ตอนที่ 448
บทที่ 701 ไม่ใช่คนดี
October 28, 2026
ชิวจ้านจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายเพิ่งให้ตนไปสองแต้ม ไม่อย่างนั้นไหนเล่าที่ตนจะมีผลลัพธ์เช่นนี้
มองดูฝ่าเท้าทั้งสองข้างของตนจมลึกลงไปภายในพื้นดิน มองไปยังสือหยุนที่ราวกับกำลังเดินอยู่บนที่ราบ ภายในใจของเขารู้สึกกระดากใจ
สือหยุนยิ้มเล็กน้อยให้แก่ชิวจ้าน ฉับพลันก็ถอยกลับไป
ชิวจ้านกำมือและแสดงท่าทีเคารพ จากนั้นขยับฝ่าเท้าออกจากพื้นดินและกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม
นี่เท่ากับว่าเป็นการเสมอกัน เพราะเมื่อครู่นี้ระหว่างการเผชิญหน้ากัน ชิวจ้านและสือหยุนต่างก็ไม่มีผู้ใดก้าวเท้าถอยหลังกลับ
แต่ในสายตาของผู้ชำนาญบางส่วน ผลแพ้ชนะได้ตัดสินแล้ว!
เซียวชุ่นเห็นว่าชิวจ้านนั้นถอยกลับมา เขารู้ว่าตนเองนั้นต้องเข้าสนามอีกครั้ง
อย่างไรเสียคำพูดอันฮึกเหิมก็ได้กล่าวออกไปแล้ว ต้องการท้าทายบิ๊กบอสทั้งสามแห่งเซียงเจียง เช่นนี้แล้วจะกลืนน้ำลายตัวเองได้อย่างไรกัน?
เดินไปยังจุดศูนย์กลางของสนาม เซียวชุ่นจ้องมองไปทางฉางเซิ่ง
ในบรรดาสามคนนี้เขามีพละกำลังแข็งแกร่งที่สุด
สนามสุดท้ายของค่ำคืนนี้ คิดไว้ว่าจะไม่ทำให้ผู้คนผิดหวัง
ทุกคนล้วนแต่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบรรยากาศ ทั้งความรู้สึกแห่งการกดขี่และความรู้สึกที่หนักหน่วง!
ในเวลานี้ ทุกคนต่างเงียบไม่มีผู้ใดส่งเสียง ต่างอดใจรอการประลองสนามสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง
แต่ทว่าคำพูดถัดไปของฉางเซิ่ง กลับทำให้ผู้คนนั้นคาดไม่ถึง
“ฉันประลองสี่สนาม แพ้สองสนาม เสมอหนึ่งสนาม หากสนามถัดไปชนะ อย่างไรเสียก็ยังคงพ่ายแพ้อยู่ดี ไม่ร่วมประลองยังดีเสียกว่า!”
เมื่อกล่าวเช่นนั้น ฉางเซิ่งชำเลืงมองเซียวชุ่น ฉับพลันก็ละสายตาไปยังผู้คนในสนาม
“ในวันนี้สมาคมชิงหลงของเรานั้นหาได้เตรียมความพร้อมมาอย่างดีไม่ ทำให้สมาคมบู๊แผ่นดินใหญ่ได้รับโอกาสนี้ไป หลังจาก ‘งานประลองวรยุทธ’ แห่งเซียงเจียงสิ้นสุดลง ฉันจะให้นักบู๊แห่งเซียงเจียงมายังที่นี่เพื่อขอคำแนะนำ เมื่อถึงเวลานั้นจะให้พวกท่านเป็นประจักษ์พยานให้แก่ความแข็งแกร่งของพวกเรา!”
เอ่ยด้วยท่าทางโอหังอวดดี เขาสะบัดปลายแขนเสื้อของตนจากนั้นหันกลับและเดินออกจากสนามไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ สือหยุนก็ยิ้มขื่นขมอย่างอดไม่ได้และเดินไล่ตามหลังออกไป
เหลยเจิ้นเซียวลังเลอยู่ชั่วขณะ หลังจากนั้นเดินไปยังข้างกายเซียวชุ่นพลางเอ่ยคำพูดแฝงความนัย “ไอ้หนุ่ม นี่คือนามบัตรของฉัน หลังจากนี้อีกครึ่งเดือนหวังว่าจะได้พบนายที่เซียงเจียง เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะบอกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งกับนาย!”
