ตอนที่ 506
บทที่ 759 ทางข้างหน้าอันตราย
October 28, 2026
นานมาแล้ว
เซียวชุ่นก็เคยได้ยินอาจารย์พูดถึงสถานการณ์ที่เกี่ยวกับเหล่ายอดฝีมือวิชากู่ในเขาสิบลี้
เมื่อผู้คนในสามกลุ่มม้งเผชิญหน้ากับภายนอกพวกเขาจะเป็นอย่างเดียวกัน แต่ภายในกลับต่างคนต่างต่อสู้กัน ไม่มีใครยอมใคร ต่อสู้กันอย่างไม่มีทางสิ้นสุด
สมาคมบู๊เคยมีความคิดที่จะรับและจัดกองกำลังติดอาวุธใหม่ให้แดนม้ง แต่ทว่าสุดท้ายแผนการกลับต้องหยุดลงเพราะเจออุปสรรค
ไม่ใช่เพราะสมาคมบู๊เกรงกลัวยอดฝีมือวิชากู่เหล่านั้น แต่เป็นเพราะการปกครองแดนม้งมันไม่คุ้มค่าแต่อย่างใด
เพราะถ้าเกิดต้องใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพื่อเชิญชวนพวกที่ชอบต่อสู้กันภายในหมู่คณะมาเข้าพวกละก็ มันดูแลจัดการได้ยากมากจริง ๆ
ถ้าเกิดไม่ดีหน่อย ส่วนบังคับบัญชาของตัวเองอาจจะเกิดกรณีพิพาทเพราะปัญหาความขัดแย้งภายในสามกลุ่มม้ง
เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้นเลย!
ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าคำพูดข่มขู่ในเมื่อกี้นี้ของม้งโร่หู่เป็นไปไม่ได้
เนื่องจากเขาเป็นได้แค่ตัวแทนของเผ่าม้งขาวแต่ไม่สามารถออกเสียงแทนชาวม้งอีกสองกองกำลังได้
มิหนำซ้ำหากม้งขาวจะไปให้การสนับสนุนสมาคมบู๊จริง ๆ ถึงตอนนั้นสถานที่มั่นของตัวเองอาจจะถูกน้องชายสองคนทำลายได้
แล้วใครจะกล้าไปเสี่ยงกับความเสี่ยงแบบนี้ล่ะ?
ม้งโร่หู่ก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าเซียวชุ่นจะเข้าใจความสัมพันธ์ในสามกลุ่มม้งดีขนาดนี้
ในเวลาชั่วพริบตาเดียว เขาก็ไม่รู้แล้วว่าควรจะต่อบทสนทนานี้ยังไง
ใบหน้าของเขาแข็งทื่อ สีหน้าย่ำแย่มากถึงมากที่สุด
แม่งเอ๊ย ไอ้สารเลวนี่มันรู้และเข้าใจสถานการณ์ของสามกลุ่มม้งดีขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
การเดินทางมาเมืองฉู่ในครั้งนี้ ต้องเป็นเพราะมาเพื่อก่อสงครามก่อนที่สหพันธ์บู๊จะมาพัฒนาในเมืองฉู่อย่างแน่นอน ต้องกลับไปนำเรื่องนี้บอกเล่าให้พ่อฟังให้ได้ ถึงตอนนั้นค่อยให้ท่านตัดสินใจอีกที!
นึกคิดอยู่คนเดียว ม้งโร่หู่ชี้ขาดแล้วว่าการเดินทางในครั้งนี้ของเซียวชุ่นมาด้วยความประสงค์ร้าย
เห็นว่าเขากำลังมองตัวเองด้วยแววตาที่เป็นประกาย เซียวชุ่นก็คิดว่าไอ้หมอนั่นกำลังวางแผนเรื่องล้างแค้นตัวเองในอนาคตซะอีก
อาศัยศักยภาพความสามารถในปัจจุบันของเขา ก็ไม่ถึงขั้นต้องเกรงกลัวการลอบทำร้ายจากพวกคนชั่วหรอก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก หันหลังก่อนจะมุ่งหน้าเดินตรงไปทางพวกเซี่ยงซ่าง
หลังจากเดินเตร่ไปถึงตรงหน้าแล้ว เซียวชุ่นเงยหน้าขึ้นมามองศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสามที่สีหน้าท่าทางดูพาลไม่พอใจ
เขายื่นมือข้างหนึ่งออกมาพลางยิ้มพลางพูด: “สะดวกให้ยืมรถสักคันไหม?”
เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจบารมีที่ไร้เทียมทานของเขา พวกศิษย์พี่รองไม่กล้าขัดขืนเลย รีบหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนไปให้เซียวชุ่นที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ในส่วนของเรื่อง“ราชาหิน”นั้น กลับไม่พูดถึงเลยแม้แต่คำเดียว
เซียวชุ่นรู้ว่าพวกเขาทราบตัวตนของตัวเองแล้ว เพราะฉะนั้นเวลานี้เขาถึงทำตัวให้ดูโอนอ่อนผ่อนตามแบบนี้
ม้งโร่หู่นั่นเป็นคนที่เจ้าเล่ห์ใจเย็นจริง ๆ ด้วย ตอนต่อสู้กันในเมื่อกี้นี้ เขาไม่พูดชื่อตัวเองออกมาเลย และจุดประสงค์ของเขาก็คืออยากร่วมมือกับคนพวกนี้ ลงมือโจมตีตัวเองพร้อมกัน ทำให้พี่น้องทั้งสามคนนี้งมโข่ง
ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะสุดท้ายม้งโร่หู่โกรธมากจนควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วจริง ๆ ตะโกนชื่อเซียวชุ่นออกมาละก็ เกรงว่าตอนนี้คนกลุ่มนี้คงจะเข่นฆ่าอย่างเอาเป็นเอาตายกับตัวเองก็เป็นได้
เมื่อคิดเช่นนี้ได้ เซียวชุ่นจึงยิ้มอย่างขมขื่นพลางส่ายหน้าไปมา
จากนั้นเขาก็กวัดแกว่งกุญแจรถที่อยู่ในมือไปมา พลางมุ่งหน้าเดินตรงไปทางซ่งหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
ไม่นานนัก ไฟหน้ารถเบนซ์คันหนึ่งที่จอดอยู่ในโรงจอดรถก็สว่างขึ้นกะทันหัน ก่อนจะค่อย ๆ ขับตรงไปยังความมืดยามค่ำคืนที่ห่างออกไปไกล
“ศิษย์พี่รอง ตอนนี้เราควรทำยังไงดีครับ?”
ศิษย์น้องสามประคองตัวศิษย์พี่ที่ได้รับบาดเจ็บภายในแล้วถามอย่างงุนงงทำอะไรไม่ถูก
หลังจากไตร่ตรองไปพักหนึ่ง ศิษย์พี่รองก็ส่ายหน้าไปมา
“อาศัยศักยภาพของ เราไม่มีทางแย่ง‘ราชาหิน’มาจากมือเซียวชุ่นได้เลยด้วยซ้ำ เกรงว่าคงมีเพียงให้ศิษย์พี่หรือไม่ก็อาจารย์ออกโรง ถึงจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว!”