ตอนที่ 444
บทที่ 697 ตอบโต้สามกระบวนท่า
October 28, 2026
จุดสูงสุดพรสวรรค์
นี่อยู่ระดับที่บรรลุถึงระดับไหนกัน!
ในวงการบู๊ตอนนี้หาผู้มีฝีมือขั้นสูงแบบนี้ได้ไม่กี่คน
ชิวจ้านฝึกฝนทักษะการบู๊มาสี่สิบกว่าปี ตอนนี้อยู่ในระดับพรสวรรค์ขั้นห้าเพียงเท่านั้น สูงกว่าเนี่ยจิ่วฉงเพียงแค่ขั้นเดียวแบบนั้น
แต่เซียวชุ่นอายุเพียงแค่ยี่สิบกว่าๆ การฝึกบำเพ็ญตนในตอนนี้กลับสูงกว่าเขาถึงสี่ระดับแล้ว
นี่ควรจะเป็นความมหัศจรรย์ระดับไหนกัน?
มิน่าล่ะเขาถึงไม่ร่วมมือกับสมาคมบู๊ภาคกลางและตะวันออกเฉียงใต้ เพราะถึงอย่างไรแล้วการบำเพ็ญตนฝึกฝนก็อยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว
และถึงแม้ชิวจ้านกับเนี่ยจิ่วฉงจะเข้าไปด้วยกัน ก็ไม่สามารถรั้งเขาเอาไว้ได้เช่นกัน
คิดแล้ว ความกดดันที่อยู่ในใจของชิวจ้านก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างไม่มีขีดจำกัด
ตอนนี้แอบรู้สึกถึงความกดดันแล้ว แต่ไม่ใช่เพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
ผู้มีฝีมือขั้นสูงทั้งสามคนของเซียงเจียง เวลานี้ในใจก็รู้สึกประหลาดใจด้วยเช่นกัน
หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ฦาษีสือหยุนก็เอ่ยพูดขึ้น : “พ่อหนุ่ม สรุปแล้วนายเป็นลูกศิษย์ของฤษีท่านไหนกันแน่ บอกชื่อมา จะได้ไม่เป็นการทำลายไมตรีต่อกัน!”
อาจารย์เขามีการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับนิกายที่ซ่อนแฝงอยู่ในพื้นที่ ตอนนี้เซียวชุ่นแสดงความสามารถออกมากับอายุของตัวเองนั้น ไม่มีทางที่จะเป็นการเรียนรู้เองได้อย่างเด็ดขาด
มีเพียงแค่นิกายที่มีความยิ่งใหญ่เหล่านั้น ถึงจะสามารถฝึกฝนบุคคลที่มีความสามารถแบบนี้ออกมาได้
“อาจารย์เป็นเพียงแค่คนสมถะเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการผูกมัดมาตลอดทั้งชีวิต ในฐานะที่เป็นศิษย์ ตัวเองก็เป็นอาจารย์ของตัวเองเหมือนกัน!” เซียวชุ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่ถ่อมตัวเสียจนดูต่ำต้อยจนเกินไป
“เป็นไปไม่ได้!”
เหลยเจิ้นเซียวเสียงดังขึ้น : “จากการฝึกฝนของนาย เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นการฝึกฝนเองแล้วก็ได้รับความสำเร็จได้!”
“กบในกะลา!”
นึกถึงตอนที่คนๆนี้ดูถูกตัวเองเมื่อครู่นี้แล้ว เซียวชุ่นก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ดีกับเขาเช่นกัน
“ฮั๋วเซี่ยมีอาณาเขตที่กว้างขวาง ผู้บำเพ็ญตนก็มีเป็นจำนวนมาก ภูเขาอมตะแต่ละแห่งก็ไม่รู้ว่ามีบุคคลที่มีความสามารถซ่อนอยู่มากแค่ไหน ฟังจากความหมายของนายแล้ว เป็นการดูถูกการมีตัวตนอยู่ของสิ่งเหล่านี้มากเลยนะ?”
“พ่อหนุ่ม อย่ากุเรื่องขึ้นมาเลย!”
โยนความผิดมาแบบนี้ เหลยเจิ้นเซียวเองก็ทนไม่ได้อยู่บ้างเล็กน้อยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยอมรับความสามารถโดยรวมของนักบู๊เซียงเจียงว่าแข็งแกร่งว่าในพื้นที่
แต่หากจะเปรียบเทียบกับนิกายที่ซ่อนแฝงอยู่เหล่านั้นจริงๆ พวกเขาก็ต่างกันมาก
ยังไม่ต้องพูดถึงฤษีที่มีพลังอภินิหารเหล่านั้น แมแต่นิกายที่ซ่อนแฝงอยู่เล็กๆเหล่านั้นพวกเขาก็ไม่สามารถไปหาเรื่องได้เช่นกัน
ฉางเซิ่งมองไปที่เซียวชุ่น ด้วยแววตาทะมึนๆ
“พ่อหนุ่ม ถ้าหากนายยอมถอย เรื่องวันนี้พวกเราก็จะปล่อยให้มันผ่านไป!”
วันนี้จุดประสงค์ของพวกเขามีเพียงอย่างเดียว คือทำลายความน่าเกรงขามของสมาคมบู๊ เพื่อให้ชื่อเสียงของสมาคมชิงหยุนแพร่กระจายไปในพื้นที่
เวลานี้ ในใจของฉางเซิ่งมีความรู้สึกกลัวเซียวชุ่นอยู่มาก
เซียวชุ่นได้ยินแล้ว ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่สนใจ : “ผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ อยากจะให้ผมถอย คุณก็แสดงความสามารถออกมาสิ!”
“นี่นายมีเจตนาให้นักบู๊ของเซียงเจียงนี่เป็นศัตรูใช่ไหม?” ฦาษีสือหยุนสีหน้าท่าทางไม่ดีนัก
เซียวชุ่นตอบกลับอย่างมีความทะนงตัว : “นักบู๊ที่ต่ำกว่ามาดูถูกผม วันนี้ผมจะไม่มีทางถอย!”
เหลยเจิ้นเซียวเสียงดังขึ้นมา : “อวดดี!”
แต่ไม่รอให้เขาพูดต่อ
บรรดานักบู๊ในพื้นที่ก็ส่งเสียงปลุกเร้าขึ้นมา เสริมกำลังใจให้เซียวชุ่น
เซียวชุ่นยิ้มเล็กน้อย พลางเอ่ยขึ้นนิ่งๆ : “ทุกท่านยังไม่รีบออกกระบวนท่ามาอีกเหรอ?”
“นายมาเจอกับฉันหน่อย!”
เหลยเจิ้นเซียวก้าวเข้าไป ลักษณะพลังอำนาจที่แสดงออกมารอบๆตัวนั้นเริ่มต้นขึ้น ลมกระโชกแรง พัดไปทั่วทั้งงาน
ฉากที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวนี้ ทำให้เดิมทีในงานที่เสียงดังเอะอะโวยวายอยู่นั้นตกเข้าสู่ความเงียบลง
บุคคลระดับสูงของสมาคมบู๊ซงเจียงท่านหนึ่ง และบุคคลระดับสูงของสหพันธ์บู๊ในตอนนี้จู่ๆก็ปิดปากของตัวเองขึ้นมาพร้อมเพรียงกัน มีท่าทางแห่งความหวาดกลัว
“ไม่ผิดแน่ วันนั้นจ้าวสหเซียวอยู่ที่เขาหยากับเนี่ย.....”