เห็นว่าเจ้านี่ผู้นี้เมตตาและอ่อนโยนต่อตนเช่นนี้ ทำให้เซียวชุ่นตั้งตัวไม่ทันนัก
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาไม่เข้าใจประโยคสุดท้ายของอีกฝ่าย เช่นนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เรื่องสำคัญอะไร พูดที่นี่ไม่ได้งั้นหรือ?”
สายตานั้นมองไปยังรอบด้าน เหลยเจิ้นเซียวส่ายศีรษะเล็กน้อย เขากดเสียงต่ำและเอ่ยคำพูดสองคำ สีหน้าของเซียวชุ่นแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก
เมื่อเห็นเช่นนั้น เหลยเจิ้นเซียวยิ้มเล็กน้อยและจากไป
มองแผ่นหลังของเขาที่จากไป ท่าทีการแสดงออกของเซียวชุ่นก็ยังคงไม่ฟื้นคืนสภาพเดิม!
ทำไมเขาถึงรู้เรื่องที่ฉันมีชี่ทิพย์?
ไม่ใช่ว่าท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้หรอกหรือ มีเพียงคน “พิเศษ” เท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับของพวกเขาได้?
เหลยเจิ้นเซียวเป็นเพียงนักบู๊ “แดนพรสวรรค์” เท่านั้น เขาไม่ได้ออกไปจากขอบเขตของการบำเพ็ญตนเลย แต่เหตุใดเขาถึงได้รู้เรื่องของการบำเพ็ญตน!
ความคิดมากมายนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเซียวชุ่น ทำให้ความคิดของเขานั้นสับสนวุ่นวาย
หลังจากครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ฉับพลันเขาก็รู้แจ้งในทันใด
มรดกศิลปะการต่อสู้ของเซียงเจียงได้รับการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานสมบูรณ์เสียยิ่งกว่าแผ่นดินใหญ่มากมายนัก เมื่อได้ล่วงรู้ข่าวลับเมื่อนานมาแล้ว เมื่อครู่เหลยเจิ้นเซียวย่อมระแคะระคายและสามารถมองตัวตนของเขาได้ นี่สมเหตุสมผลนัก!
อันที่จริงความคิดเช่นนี้เขาเองก็คิดไว้อยู่บ้างแล้ว
เป็นเรื่องจริงนักบู๊เซียงเจียงได้รับการสืบทอดมาอย่างสมบูรณ์กว่าแผ่นดินใหญ่ แต่เรื่องที่เกี่ยวกับชี่ทิพย์ กลับน้อยคนนักที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้
อย่างไรเสีย เหลยเจิ้นเซียวก็ยังคงเป็นหนึ่งใน “สามท่านใหญ่” ที่มีสถานะสูงส่ง ล่วงรู้ความลับที่หลายคนไม่เคยได้ยิน เช่นนั้นจึงสามารถค้นพบได้ทุกสิ่ง
แน่นอน เรื่องราวเหล่านี้ เซียวชุ่นก็ยังคงไม่เข้าใจนัก
แต่เขาไม่ได้สนใจสิ่งใดกับเรื่องนี้ เป็นเพราะหลังจากครึ่งเดือนผ่านพ้นไป เขาก็จะสามารถเผชิญเรื่องราวแห่งเซียงเจียงที่เป็นกระแสคลื่นโหมซัดสาดเข้ามาได้ด้วยตัวของเขาเอง
เขาตัดสินใจแล้วครึ่งเดือนหลังจากนี้ เขาจะไปเซียงเจียงสักครั้ง
อยากจะเห็นว่านักบู๊ที่นั่นท้ายที่สุดแล้วจะร้ายกาจมากมายถึงเพียงใด!
ในเวลานี้เขานั้นไม่กังวลเลยสักนิดว่าเหลยเจิ้นเซียวจะเปิดเผยความลับของเขา เป็นเพราะหากอีกฝ่ายต้องการจะเปิดโปง ไหนเล่าที่เขาจะต้องทำตัวลับๆล่อๆเช่นนี้
ขณะที่ความคิดโลดแล่น ชิวจ้านก็ได้พาไห่ถังออกไปจากสนามด้วยความเงียบ