ตอนที่ 497
บทที่ 750 ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ
October 28, 2026
เป็นครั้งแรกที่ซ่งหลิงเอ๋อร์ได้เข้าร่วมงานประมูลสินแร่ เธอตื่นเต้นกับมันมาก
คอยถามโน้น ถามนี่กับเซียวชุ่นอยู่ตลอดเวลา
เมื่อต้องเจอกับลูกศิษย์ที่กระหายความรู้แบบนี้ เซียวชุ่นก็ทำอะไรไม่ได้
เพราะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเข้าร่วมการประมูลในลักษณะนี้เหมือนกัน!
พูดจบ ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็วกกลับเข้าบทสนทนาปรกติ พูดกับเซียวชุ่น“อาจารย์ เมื่อกี้ลุงคนขับรถคนนั้นบอกว่าสินแร่ที่ชาวม้งนำมาด้วยในครั้งนี้ล้วนเป็นสินค้าชั้นเยี่ยม ถึงเวลาเราประมูลมันกลับไปสักสองสามชิ้นเป็นไง ไม่แน่ว่าจะค้นพบของล้ำค่าอะไรขึ้นมาได้!”
ได้ยินดังนั้น เซียวชุ่นก็พยักหน้าให้อย่างไม่ได้สนใจ
“ถึงเวลาหากถูกใจชิ้นไหน ฉันจะช่วยประมูลให้”
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสินแร่พวกนี้จะมีสนนราคามากน้อยเท่าไร
แต่เขารู้ว่าด้วยกำลังทรัพย์ของตัวเอง จะซื้อสินแร่สักสองสามชิ้นก็ไม่ใช่ปัญหา
ในตอนนี้เอง
พิธีกรที่ใส่ชุดสูทมือถือไมโครโฟนเดินขึ้นไปบนเวที
“ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประจำปี‘ตลาดหนานฮวง’ของเรา ของที่เราจะนำมาประมูลในวันนี้ คาดว่าทุกคนคงได้รู้กันแล้ว ผมจะไม่ลงรายละเอียดไปมากกว่านี้ ถ้าอย่างนั้นในตอนนี้เรามาเริ่มการประมูลสินแร่ชิ้นแรกกัน!”
พิธีกรเองก็ไม่ได้พูดพร่ำไร้สาระ หลังจากที่กล่าวเปิดงานพอเป็นพิธีไปสองสามคำ ก็เข้าสู่วาระสำคัญ
ในตอนนี้เอง ไฟสปอตไลต์สองดวงในห้องประชุมก็สาดส่องไปกลางเวที
ทุกคนเห็นเพียงเจ้าหน้าที่สี่คนยกหินสีดำขนาดเท่าอ่างล้างหน้า เดินไปที่บนเวทีอย่างระมัดระวัง
แสงไฟเคลื่อนไปตามจังหวะการเดินของพวกเขา
และสายตาของทุกคนในห้องนี้ก็มองไปยังสินแร่สีดำนั้นอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
ผ่านไปสักพักสินแร่ก็ถูกวางลงที่แท่นแสดงโชว์
พิธีกรเดินมาข้างๆของสินแร่พร้อมไมโครโฟน จากนั้นก็พูดแนะนำในทันที
“นี่เป็นสินแร่ชิ้นแรกที่จะนำมาประมูลในวันนี้ มีเผ่าม้งขาวเป็นผู้นำเสนอ ว่ากันว่าขุดค้นได้จากเหมืองหยกแห่งหนึ่งในเขาสิบลี้ ภายในมีเนื้อหยกชนิดใดอยู่นั้น หากยังไม่ผ่านกระบวนการใดๆเราต่างก็ไม่สามารถรับรู้ได้ แต่ของที่สามกลุ่มม้งนำมา คาดว่าคุณภาพนั้นย่อมต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่ ของชิ้นราคาเริ่มต้นที่หนึ่งล้าน!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ก็มีคนเริ่มยกป้ายประมูลในทันที
ตามกฎระเบียบการประมูล การยื่นเสนอราคาในแต่ละรอบจะต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสน เพียงไม่นาน ราคาของสินแร่ชิ้นนี้ก็ขยับมาอยู่ที่หนึ่งล้านห้าแสน
มองดูผู้ประมูลโดยรอบที่แข่งขันกันเสนอราคาอยู่อย่างต่อเนื่อง ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็เบะปากอย่างไม่รู้ตัว
“ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างในมีอะไร พวกเขาก็เกทับกันขนาดนี้แล้ว หากภายในนั้นไม่มีอะไรเลย น้ำตาไม่ต้องตกในกันเลยเหรอ ?”
ได้ยินดังนั้น เซียวชุ่นก็ยกยิ้มเล็กน้อย
“เถ้าแก่เหล่านี้ไม่ใช่คนโง่ เมื่อกี้ที่พิธีกรพูดเธอก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ ของที่สามกลุ่มม้งนำมา คาดว่าก็คงมีความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงในพื้นที่เมืองฉู่อยู่!”
เป็นอย่างที่เขาพูด ในเมืองฉู่ ขอเพียงเป็นสินแร่ที่สามกลุ่มม้งนำมา หากนำไปขายทอดตลาด ราคาไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเฉพาะของที่มาจากเผ่าม้งขาว ไม่ต้องกังวลเรื่องความต้องการและมูลค่าของมันเลย
เพราะว่า คนในวงการธุรกิจหินหยกต่างก็รู้กันดี หยกคุณภาพเยี่ยมในประเทศส่วนใหญ่นั้นล้วนมาจากม้งขาว
“อาจารย์ หรือไม่อาจารย์ก็ลองดูซิว่าด้านในนั้นมีเนื้อหยกอะไรอยู่ หากเป็นของดีเราก็มาประมูลสู้กับพวกเขา แล้วเอาของชิ้นนั้นมาซะ!”
พูดจบ ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็ขยิบตาให้เซียวชุ่นอย่างทะเล้น มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย
เมื่อไม่นานมานี้เซียวชุ่นเคยบอกว่าตัวเองนั้นสามารถมองทะลุผ่านสินแร่ได้ เธอก็จึงฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้อย่างฉับพลัน
เซียวชุ่นเหลือบมองไปยังสินแร่ที่อยู่บนเวทีแวบหนึ่ง แววตามีประกายไหววูบขึ้นมา
ทันใดนั้น มุมปากของเขาก็ค่อยๆยกหยักขึ้นมา พูดกับซ่งหลิงเอ๋อร์ที่กำลังอารมณ์คึกคักว่า
“ในสินแร่นี้มีหินเลือดไก่ขนาดเท่ากำปั้นอยู่ แม้จะเนื้อดีมาก แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร เรารอประมูลที่มันดีกว่านี้แล้วกัน!”
ซ่งหลิงเอ๋อร์วางป้ายประมูลที่ถืออยู่ในมือลง ยิ้มอย่างมีความสุข
“ฮิฮิ ความสามารถของอาจารย์นั้นไม่เลวเลยจริงๆ เมื่อก่อนหากเราไม่มี‘หุ้ยเชิงหยวน’อาศัยแค่ความสามารถนี้ ก็มีเงินเป็นกอบเป็นกำได้เหมือนกัน”
ส่ายหน้าอย่างระอา เซียวชุ่นรู้สึกว่าแม่สาวน้อยคนนี้นับวันก็ยิ่งจะ“เห็นแก่เงิน”มากขึ้นเรื่อยๆแล้ว
ในระหว่างที่อาจารย์และศิษย์สองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น