ตอนที่ 447
บทที่ 700 ตีเสมอ
October 28, 2026
เห็นเหลยเจิ้นเซียวที่ยอมรับว่าแพ้ด้วยความเต็มใจแบบนั้น เซียวชุ่นก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆไม่ได้
ดูจากนิสัยที่ชอบเดือดพล่านของบุคคลนี้แล้ว ไม่เหมือนเป็นคนที่จะตรงไปตรงมาแบบนี้เลย!
แต่คิดอีกที เขาก็ปล่อยวางได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
ถึงอย่างไร ก็สามารถทำลายรูปแบบกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของอีกฝ่ายได้ง่ายดายแบบนี้ เป็นใครก็ต้องแพ้ไปอย่างมั่นใจได้
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เซียวชุ่นทำการคารวะให้กับอีกฝ่าย นับว่าเป็นการให้เกียรติผู้อาวุโสของวงการบู๊ด้วยเช่นกัน
ส่วนที่เหลยเจิ้นเซียวพูดเมื่อครู่ว่าจะเรียกว่าผู้อาวุโสติดๆกันสามครั้ง เขากลับไม่ได้พูดถึง
เวลานี้ เหลยเจิ้นเซียวมองเซียวชุ่นอย่างลึกซึ้ง เอ่ยพูดขึ้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย : “ฉันยอมรับกับความพ่ายแพ้ แล้วเรียกท่านว่าผู้อาวุโสสามครั้ง”
ว่าแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจสายตาที่ดูตกตะลึงของทุกคนเช่นกัน เรียกเซียวชุ่นว่าผู้อาวุโสถึงสามครั้ง!
การกระทำของเขาไม่ได้ทำให้ใครหัวเราะเยาะ ผู้คนทางเซียงเจียงนี้แต่ละคนมีสีหน้าที่ดูตื่นเต้น ดูเหมือนกับให้ความรู้สึกที่ว่าเป็นความแค้นที่ต้องชำระ แต่กลับไม่มีใครกล้าไปเยาะเย้ยผู้มีฝีมือระดับสูงของเซียงเจียงเลย
เหตุผลง่ายมาก เขาเป็นถึงพรสวรรค์ขั้นห้า ใครจะกล้าไปเยาะเย้ยกัน?
หลังจากที่ทำตามสัญญาแล้ว เหลยเจิ้นเซียวก็เดินกลับไปอยู่ข้างๆทั้งสองคนที่เหลือด้วยใบหน้าที่นิ่งๆ พลางเอ่ยขึ้น : “หลังจากที่กลับไปแล้ว ฉันจะเสนอแนะให้บุคคลนี้มาเข้าร่วม ‘งานประชุมใหญ่ศิลปะการต่อสู้’รุ่นนี้!”
สือหยุนกับฉางเซิ่งทั้งสองคนไม่ได้พูดออกมา ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน “สามท่านใหญ่” เหลยเจิ้นเซียวมีอำนาจแบบนี้จริงๆ เสนอแนะคนที่มีความสามารถคนหนึ่งได้แต่กลับไม่ได้เป็นของคนในองค์กรเข้าร่วมงานนั้น!
“ฉันไปสัมผัสกับเด็กนั่นเสียหน่อย!”
สือหยุนส่ายหน้าแล้วเดินออกไปหาเซียวชุ่น
ไม่นานนัก เขาก็มายืนอยู่ข้างๆห่างจากเซียวชุ่นห้าเมตร เอ่ยพูดขึ้นอย่างไม่ได้ตอบรับอิทธิพลจากภายนอก
“เราใช้หนึ่งกระบวนท่าในการโจมตี ถอยหลังไปคือแพ้!”
ได้ยินแล้ว เซียวชุ่นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย กำลังคิดจะรับคำถ้า
แต่กลับคุณไม่ถึงว่ามีคนหนึ่งคนเดินออกมาข้างๆเขา เอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูทะนงตัว : “รอบนี้ สมาคมบู้ของผมรับเอง!”
เห็นชิวจ้านที่ดูท่าทางสงบนิ่งแล้ว เซียวชุ่นก็รู้ว่ารอบนี้ไม่ถึงกับต้องให้ตัวเองมารับเองแล้ว ตอนนี้ก็มาดุว่าทางสือหยุนจะว่าอย่างไร
คิดถึงตรงนี้แล้ว เขาก็อดที่จะมองไปยังสือหยุนที่อยู่ตรงข้ามไม่ได้
“เหอๆ ถึงแม้ว่าการสืบทอดในวงการบู๊นี้จะถูกตัดขาดไปมาก แต่ในระยะนี้สมาคมบู๊ของพวกคุณก็มีคนที่มีความสามารถปรากฏขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย วันนี้สามารถได้มาต่อสู้กับเจ้าสังเวียนชิว ก็รู้สึกคุ้มค่าแล้ว!”
