ตอนที่ 501
บทที่ 754 ชี้ขาดคำตัดสินสุดท้ายในค้อนเดียว
October 28, 2026
ณ ตลาดหนานฮวงในเมืองฉู่
นอกตลาดนัดลมเย็นหนาวเหน็บ แต่ทว่าภายในห้องประชุมกลับร้อนผ่าวอย่างยิ่ง
ระดับความร้อนของ“หินทิพย์อัคคี”ไม่มีท่าทีที่จะจางหายไปเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามมันกลับรักษาอุณหภูมิอยู่ในสภาวะคงที่
ไม่นึกเลยว่าภายในสินแร่ก้อนหนึ่งที่ไม่ใหญ่กว่าฝ่ามือจะแผ่อุณหภูมิที่ร้อนผ่าวแบบนี้ออกมาได้ ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริง ๆ
คนจำนวนที่นับไม่ถ้วนในห้องเริ่มถอดเสื้อกันหนาวที่อยู่บนตัวออกแล้ว ยิ่งกว่านั้นคืออยากถอดแม้กระทั่งเสื้อเชิ้ต
แต่คำนึงถึงกาลเทศะจึงทำได้เพียงอดทนต่อคลื่นความร้อน ใช้มือปาดเหงื่อรัว ๆ
การบำเพ็ญตนระดับอย่างเซียวชุ่นและซ่งหลิงเอ๋อร์ ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวการโถมเข้ามาของคลื่นความร้อนอยู่แล้ว
พวกเขามองดูเวทีการประมูลด้วยใบหน้าที่ไม่ใส่ใจ รอให้พิธีกรเริ่มการแข่งการประมูลในรอบนี้
เนื่องจากพิธีกรอยู่ใกล้ต้นตอความร้อนมากที่สุด วินาทีนี้แทบจะสามารถใช้คำว่าเหงื่อไหลไคลย้อยมาอุปมาความรู้สึกของเขาได้เลย
ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ แต่เขาก็ยังกัดฟันสู้อยู่เช่นเคย จับไมโครโฟนแล้วเริ่มพูด
“เริ่มแข่งประมูลรอบสุดท้ายครับ ราคาประมูลเริ่มต้นที่หนึ่งพันล้าน ทุกครั้งที่ประมูลราคาต้องไม่ต่ำกว่าสิบล้าน!”
“หนึ่งพันสิบล้าน!”
ถึงแม้การเสนอราคานี้จะสูงมากจนน่ากลัว แต่ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้า“หินทิพย์อัคคี”แล้ว จำนวนนี้ยังเล็กน้อยมาก ๆ
ภายในเวลาชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เหล่าผู้มีอิทธิพลก็เริ่มแข่งเสนอราคากันและกัน ราคาการประมูลก็พุ่งขึ้นถึงหนึ่งพันหนึ่งร้อยล้าน
แม้จะเป็นแบบนี้ แต่แนวโน้มราคาที่เพิ่มขึ้นของ“หินทิพย์อัคคี”กลับไม่มีท่าทีที่จะลดน้อยลงเลย ราคาการประมูลเหมือนจรวด พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เหมือนฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลย!”
พูดเองคนเดียว สายตาของม้งโร่หู่มองไปทางเซี่ยหลีอย่างอดไม่ได้
อิงจากการคาดเดาของเขา เซี่ยหลีไม่ควรนิ่งดูดายต่อสมบัติที่ล้ำค่าแบบนี้สิถึงจะถูกต้อง
ขอแค่ฝ่ายตรงข้ามลงมือ งั้นเขาก็จะมีโอกาสฉวยเอาต้นอ่อน“ลำโพงม่วง”ต้นนั้นเข้ากระเป๋าได้
เมื่อเป็นแบบนี้ หลังจากกลับหมู่บ้านชาวม้ง พ่อเขารวมไปถึงเหล่าผู้อาวุโสต้องชื่นชมเขาแน่นอน
ทว่าขณะนี้ท่าทางของเซี่ยหลีดูนิ่งมาก ๆ จึงทำให้ม้งโร่หู่รู้สึกแปลกใจมาก
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง ราคาการประมูลก็สูงถึงหนึ่งพันสามร้อยล้านแล้ว ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีกเช่นเคย
“จิตใจแน่วแน่ขนาดนี้ หรือว่ากำลังประหยัดเงินเพื่อ‘สมาคมวิชากู่’อยู่?”
