ตอนที่ 503
บทที่ 756 โจมตีขนาบซ้ายขวา
October 28, 2026
เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังมองตัวเองด้วยใบหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความงุนงง เซียวชุ่นจึงหัวเราะเบา ๆ
“เหอะ ๆ รถแท็กซี่ในช่วงดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้มันนั่งไม่ค่อยสบาย ถ้าเกิดนายมีรถเยอะ ลองยกให้พวกเราสักคันดูก็ได้นะ”
เมื่อเซี่ยงซ่างได้ยิน สีหน้าเขาก็บูดเบี้ยวขึ้นมาภายในพริบตา ก่อนจะพูดอย่างโกรธเคือง: “ศิษย์พี่ทั้งสองท่านครับ ไอ้โง่เง่านั่นดูถูกพวกเราอยู่นะครับ!”
เห็นชัดเจนเลยว่าศิษย์พี่ทั้งสองคนนี้ของเขาไม่ใช่คนโง่ วินาทีนี้ต้องเข้าใจลักษณะท่าทางของเซียวชุ่นที่ไม่ยี่หระตัวเองอยู่แล้ว ความโกรธก็ฃฃจึงบังเกิดในใจพร้อมกันเช่นกัน
ศิษย์พี่สามเป็นคนใจร้อนเล็กน้อย เหล่ตามองเซียวชุ่นด้วยสายตาที่เยือกเย็นรอบหนึ่ง ก่อนจะพูดดูถูก: “หรือว่านักบู๊ภายในประเทศอย่างพวกแกเป็นคนหยิ่งผยองโอหังแบบนี้กันทุกคนเลย ต้องรู้ด้วยนะว่าบู๊ดั้งเดิมในตอนนี้คือเซียงเจียง!”
เขาดูออกตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าเซียวชุ่นคือผู้บำเพ็ญตนคนหนึ่ง ศักยภาพไม่ต่างจากตัวเองมากเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นเขาถึงได้อดกลั้นไม่ลงมือสักที
แต่ทว่าในเมื่อศัตรูเป็นฝ่ายยั่วยุก่อน ฝั่งเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป
เซียวชุ่นแสยะยิ้มอย่างเย็นเยือกพลางตอบกลับ: “เหอะ ๆ ใครเป็นคนบอกแกว่าบู๊ดั้งเดิมอยู่ที่เซียงเจียง? ถึงแม้ตอนนี้บู๊ภายในประเทศจะตกต่ำลงเพราะภัยพิบัติเมื่อปีนั้น แต่ถ้าจะคัดเลือกบู๊ดั้งเดิมละก็ มันยังไม่ถึงตาที่เท่าแมวดิ้นอย่างเซียงเจียงหรอกนะ!”
“เป็นแค่พวกกบในกะลาจริง ๆ ด้วย ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแกก็จะได้เห็นระดับความแข็งแกร่งของนักบู๊ในเซียงเจียงเอง ถึงแม้สมาคมบู๊ทั้งหมดของพวกแกจะเผชิญหน้ากับเรา พวกแกก็เป็นเพียงพวกหัวมังกุท้ายมังกรเท่านั้นแหละ!”ศิษย์พี่รองโต้กลับด้วยลักษณะท่าทีที่เดือดดาล
เห็นได้ชัดเจนเลยว่าพวกเขามองว่าเซียวชุ่นเป็นคนในสมาคมบู๊
“สมาคมบู๊เป็นพวกหัวมังกุท้ายมังกรจริง ๆ !”
เซียวชุ่นพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของคนดังกล่าวอย่างมาก
คำพูดของเขาทำเอา ศิษย์พี่ศิษย์น้องเซี่ยงซ่างทั้งสามคนรู้สึกแปลกใจมาก ๆ
“หึ อยากอ่อนข้อต่อพวกเราตอนนี้ มันสายไปแล้ว!”เซี่ยงซ่างพูดอย่างลำพอง
ศิษย์พี่สามกวาดตามองเซียวชุ่นด้วยสายตาที่ชิลสบายรอบหนึ่ง
“ส่งของของพวกเราออกมา จากนั้นค่อยเป็นตัวแทนของนักบู๊ภายในประเทศคุกเข่าขอโทษพวกเราซะ พวกแกถึงจะจากไปได้!”
