่มองเห็นด้วยตาเปล่าลอยไปที่แขนของเย่ปางในตอนนี้ในชั่วพริบตา และพัดลมที่รุนแรงเข้ามา
ลักษณะพลังที่แสดงออกมานี้ คือ “กึ่งพรสวรรค์”