ตอนที่ 500
บทที่ 753 การเดินทางในครั้งนี้ไม่สูญเปล่า
October 28, 2026
“อาจารย์คะ กล่องใบนั้นดูแล้วก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่นะคะ เกรงว่าปริมาตรของ‘ราชาหิน’นั่นมากสุดก็คงใหญ่เท่าฝ่ามือ แต่คาดว่ามูลค่าของมันน่าจะสูงมาก ๆ เลยนะคะ!”
ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสลัว ซ่งหลิงเอ๋อร์ค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้เซียวชุ่นพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“อื้ม!”เซียวชุ่นพยักหน้า
“ทุกคนที่อยู่ในงานล้วนเป็นคนใหญ่คนโตในโลกหินหยก ของที่สามารถทำให้พวกเขาเทิดทูนและเลื่อมใสอย่างยิ่งนั้น แค่คิดก็พอจะทราบถึงมูลค่าของมันแล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ซ่งหลิงเอ๋อร์จึงสังเกตเขาอย่างละเอียดรอบหนึ่ง
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าท่าทางของคุณเหมือนกระตือรือร้นอยากรู้อยากลองเลยคะ?”
เซียวชุ่นตอบกลับอย่างเย็นชา: “สิ่งที่อยู่ในกล่องนั่นไม่ใช่ของที่ฉันต้องการ ตอนนี้ยังพูดอะไรมากไม่ได้”
“คุณสามารถมองทะลุสินแร่ได้ไม่ใช่เหรอคะ?”ซ่งหลิงเอ๋อร์ไต่ถาม
เซียวชุ่นส่ายหน้าก่อนจะตอบกลับ: “เนื้อไม้ของไม้ตะโก้ปิดกั้นสายตาของฉันไว้ ตอนนี้ฉันจึงไม่สามารถมองทะลุบ่อเกิดของหยกก้อนนั้น”
“เนื้อไม้แบบนั้นอัศจรรย์ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ถึงกับสามารถปิดกั้นสายตาของอาจารย์ได้?”
ซ่งหลิงเอ๋อร์เหม่อมองไปที่ไม้ตะโกที่อยู่บนมือพิธีกรด้วยใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความช็อก
“มันไม่ได้เป็นเพราะความพิเศษของวัสดุไม้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เซียวชุ่นก็หยุดชะงักลงไปเล็กน้อย ไม่นานนักเขาก็มองไปทางกล่องไม้ตะโกนั่นด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง พลางพูดพึมพำคนเดียว
“ดูเหมือนกับว่าบนกล่องไม้นั่นน่าจะมีอาถรรพ์ต้องห้าม ตัดการสอดแนมทุกอย่างจากโลกภายนอก แถมฉันยังสามารถสัมผัสได้ลาง ๆ ว่าวัสดุไม้นั่นไม่ใช่ไม้ตะโกแต่อย่างใด แต่เป็นวัสดุไม้พิเศษบางอย่างที่ฉันเคยสัมผัสมาก่อน!”
“หื้ม!?”สีหน้าท่าทางของซ่งหลิงเอ๋อร์ผงะไปชั่วขณะ
การบำเพ็ญตนในปัจจุบันของอาจารย์นั้นสูงเพียงใด แต่ไม่นึกเลยว่าอาถรรพ์ต้องห้ามที่อยู่บนกล่องนั่นจะสามารถปิดกั้นสายตาของเขาได้ งั้นคนที่สะกดอาถรรพ์ต้องห้ามนี้คือใครกันนะ แล้วทำไมถึงต้องสะกดอาถรรพ์ต้องห้ามไว้บนกล่องใบนี้ด้วย?
เมื่อเห็นความรู้สึกสงสัยที่อยู่บนใบหน้าเธอยิ่งอยู่ยิ่งเข้มข้นขึ้น เซียวชุ่นจึงเอ่ยปากไขข้อสงสัยให้เธอ
“ม้งขาวเป็นคนนำสิ่งนี้มา คาดว่าการกระทำเช่นนี้ของพวกเขาน่าจะเป็นเพราะไม่อยากให้คนอื่นตรวจสอบพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านในคืออะไร ไม่งั้นละก็อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้!”
