ตอนที่ 482
บทที่ 735 น้องชายของเหวินเหยา
October 28, 2026
ระหว่างวิชากู่และวิชาบู๊อันที่จริงก็มีข้อพิพาทอยู่เสมอ
เพราะสถานที่ที่มีคนก็จะมีบุคคลที่ไม่ยอมทำตามกฎ และเมื่อมีบุคคลที่ไม่ยอมทำตามกฎแน่นอนว่าต้องมีความขัดแย้ง
วิชาบู๊เป็นของดั้งเดิม แต่วิชากู่กลับเป็นของที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมวิชากู่ไม่ค่อยถูกต้อง อันที่จริงไม่ได้เป็นเพราะแมลงพิษกู่แปลก ๆ เหล่านั้น แต่เป็นเพราะคนที่บำเพ็ญตนในวิชานี้มีน้อย
คนเยอะถึงจะมีแรงกำลังมากมาย การที่จะทำให้วิชากู่เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้อื่นก่อน
และวิธีที่เร็วที่สุดที่จะเป็นที่รู้จักนั่นก็คือการเอาชนะผู้ฝึกบู๊ในสถานการณ์ที่ที่มีคนจำนวนมากเพื่อให้ได้ชื่อเสียงและความนิยม
ตลาดนัดหนานฮวงในทุก ๆ ปี เป็นเวลาที่ผู้ฝึกวิชากู่จะอวดทักษะวิชาของพวกเขา
นอกจากจะแข่งกับคนทักษะวิชาแบบเดียวกันแล้ว พวกเขายังมีภารกิจที่สำคัญสิ่งหนึ่ง นั่นก็คือการเอาชนะผู้ฝึกบู๊ที่มาท้าประลอง
หลังจากมาถึงสถานที่แข่งขันวิชากู่แล้ว ซ่งหลิงเอ๋อร์รู้สึกราวกับว่าตนกลายเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์ในฝูงชน เธอถูกมองด้วยสายตาที่มุ่งร้ายนับไม่ถ้วน
เธออดไม่ไหวเอ่ยถามเซียวชุ่นว่า : “อาจารย์คะ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคนพวกนั้นมองเราแปลกๆ ?”
เซียวชุ่นตอบโดยไม่ลังเลว่า : “ เป็นธรรมดา ไม่เพียงแค่พวกเรา ขอแค่เป็นผู้ฝึกบู๊ที่อยู่ที่นี่ พวกเขาก็จะมีสีหน้าท่าทางเหมือนเป็นศัตรู!”
เรื่องที่ผู้ฝึกบู๊และผู้ฝึกวิชากู่มีความขัดแย้งกัน เซียวชุ่นเคยได้ยินท่านอาจารย์พูดถึงมาก่อนแล้ว
หลังจากได้ฟังความขัดแย้งระหว่างผู้ฝึกวิชาทั้งสองประเภทแล้ว ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็พยักหน้าทันที
“ก็ว่าทำไม ที่แท้ก็เพื่อต้องการใช้เราเป็นบันไดสู่ชื่อเสียงนี่เอง!”
พูดจบ เธอก็ยกหมัดขึ้นมาด้วยความโกรธ
“น่ารังเกียจที่สุด ฉันไม่มีทางทำให้ฝึกวิชาบู๊อย่างพวกเราขายหน้าแน่นอน!”
หลังจากยิ้มด้วยรอยยิ้มจางๆดวงตาของเซียวชุ่นก็หันไปทางเวทีประลองที่อยู่ไม่ไกล
ในตอนนี้เอง พิธีกรคนหนึ่งขึ้นไปบนเวที เขาถือไมโครโฟนและกล่าวเปิดงานด้วยความตื่นเต้นดีใจ
หลังจากพูดสาระสำคัญไปแล้ว เขาก็มอบเวทีให้กับผู้เข้าแข่งขัน
กติกาในการแข่งขันวิชากู่ คือ “รูปแบบการบริการตัวเอง”
ทำไมถึงได้เป็น “รูปแบบการบริการตัวเอง” ?
อันที่จริงมันหมายถึงการขึ้นเวทีและเลือกคู่ต่อสู้ของคุณเอง
ไม่พูดไม่ได้ว่า นี่เป็นวิธีการแข่งขันที่น่าสนใจชนิดหนึ่ง !
ช่วงเวลาสองสามวินาทีที่พิธีกรก้าวลงจากเวทีสิ่งที่งงงันก็คือไม่มีใครขึ้นเวที ไม่รู้เป็นเพราะผู้แข่งขันสำรวมหรือเพราะต้องการรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้
“ อิอิ ในเมื่อไม่มีคนละก็ งั้นฉันขึ้นไปลองก่อนแล้วกัน!”
ซ่งหลิงเอ๋อร์ยิ้มขี้เล่น เตรียมเดินไปขึ้นเวที ตั้งใจจะเป็นคนเปิดเวทีคนแรก
แต่ในตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีร่างร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนเวที พร้อมทั้งแนะนำตัวขึ้นมา
“เหวินเฟิง จากเมืองต้าซิ่งผู้มีฝีมือระดับสูงวิชากู่ทุกท่านโปรดให้คำชี้แนะด้วย!”
เมื่อได้ยินแล้ว เซียวชุ่นก็ชะงักไป
เมืองต้าซิ่ง นั่นเป็นที่ตั้งของครอบครัวของเหวินเหยาไม่ใช่เหรอ ?
เมื่อนึกได้เช่นนี้เซียวชุ่นก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่เวทีอย่างตั้งใจ
เหวินเฟิงหน้าตาหล่อเหลา อายุน่าจะไม่เกิน 25 ปี รูปร่างสูงเหมือนคนทิศเหนือ คาดคะเนจากสายตาเขามีส่วนสูงอย่างน้อย 1.85 เมตร
ในตอนนี้ซ่งหลิงเอ๋อร์ถอยกลับมาข้าง ๆ เซียวชุ่น เธอเองก็มุ่งความสนใจไปที่เหวินเฟิงเช่นเดียวกัน เธอพูดด้วยความครุ่นคิดว่า : “คงไม่ได้เป็นน้องชายของเหวินเหยาหรอกมั้ง ?”
เซียวชุ่นพยักหน้า : “น่าจะไม่ผิด”
“คุณเหวินครับ คุณมีคู่ต่อสู้แล้วยังครับ ?”
เสียงของพิธ๊กรดังขึ้นอีกครั้ง เขาถามเหวินเฟิงที่ยืนอยู่บนเวที
เหวินเฟิงหัวเราะด้วยความเย็นชา : “ เห่อ เห่อ ม้งหงอยู่ไหม ?”
“ฉันอยู่ที่นี่!”
สิ้นเสียงพูด ชายร่างผอมก็ปรากฏตัวบนเวที เขาและเหวินเฟิงยืนอยู่บนเวทีประลองทั้งสองด้าน
ทันใดนั้นในอากาศก็เต็มไปด้วยกลิ่นดินปืน