ตอนที่ 445
บทที่ 698 จุดเริ่มต้นปลายทาง
October 28, 2026
เวลานี้ตั้งแต่ที่เหลยเจิ้นเซียวแสดงลักษณะพลังอำนาจออกมาและจ้องมองระดับชี่จื้อมาพิจารณา
ชิวจ้านคิดว่าการฝึกบำเพ็ญตนชองอีกฝ่ายกับตัวเองนั้นอยู่ในระดับเท่ากัน
“นักบู๊ของทางเซียงเจียงแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ วันนี้เพียงแค่ส่งผู้มีฝีมือขั้นสูงมาสามคนเท่านั้น หนึ่งในนั้นไม่คิดว่าจะมีผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในระดับเดียวกับเจ้าสังเวียนด้วย ถ้าอย่างนั้นอีกสองคนที่ยังไม่ได้ลงมือที่เหลือ จะไม่ใช่......”
ว่าแล้ว สายตาของไห่ถังก็เปลี่ยนไปเป็นดูตกใจขึ้นมา
เธอมองไปยังสืออันและฉางเซิ่งที่ยังไม่ได้ลงมือทั้งสองคนอย่างไม่ไหวติง
ตามประเพณีแล้ว คนแรกที่ลงมือนั้น จะต้องเป็นคนที่อ่อนที่สุด
ถึงอย่างไรผู้ที่บำเพ็ญตนนั้นชอบที่จะไม่ออกความเห็นเพราะกลัวปล่อยไก่ออกมา ไม่มีใครที่จะขึ้นมาแล้วเอาไม้ตายของตัวเองเปิดเผยออกมาเลยอยู่แล้ว
และยิ่งไปกว่านั้น การท้าสู้กันนั้นก็ต้องเริ่มจากล่างขึ้นบนอยู่แล้ว ถ้าหากเซียวชุ่นต้องการจะท้าสู้กับคนที่เก่งยิ่งกว่า ก็จะต้องพิสูจน์ตัวเองไปทีละขั้น
ขณะที่ไห่ถังมีความคิดหลายๆอย่างที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่ขาดสายนั้น ชิวจ้านก็เอ่ยปากขึ้นมาช้าๆ : “พูดแบบนี้ความจริงแล้วนับว่าไม่ตรงนักหรอก”
ไห่ถังรอคำพูดต่อไปด้วยความงุนงง
ชิวจ้านไม่ได้อธิบายความเกี่ยวเนื่องกันกับผู้ช่วยของเขาโดยตรง
แต่เงยหน้าขึ้นไปมองผู้ที่มีฝีมือขั้นสูงของเซียงเจียง จากนั้นถึงได้เอ่ยพูดขึ้นมาเบาๆ
“ถึงแม้ว่าหลายๆคนจะเห็นว่า สมาคมบู๊เป็นอิทธิพลอำนาจที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของการควบคุมฮั๋วเซี่ย แต่ความจริงแล้วสถานการณ์ที่แท้จริงกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เนื่องจากว่าบางที่ เป็นเขตต้องห้าที่อิทธิพลอำนาจของพวกเราไม่สามารถแผ่ขยายเข้าไปได้ ที่นั่นก็คือที่ตั้งของนิกายที่ซ่อนอยู่นั่นเอง”
“นิกายที่ซ่อนอยู่ฉันเคยได้ยินเจ้าสังเวียนพูดถึง แต่กลับไม่รู้ว่าอิทธิพลอำนาจเหล่านี้มีอยู่อย่างไรกันแน่?” ไห่ถังมองชิวจ้านอย่างรอคอย
“พวกนั้นเป็นอิทธิพลอำนาจที่ยิ่งใหญ่มาก แม้แต่เจ้าศูนย์สังเวียนก็ห้ามด้วยเหมือนกัน ในเวลาไม่นาน ก็สามารถที่จะทำลายสมาคมบู๊ของพวกเราได้ด้วย!” ชิวจ้านเอ่ยพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ทอดถอนใจด้วยความอึดอัด
ถึงแม้ว่าในสายตาของหลายๆคนสมาคมบู๊จะยิ่งใหญ่เพียงพอ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่พื้นผิวภายนอกเพียงเท่านั้น
เนื่องจากว่าภายในฮั๋วเซี่ยมีองค์กรที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขาจำเป็นจำนวนมาก ไม่มีใครสามารถต่อต้านได้ อิทธิพลอำนาจเหล่านี้ถูกเรียกว่า “สำนักสันโดษ”
เพียงแต่นิกายเหล่านี้ซ่อนแฝงเอาไว้ ไม่มีใครรู้
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของชิวจ้านแล้ว ในใจของไห่ถังนั้นรู้สึกงุนงง จึงอดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้ : “ในเมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมพวกเขาถึงได้แต่มองดูพวกเราควบคุมทรัพยากรนับไม่ถ้วนเอาไว้ในมือด้วยล่ะคะ?”
