ตอนที่ 478
บทที่ 731 กฎการแข่งขัน
October 28, 2026
หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหูเจี้ยนกั๋วเมื่อครู่แล้ว เซียวชุ่นก็ได้รู้สึกสนใจในงานพนันหินมากขึ้น เพราะในตอนนี้ตัวเขากำลังเร่งรีบในการค้นหา “ห้าหินทิพย์” มาใช้ในการบรรลุการฝึกตน
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซียวชุ่นก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อย จากนั้นรีบพาซ่งหลิงเอ๋อร์เดินตรงเข้าไปในเต็นท์สีแดง
หากมองจากภายนอก เต็นท์นี้ก็ไม่ได้ใหญ่โต แต่เมื่อเดินตรงเข้าไปข้างในแล้วจึงได้รู้ถึงขนาดอันแท้จริงของมัน
โอ้ ไม่เลวเลย ขนาดความกว้างของมันพอ ๆ กับสนามบาสฯ ก็ว่าได้
แต่ต่อให้เป็นพื้นที่กว้างขวางเพียงไร ภายในบัดนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คน
“คนเยอะขนาดนี้เชียว!” ซ่งหลิงเอ๋อร์อ้าปากน้อย ๆ ของเธอขึ้นด้วยความตกตะลึง
เซียวชุ่นตบลงไปที่บ่าของซ่งหลิงเอ๋อร์กันเบา ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “เป็นเรื่องปกติ เพราะงานในวันนี้มีอยู่ถึงสองหัวข้อ นั่นคือเดิมพันหินและวิชากู่!”
“เมื่อครู่ตอนที่ลุงคนขับรถเล่าถึงภาพตลาดนี้ ฉันก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มองดูแล้วเหมือนเขาจะไม่ได้ล้อพวกเราเล่นนะคะเนี่ย!”
ซ่งหลิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น เธอเหม่อมองไปยังผู้คนมากมายที่อยู่ตรงหน้า
เซียวชุ่นพยักหน้า ยิ้มแล้วตอบว่า “วันนี้คนที่มาเพียงแค่ส่วนหนึ่ง คาดว่าเมื่อถึงวันพรุ่งนี้ที่ให้คนภายนอกเข้ามาได้ คนคงจะเยอะกว่านี้อีกมากทีเดียว!”
งานประชุมหนานฮวงในวันนี้ ผู้ที่เข้ามาด้านในล้วนเป็นพ่อค้ารายใหญ่หรือไม่ก็พวกมีอำนาจในวงการค้าขายเพชรพลอย เพียงเท่านี้ ผู้คนก็มากมายล้นหลามแล้ว
หากถึงวันพรุ่งนี้ ในงานจะมีสภาพเป็นอย่างไร?
เมื่อคิดได้ดังนี้ ในสมองของเซียวชุ่นก็ปรากฏภาพผู้คนมากมายขึ้นมา
“เอ๋ ทำไมตรงนั้นไม่เห็นมีคนเลยคะ?”
จู่ ๆ ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็พบว่าบริเวณไม่ไกลออกไปนักมีที่ซึ่งถูกเสาล้อมเอาไว้
ด้านในนั้นไม่มีใครแม้แต่คนเดียว มีเพียงเวทีและเก้าอี้นับไม่ถ้วนวางเอาไว้
ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน เมื่อมีพื้นที่อันว่างเปล่าเช่นนี้ปรากฏขึ้น หากไม่มีใครสงสัยคงจะแปลก
ทันใดนั้นเอง
พนักงานคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาข้างกายทั้งสอง แล้วรั้งไม่ให้ซ่งหลิงเอ๋อร์ที่กำลังก้าวขาเข้าไปดูอย่างข้องใจเอาไว้
“ทั้งสองท่าน หากต้องการเข้าไปที่แห่งนั้น จำเป็นต้องได้รับอันดับในการเดิมพันหินหรือวิชากู่เสียก่อน มีเพียงผู้เข้าแข่งขันห้าสอบคนแรกและนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินกว่า 2 พันล้านเท่านั้นที่จะเข้าไปในสนามประมูลหินสนามสุดท้ายในค่ำคืนนี้ได้!”
“หา?” ซ่งหลิงเอ๋อร์ทำท่าทีตกใจ
ดูเหมือนเธอจะได้ยินว่าในวันนี้มีการแข่งขันเพียง 2 สนามเท่านั้นนี่
ทำไมถึงมีการประมูลหินเพิ่มขึ้นมาอีกสนามแบบนี้ล่ะ?
เรื่องนี้เซียวชุ่นไม่ได้รู้สึกว่าน่าประหลาดใจแต่อย่างใด
เมื่อครู่เขาได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาจากหูเจี้ยนกั๋วไม่น้อย จึงพอจะรู้เรื่องการแข่งขันระหว่างเผ่าม้งกับหนานตงเป่ยมาบ้าง
จะว่าไปแล้ว คนจากทางเผ่าม้งก็คงต้องการใช้โอกาสในการประมูลครั้งนี้เพิ่มทรัพย์สินของตน แล้วใช้ในการแลกเปลี่ยน “ลำโพงม่วง” ของสมาคมวิชากู่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เพราะอย่างไรก็ตาม คงจะเป็นการดีกว่าให้นำสินแร่ไปแลก “มั่วถัวหลัว” กับสมาคมวิชากู่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างน้อยทั้งสองฝ่ายก็ได้มีโอกาสแสดงความสามารถของตนออกมา!
หลังจากนิ่งครุ่นคิดไปสักพัก เซียวชุ่นก็หันไปยิ้มให้กับซ่งหลิงเอ๋อร์
“เหอะ ๆ เธอบอกว่าอยากประลองฝีมือหน่อยไม่ใช่เหรอ? ยังมัวรออะไรอยู่ล่ะ?”
ซ่งหลิงเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็มีความสุขมาก เธอจูงมือเซียวชุ่นวิ่งไปทางผู้คนมากมายทันที
“ถ้าจะร่วมแข่งขันละก็ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องซื้อสินแร่จำนวน 5 ก้อนเสียก่อน จากนั้นทางผู้จัดงานจะทำการเปิดสินแร่ให้ คะแนนที่ได้จะนับจากระดับและคุณภาพของสินแร่ในนั้น!”
เจ้าหน้าที่ตรงจุดลงทะเบียนคนหนึ่งอธิบายข้อมูลการแข่งขันให้ซ่งหลิงเอ๋อร์ฟัง
ซ่งหลิงเอ๋อร์หันไปมองเซียวชุ่นแล้วรอให้เขาพูดอะไรบางอย่างออกมา
“เหอะๆ น่าสนุกดีนี่!”
หลังจากยิ้มขึ้นเบา ๆ เซียวชุ่นก็เขียนข้อมูลลงสมัครให้กับตนเองและซ่งหลิงเอ๋อร์
จากนั้นภายใต้การนำทางของเจ้าหน้าที่ พวกเขาทั้งสองก็เดินทางไปถึงสถานที่ซึ่งใช้สำหรับแข่งขันคัดเลือกสินแร่
เมื่อมองไปเห็นชั้นวางสินแร่ที่ดูว่างเปล่า มีเพียงสินแร่อีกไม่กี่ชิ้น ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็โมโหพูดว่า “ให้ตายสิ พวกเรามาช้าไป สินแร่ถูกเลือกไปกว่าครึ่งแล้ว!”
เซียวชุ่นได้ยินดังนั้น เขาก็ปลอบใจเธอว่า “ไม่ต้องกังวลไป ยังเหลืออีกตั้งมากมายไม่ใช่เหรอ?”