ม้งโร่หู่พูดพึมพำเองคำหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไม่มองไปทางเซี่ยหลีอีกเลย
ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมเอา“ลำโพงม่วง”นั่นออกมาขาย งั้นหลังจากจบงานนี้ เขาก็มีวิธีเอาสิ่งนั้นมาอยู่ในกำมือได้อยู่
รอการค้าขายสินแร่ล็อตนี้จบลง อย่างน้อยเงินสดที่ยึดกุมอยู่ในกำมือเผ่าม้งขาวต้องมีไม่ต่ำกว่าสองพันล้าน อย่างมากถึงตอนนั้นก็แค่เอาเงินไปซื้อ
แผนการนี้ดีมาก แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ม้งโร่หู่คาดไม่ถึงก็คือ ปัจจุบันต้นอ่อน“ลำโพงม่วง”ต้นนั้นถูกเซียวชุ่นครอบครองไปแล้ว
ถึงแม้เขาจะมีเงินมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถซื้อของสิ่งนั้นไปจากมือเซี่ยหลีได้
ตอนนี้ มียอดฝีมือคนหนึ่งจากสมาคมเดินไปข้างกายเซี่ยหลี แล้วพูดอย่างร้อนกลุ้มใจ: “เจ้าสมาคมครับ ถึงตอนนั้นหากปล่อยให้เผ่าม้งขาวทราบว่าเราได้ทำการค้าขายของสิ่งนั้นไปแล้วละก็ ถึงตอนนั้นไม่แน่……”
ปัดมือไปมา เซี่ยหลีตอบกลับด้วยสภาพจิตใจที่เรียบนิ่ง: “เรื่องนี้นายไม่ต้องเป็นห่วง คุณเซียวเคยตอบตกลงแล้วว่าถ้าฝั่งม้งขาวมีการปฏิบัติการอะไรละก็ เขาจะลงมือสยบเรื่องทุกอย่างเอง!”
เมื่อได้ยินแบบนี้ ผู้คนในสมาคมกู่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
ถึงอยากไรพวกเขาก็กำลังอยู่ในฮั๋วเซี่ย หากเกิดความขัดแย้งกับม้งขาวละก็ ยากที่จะหลีกเลี่ยงการถูกรุมโจมตี
แต่ในเมื่อเซียวชุ่นได้ตอบตกลงจะช่วยจำกัดขอบเขตของม้งขาวแล้ว งั้นพวกเขาก็ไม่มีอะไรต้องพะวงแล้ว
เหล่าผู้ฝึกกู่จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยอมรับในศักยภาพความสามารถของเซียวชุ่นมาก ๆ
แม้แต่คนอย่างเจ้าสมาคมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอัจฉริยะยอดฝีมือวิชากู่ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา พวกเขายังต้องกังวลในศักยภาพของเซียวชุ่นอีกหรือ?
มาตรแม้นว่าม้งโร่หู่นั่นจะลงมือด้วยตนเอง เกรงว่าก็น่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซียวชุ่น
เมื่อคิดแบบนี้ได้ เหล่าผู้ฝึกกู่จำนวนมากจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงสบายใจอย่างมาก ก่อนที่พวกเขาจะนำสายตาจับจ้องไปทางศึกการช่วงชิง“ราชาหิน”ที่ดุเดือดนั่นอีกครั้ง
ภายในระยะเวลาสั้น ๆ การเสนอราคาประมูลหินทิพย์ก็ขึ้นถึงหนึ่งพันห้าร้อยล้านแล้ว!
และเซี่ยงซ่างก็เข้าร่วมสถานการณ์รบนี้ในช่วงราคานี้เช่นกัน
ตอนนี้คนที่ยังแข่งประมูลอยู่ยังเหลือเจ็ดแปดคน ทุกคนล้วนเป็นนักธุรกิจหินหยกที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในฮั๋วเซี่ย หรือไม่ก็เป็นนักสะสมหินหยกที่มีกำลังทรัพย์มากมายมหาศาล