“ทรัพยากร?” ชินจ้านเผลอหัวเราะออกมา
“เหอะๆ ทรัพยากรที่พวกเราให้ความสำคัญทั้งหมด สำหรับการมีอยู่นั้นเดิมทีก็เป็นขยะอยู่แล้ว”
ดวงตาของไห่ถังเบิกกว้างขึ้น ใบหน้าเขียนเอาไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อ
เห็นสถานการณ์แล้ว ชิวจ้านก็ยื่นมือออกมาตบลงบนไหล่ของไห่ถัง
“คุณไม่ต้องแปลกใจหรอก ที่ผมพูดมาทั้งหมดเป็นความจริง ไม่ถึงขั้น ‘พรสวรรค์’คุณก็จะไม่รู้ความลึกลับในนี้หรอก อย่าว่าแต่คุณเลย แม้แต่ผมเองก็ยังคงรู้บ้างไม่รู้บ้างเลย มีเพียงแค่บุคคลที่ฝึกบำเพ็ญตนยิ่งลึกซึ้งอย่างเจ้าศูนย์สังเวียนแบบนั้น หลังจากที่ถึงขั้น “แดนแหงนฟ้า”ถึงจะสามารถได้มาสัมผัสกับบุคคลที่ใหญ่โตพวกนี้”
แดนแหงนฟ้า?
นี่คือระดับที่บรรลุอะไรกัน?
ในหัวนั้นมีความสงสัยปรากฏขึ้นมาอยู่สองเรื่อง ก่อนหน้านี้ชิวจ้านก็รู้ “แดนพรสวรรค์”
ส่วนระดับที่บรรลุถึงอันหลังนี้เธอไม่แม้แต่จะเคยได้ยินเลยเสียด้วยซ้ำ
“คุณต้องการที่จะไปถึงระดับที่ร่ำลือกันนั้น ยังจะต้องเดินไปอีกนาน ถึงแม้ว่าพรสวรรค์อย่างเจ้าศูนย์สังเวียน ก็อยู่ในขั้นพรสวรรค์เป็นร้อยปี และในที่สุดก็มองทะลุปรุโปร่งความไม่มีมูลนี้ได้ และก้าวเข้าสู่ “แดนแหงนฟ้า”นี้ที่ร่ำลือกันมาได้!”
พูดพึมพำขึ้นมา ชิวจ้านมีสีหน้าถอดถอนใจ
ถึงอย่างไร พรสวรรค์ของเขานั้นมีอยู่จำกัด ชีวิตนี้สามารถฝึกได้ถึงระดับพรสวรรค์ขั้นห้าอย่างในตอนนี้ก็ถึงขีดสุดแล้ว
สำหรับ“แดนแหงนฟ้า”เขาไม่กล้าคาดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว
“เท่าที่ฉันเห็นแดนพรสวรรค์ก็ยากลำบากมากแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะยังมีอีกขั้นหนึ่ง ระดับแบบนั้นผู้ที่บำเพ็ญตนควรจะแข็งแกร่งระดับไหนคะ?” ไห่ถังเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
ชิวจ้านยิ้มออกมาเล็กน้อย : “ตอนที่ผมได้ยินเจ้าศูนย์สังเวียนพูดถึงระดับนี้ ก็ตกตะลึงเหมือนกันกับคุณนี่แหล่ะ แต่เจ้าศูนย์สังเวียนกลับพูดกับผมเอาไว้ประโยคนึงทำให้ผมไม่เข้าใจมาจนถึงทุกวันนี้”