มุมปากปรากฏรอยยิ้มออกมา สือหยุนกึ่งๆหรี่ตาลงมองพิจารณาชิวจ้าน
เป็นคฤหัสถ์จริงๆ การพูดจานั้นมีความเกรงใจกว่าเย่ปางและเหลยเจิ้นเซียวอยู่มาก
เย่ปางนั่นแสร้งทำเป็นบริสุทธิ์ คิดว่าตัวเองมีความสามารถจึงไม่เห็นใครอยู่ในสายตา
ส่วนเหลยเจิ้นเซียวก็อารมณ์ร้อนดุเดือด นิสัยที่เป็นตัวของตัวเองแบบนั้น ดังนั้นเวลาพูดจาออกมาก็จะดูโผงผางไปบ้าง
มาเผชิญกับการสรรเสริญเยินยอของสือหยุนแล้ว ชิวจ้านก็ก้มคารวะลงเล็กน้อย : “ไม่กล้าหรอกครับ!”
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังทำความเคารพกันนั้น เซียวชุ่นก็ได้ถอยออกมาอยู่ทางด้านข้างเป็นที่เรียบร้อย เอาสนามรบนี้ให้กับชิวจ้านและสือหยุนทั้งสองคน
แล้วจู่ๆเขาก็รู้สึกถึงสายตาที่ผิดปกติกำลังมองมาอยู่บนร่างของตัวเองอย่างไม่เป็นอิสระนัก ดังนั้นจึงหันไปมองทางด้านข้าง
เวลานี้ไห่ถังกำลังจ้องมองพิจารณาเซียวชุ่นอยู่
เห็นอีกฝ่ายรู้สึกตัวแล้ว เธอเองอยู่ในความลำบากทันทีเช่นกัน จึงรีบละสายตาออกไปมองที่อื่น
เห็นสถานการณ์แล้ว เซียวชุ่นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ : “ทูตเสือขาว เป็นอะไรไป?”
ได้ยินแล้ว ไห่ถังก็ถอนหายใจออกมา : “นึกย้อนกลับไปในวันนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นที่ ‘อิงเจี๋ยคัพ’ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับเป็นกบในกะลา”
เรื่องจริง ตอนนั้นน่าขำที่เธอยังคิดว่าระดับของเซียวชุ่นไม่เกินไปจากกู้ไป๋อีมากเกินไปนัก และแม้กระทั่งไปข่มขู่เขาฉอดๆอีกด้วย
ตอนนี้นึกย้อนกลับมา ตัวเองในตอนนั้นดูแทบไม่ต่างอะไรกับพวกตัวตลกเลย
เซียวชุ่นหัวเราะออกมานิ่งๆ และไม่ได้ตอบรับอะไร แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองยังสนามต่อสู้ทางนั้น
ชิวจ้านและสือหยุนทั้งสองคนในเวลานี้ได้ดึงท่าทางออกมาแล้ว พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ใช้อาวุธ และเตรียมตัวที่จะใช้ชี่จื้อสู้กันอย่างมุทะลุ
ดูจากลักษณะพลังที่แสดงออกมาของทั้งสองคนที่มีการเตรียมตัวแล้วนั้น สือหยุนนั้นดูเหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
ท่านนี้เป็นหนึ่งใน “สามท่านใหญ่”แห่งเซียงเจียง การฝึกฝนจัดอยู่เป็นอันดับสองในสามคน เป็นผู้ที่มีฝีมือขั้นสูงที่อยู่ในพรสวรรค์ขั้นหก
ส่วนชิวจ้าน ตอนนี้อยู่ในขั้นพรสวรรค์ขั้นห้าเพียงเท่านั้น พลังที่แสดงออกมานั้นเทียบไม่ได้อยู่แล้ว!
ถึงจะเป็นเช่นนี้ แต่ทางด้านอาณาเขตเล็กๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าอยู่สูงกว่าหนึ่งขั้นก็จะสามารถเอาชนะได้ อย่างไรก็ตามพื้นฐานนั้นเป็นส่วนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้ได้รับชัยชนะมาได้
สามารถเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสี่เจ้าสังเวียนใหญ่ของสมาคมบู๊ ชิวจ้านก็มีสิ่งที่เหนือกว่าคนอื่นอยู่แล้ว นอกจากกำลังสมองที่มีการพัฒนาไปแล้ว เขายังมีพรสวรรค์ทางด้านการบู๊ที่สูงมากอีกด้วย ภายใต้สถานการณ์ที่ออกกระบวนท่ากัน เขาก็ยังสามารถทำให้ตีเสมอได้