ในระหว่างที่พูดคุยกันอยู่นั้น พิธีกรก็ใช้มือทั้งสองข้างยกกล่องไม้ไปวางไว้บนแท่นโชว์อย่างเอาจริงเอาจัง
จากนั้น เขาก็หยิบไมโครโฟนที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาพูดด้วยโทนเสียงที่แผ่วเบา: “และนี่ก็คือของประมูลชิ้นสุดท้ายในค่ำคืนนี้ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสินแร่‘ราชาหิน’ที่ทุกคนต่างขนานกันนั่นเอง”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ พิธีกรจึงเงยหน้ามองลงไปด้านล่างเวทีหนึ่งรอบ
เมื่อเห็นว่าทุกคนต่างจ้องมองไปทางกล่องเล็ก ๆ นั่นที่อยู่บนเวทีอย่างไม่ละสายตา เขาจึงกระตุกยิ้มมุมปาก
เสียง“คลิก”ดังขึ้น สวิตซ์ที่อยู่บนกล่องถูกกดลง เสียงที่ยังลอยอยู่บนอากาศวนเวียนอยู่ข้างหูทุกคน ยิ่งทำให้จิตใจของทุกคนสั่นกระเพื่อม
จนกระทั่งถึงตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้เลยว่าลักษณะของ“ราชาหิน”นั่นเป็นยังไงกันแน่ ยิ่งไม่รู้ด้วยว่าคุณภาพของวัสดุจะเป็นยังไง
แต่ว่าชื่อเรียกนี้แพร่งพรายมาจากฝั่งสามกลุ่มม้ง ด้วยเหตุนี้จึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าของชิ้นนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
อย่างไรเสียผู้คนในสามกลุ่มม้งไม่เคยพบเจอวัสดุหยกที่งดงามประณีตแบบไหนบ้าง
ถึงแม้จะเป็นเหล่าผู้มีอิทธิพลในโลกหินหยกทั้งหลาย แต่ถ้าพูดถึงเรื่องโลกทัศน์ พวกเขายังห่างไกลจากชาวม้งมาก ๆ
และในเมื่อสิ่งนี้สามารถถูกชาวม้งเรียกว่า“ราชาหิน” แล้วนี่จะเป็นวัสดุหยกระดับไหนกันนะ!
ในขณะที่จิตใจของทุกคนกำลังฮึกเหิมอยู่นั้น พิธีกรก็ใช้มือค่อย ๆ เปิดฝาออก ท่ามกลางกิริยาท่าทางของเขาทำให้อุณหภูมิภายในห้องประชุมก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นสูงเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น……ทำไมถึงร้อนขนาดนี้?”
“ปัดโธ่ ลดอุณหภูมิแอร์ลงหน่อย ร้อนขนาดนี้ฉันจะทนได้ไงวะ!”
“ทุกท่าน หยุดพูดกันได้แล้ว รีบอยู่ตรงนั้นสิ……”
ผู้เข้าร่วมการแข่งประมูลยื่นแขนที่สั่นระริกพลางชี้ไปบนเวที
ทุกคนถือโอกาสมองไปด้วย ก่อนจะทำให้ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความตะลึงในทันที
วินาทีนี้ เห็นเพียงมีแสงสีแดงที่ดูฮึกเหิมสาดส่องออกมาจากตัวกล่อง ราวกับมีเปลวไฟหนึ่งก้อนลุกโชนแผดเผาอยู่ภายในกล่อง
ในขณะที่ทุกคนอยู่ในสภาวะงงเป็นไก่ตาแตกอยู่นั้น
มีคนคนหนึ่งเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยความหวาดผวาอย่างยิ่ง แล้วพูดอย่างแปลกใจว่า: “เชี้ย หรือว่าความรู้สึกร้อนจี๋ในเมื่อกี้นี้คือ……”
คำพูดนี้เหมือนดั่งเสียงฟ้าร้องดังลั่นอยู่ข้างหูทุกคน
ซ่งหลิงเอ๋อร์นิ่งอยู่นานมากถึงจะดึงสติกลับมาได้ มองไปทางเซียวชุ่นด้วยใบหน้าที่ตะลึง
“อาจารย์คะ นี่……”
เซียวชุ่นไม่ได้อธิบายอะไร แต่แค่หัวเราะอย่างพิลึก
“เหอะ ๆ การเฝ้ารอคอยของฉันไม่มีผิดจริง ๆ ด้วย!”