ตอนที่ 458
บทที่ 711 เป็นคนหรือเป็นฝี?
October 28, 2026
“คุณเป็นภรรยาของผมนะ ผมยินดีทุ่มเททุกอย่างเพื่อคุณ”
กอดเหยาเสินที่อยู่ในอ้อมแขนเอาไว้แน่น เซียวชุ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ฟังคำบอกรักที่อยู่ข้างหู ภายในใจของเหยาเสินนั้นราวกับถูกราดด้วยน้ำผึ้ง หวานซึมเข้าไปในหัวใจ
ในตอนที่ทั้งสองกำลังพลอดรักกันอย่างหวานซึ้งอยู่นั่นเอง
วินาทีนี้ กลับมีอีกอีกคนที่กำลังรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว!
หลังพิงกำแพงอยู่ที่ด้านหลังของเตียง หวางฟู่กุ้ยร่างกายสั่นสะท้าน
มองผ่านแสงจันทร์ที่ลอดหน้าต่างเข้ามา เขามองจุดจุดหนึ่งภายในห้องนอนด้วยสายตาหวาดผวา
ในมุมอันมืดมิด ตรงนั้นได้ปรากฏเงาร่างที่แปลกประหลาดสายหนึ่ง
ชุดคลุมยาวสีเทาตัวหนึ่ง ขยับเองโดยที่ไม่มีลม ดูแล้วเป็นที่น่าหวาดกลัวยิ่งนัก!
เมื่อสักครู่ตอนที่หวางฟู่กุ้ยลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำนั่นเอง เขาต้องตกตะลึงโดยที่ไม่ทันตั้งตัว เขาฉี่ราดที่นอนในทันทีเมื่อเผชิญหน้ากลับเงาประหลาดสายนี้
เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายอยู่ในห้องของตัวเองมานานแค่ไหนแล้ว
ยังไงซะดูจากท่าทางคิดว่าคงจะอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว
ที่ทำให้เขาสะพรึงกลัวที่สุดก็คือ ที่มาของเงาร่างสายนี้
ตอนนั้นหวางฟู่กุ้ยจะมีความเคยชินอย่างหนึ่ง นั่นก็คือจะต้องล็อกประตูหน้าต่างให้ดี
ตอนนี้หน้าต่างและประตูของห้องนอนถูกปิดสนิทและใส่กลอนเล็กน้อย เช่นนั้นเงาประหลาดนี่มาปรากฏอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?
“กึก ๆ ๆ ......”
คิดถึงตรงนี้ ฟันของหวางฟู่กุ้ยก็เริ่มกระทบกันขึ้นมา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของเขาในทันที ทำให้เขารู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง
คงจะไม่ใช่......
ตอนที่หวางฟู่กุ้ยแทบจะสติแตกนั่นเอง
เสียงแผ่วเบาสายหนึ่งได้ดังนั้นมาภายในห้องนอน: “เถ้าแก่หวาง!”
หวางฟู่กุ้ยดึงผ้าห่มขึ้นมาทันที โดยที่ไม่สนใจกลิ่นไม่พึงประสงค์ใด ๆ รีบเอาผ้าห่มห่อตัวไว้ทันที พลางเอ่ยถามเสี่ยงสั่น: “คุณ......คุณเป็นคนหรือ......เป็นผี?”
“เหอะ ๆ”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น ในค่ำคืนอันเงียบสงัดเช่นนี้มันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ต่อจากนั้น เสียงของเงาดำก็ได้ดังลอยมาอีกครั้ง: “ฉันไม่ได้คิดประสงค์ร้าย ที่มาในครั้งนี้เพียงเพราะต้องการถามอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง”
แบบนี้แล้วยังจะเรียกไม่ประสงค์ร้ายอีกเหรอ ไม่เห็นเหรอว่าทำฉันตกใจจนฉี่ราดแล้ว?
หวางฟู้กุ้ยคิดอยู่ในใจอย่างขมขื่น
เขามองไปยังเงาที่อยู่ข้างเท้าของเงาร่างสีดำ ความหวาดกลัวภายในใจถึงได้ลดลงไปบ้าง
“พรึบ” เขาเปิดโคมไฟตั้งโต๊ะตรงหัวนอนขึ้นมา
เสียงไฟที่สว่างขึ้นมาอย่างฉับพลันทำให้หวางฟู่กุ้ยรู้สึกแสบตาทั้งสองข้าง แม้จะเป็นเช่นนี้เขาก็ไม่กล้าที่จะหลับตา แต่ได้ทนต่อความเจ็บปวดของดวงตาและมองไปที่มุมของห้องนอน
วินาทีนี้ มีคนที่สวมชุดคลุมยาวสีเทาคนหนึ่งยืนอยู่
ชุดคลุมขนาดใหญ่ได้คลุมร่างกายและใบหน้าของคนผู้นี้เขาไว้อย่างมิดชิด ทำให้คนไม่สามารถประเมินรูปร่างและใบหน้าของเขาได้
เห็นคนแต่งตัว ‘แหวกแนว’ แบบนี้ปรากฏขึ้นในห้องนอนของตัวเอง หัวใจของหวางฟู่กุ้ยก็ต้องตกลงสู่เหวลึกอีกครั้ง
ในเวลาต่อมา เขายับร่างกายถอยหลังอย่างเป็นกังวล
รอจนกระทั่งหลังกระทบเข้ากับกำแพง ถึงได้กล่าวขึ้นมาอย่างหวาดผวา: “ของที่อยู่ในร้านอยากได้อะไรเอาไปเลย ขอแค่ไม่ทำร้ายฉัน!”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อปล้น เพียงแค่ติดธุระนิดหน่อยเลยได้มาเยี่ยมดึกแบบนี้ ยืนอยู่ที่นอกร้านเห็นคุณกรนราวกับเสียงฟ้าผ่า ก็เลยไม่อยากรบกวน โปรดให้อภัยที่มาโดยไม่ได้นัดหมาย”
ชายชุดคลุมเทายืนเอามือไขว้หลัง แม้ปากจะกล่าวคำขอโทษ แต่กลับไม่มีกลิ่นอายของการขอโทษอยู่เลยสักนิด ให้ความรู้สึกสูงส่งกับผู้อื่น!
หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของอีกฝ่าย ภายในใจของหวางฟู่กุ้ยก็ผ่อนคลายลงมาไม่น้อย
ว่าว่จะยังไง มาจนถึงตอนนี้ ชายลึกลับผู้นี้ก็นับว่ามีมารยาทกับเขาอยู่บ้าง ไม่ได้มีการกระทำใด ๆ ที่ทำร้ายตนเอง
คิดมาถึงตรงนี้ หวางฟู่กุ้ยก็ค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง กล่าวเอ่ยถาม: “ไม่ทราบท่านผู้นี้......”
พูดมาถึงตรงนี้ เขานึกไม่ออกไปชั่วขณะว่าจะเรียกอีกฝ่ายว่าอย่างไรดี บนใบหน้ามีท่าทางเคอะเขินเล็กน้อย
เห็นดังนั้น ชายชุดคลุมเบาก็หัวเราะเบา ๆ พลางกล่าว: “คุณเรียกผมชุดเทาก็แล้วกัน!”