ศิษย์พี่รองไม่ได้พูดอะไร เอามือทั้งสองข้างไขว้ไว้ด้านหลัง ใบหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยรังสีแห่งความทะนงองอาจ
“อย่างพวกแกเนี่ยนะ? เหอะ ๆ ……”
เซียวชุ่นส่ายหน้า ใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่ดูเหยียดหยาม
และในเวลานี้เอง
ก็มีเสียงตะคอกดังลั่นขึ้นมาในที่ประชุม
“ไอ้สารเลว ส่ง‘ลำโพงม่วง’ออกมาซะ!”
ซ่งหลิงเอ๋อร์มองไปทางต้นตอของเสียง กลับพบว่านายน้อยนั่นจากม้งขาววิ่งออกมาจากที่ประชุมด้วยอารมณ์ที่เดือดดาล ด้านหลังยังมียอดฝีมือวิชากู่กลุ่มหนึ่งจากม้งขาวตามออกมาอีกด้วย
ตั้งแต่ที่เซียวชุ่นออกมา ม้งโร่หู่รอแล้วรอเล่าแต่ก็ไม่เห็นเซี่ยหลีมาคุยเรื่องการค้าขายกับตัวเองสักที ดังนั้นเขาจึงกลั้นใจไปสอบถามด้วยตนเอง
ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้เลย พอถามปุ๊บก็เดือดดาลเป็นเจ้าเข้า
ไอ้เวรตะไลเอ๊ย วุ่นวายไปครึ่งวัน สิ่งของที่ตัวเองใฝ่ฝันที่จะครอบครองกลับถูกคนอื่นดักแย่งไปกลางคัน!
เขาแม่งจะอดทนได้อย่างไร?
ดังนั้น ม้งโร่หู่ที่เดือดดาลเป็นเจ้าเข้าจึงตัดสินใจโดยเร็วอย่างเด็ดขาดในช่วงนาทีวิกฤต พานักบู๊ฝีมือดีกลุ่มหนึ่งรีบบุกทะลวงออกมาในทันที เตรียมพร้อมที่จะแย่งต้นอ่อน“ลำโพงม่วง”มาจากมือเซียวชุ่น!
สถานการณ์ในตอนนี้ของเซียวชุ่น สามารถใช้คำว่า“หน้ามีหมาป่าหลังมีเสือ”มาอุปมาได้เลย
เขากำลังเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญตน“แดนพรสวรรค์”สองคนจากสำนักใดสำนักหนึ่งในเซียงเจียง ส่วนผู้ที่เขาต้องรับมือด้านหลังนั้นคือบุคคลผู้ทรงอำนาจด้านวิชากู่เจ็ดแปดคนจากม้งขาว
ดูเหมือนกับว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
ทว่าเซียวชุ่นกลับทำเหมือนมองไม่เห็น ในทางตรงกันข้ามเขากลับหัวเราะอย่างเย็นชา
“เหอะ ๆ ดูท่าวันนี้พวกแกจะกำราบฉันให้ได้เลยสินะ คนหนึ่งให้ฉันส่ง‘ราชาหิน’ออกมา ส่วนอีกคนหนึ่งก็จะให้ฉันส่ง‘ลำโพงม่วง’ออกมา ทำไมของฉันได้รับมาด้วยความสามารถ ถึงต้องปล่อยให้พวกแกชุบมือเปิบด้วย พวกแกเกิดปีตัวเงินตัวทองกันเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าอาจารย์ตัวเองกำลังเล่นมุกอย่างเอาจริงเอาจัง ซ่งหลิงเอ๋อร์ก็หัวเราะจนหายใจหายคอไม่ทัน