ตอนที่ 507
บทที่ 760 ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง
October 28, 2026
ค่ำคืนตีหนึ่งกว่า
เซียวชุ่นขับรถพาซ่งหลิงเอ๋อร์กลับไปถึงโรงแรม
ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงคืนเดียวเท่านั้น พวกเขาศิษย์อาจารย์ทั้งสองก็ประสบพบเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ ไปไม่น้อยเลย ซ่งหลิงเอ๋อร์ในตอนนี้ไร้กำลังแรงตั้งนานแล้ว ท่าทางดูง่วงนอนอย่างมาก
“อาจารย์ ฉันไปนอนแล้วนะคะ!”
เซียวชุ่นพยักหน้าพลางยิ้มพลางพูด: “อื้ม เธอรีบไปพักผ่อนก่นเถอะ”
หลังจากที่กลับไปถึงห้องนอนแล้ว เขาก็ไปอาบน้ำก่อน
หลังจากออกมาจากห้องน้ำ ถึงแม้จะรู้สึกร่างกายเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่เขากลับไม่รู้สึกง่วงมากนัก แต่เป็นการเอากล่องไม้ใบนั้นออกมา
ค่อย ๆ เปิดฝากล่องออก คลื่นความร้อนที่ร้อนผ่าวก็ปะทะหน้าทันที
มองดูก้อนหินสีแดงเถือกก้อนหนึ่งที่ถูกวางอยู่ภายในกล่องรอบหนึ่ง ก่อนที่เซียวชุ่นจะหัวเราะอย่างพึงพอใจ
“เหอะ ๆ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้มุ่งหน้าเดินทางไปตามหาชีพทิพย์สายนั้นที่เขาสิบลี้ แต่กลับได้รับหินทิพย์ก้อนหนึ่งมาก่อน มีการเริ่มต้นแบบนี้ คิดว่าขั้นตอนการต่อไปน่าจะราบรื่นมาก ๆ แน่นอน!”
ในระหว่างที่พูดอยู่นั้น เขากลับส่ายหน้าอีกครั้ง ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของตัวเอง
“ค่ำคืนนี้เกิดความร้าวฉานกับผู้คนฝั่งม้งขาว และเขาสิบลี้ก็เป็นศูนย์บังคับบัญชาของพวกมันอีกด้วย ฉันจึงจำเป็นต้องระมัดระวังหน่อยต่างหาก มิหนำซ้ำคนดีและคนเลวในแดนม้งปะปนอยู่ด้วยกัน ยอดฝีมือวิชากู่ในทุกวงการล้วนซ่อนเร้นอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้น ความประมาทเป็นหนทางนำไปสู่ความหายนะ จึงจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด!”
เซียวชุ่นขมวดคิ้วลงเล็กน้อย
ชาวม้งและเหล่ายอดฝีมือวิชากู่ซ่อนเร้นไม่ใช่ผู้ที่เขาเกรงกลัวมากที่สุดแต่อย่างใด
อันที่จริงสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคือ“สำนักกู่พิษ”ที่เป็นหนึ่งในสำนักสันโดษ!
“เก้าสำนักใหญ่”ที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน แม้“สำนักกู่พิษ”ไม่ถือว่าเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งมากที่สุด แต่กลับเป็นหนึ่งในกองกำลังที่ผู้คนต่างเกรงกลัวมากที่สุด
ถึงอย่างไรคนกลุ่มนี้ก็ยึดกุมส่วนเล็ก ๆ ของ“วิชาหมอไสย”โบราณ!
อิงตามคำพูดที่อาจารย์เขานักพรตมู่เหยียนกล่าวมา ระดับความแข็งแกร่งของวิชาแบบนี้แปลกประหลาดกว่าวิชากู่เสียอีก
และเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง “สำนักกู่พิษ”ถึงเป็นสำนักกองกำลังที่ผู้คนต่างเกรงกลัวมากที่สุด!
มีรังสีแห่งความพะวงใจปรากฏบนใบหน้าเซียวชุ่นอย่างอดไม่ได้ ไม่ได้ดูสุขุมเรียบนิ่งเหมือนเมื่อกี้นี้
จากนั้น เขาก็พูดเองว่า: “ดูท่าการไปเขาสิบลี้ในครั้งนี้ น่าจะไม่สบายเหมือนที่จินตนาการเอาไว้ ฉันไม่กลัวเลยถ้าเกิดได้ปะทะกับพวกผู้ฝึกกู่ แต่ถ้าเกิดได้พบเจอกับผู้คนในสำนักละก็ จากการบำเพ็ญตนในตอนนี้ของฉัน อาจจะสู้ศัตรูไม่ไหว!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เซียวชุ่นก็หยุดชะงักลงเล็กน้อย
เขากำลังคิดพิจารณาอยู่ว่าต่อไปจะพาซ่งหลิงเอ๋อร์มุ่งหน้าไปยังเขาสิบลี้พร้อมกันหรือไม่
จากการบำเพ็ญตนในตอนนี้ของซ่งหลิงเอ๋อร์ หากได้ปะทะกับผู้ฝึกกู่ยังพอจัดการได้อย่างสบายมืออยู่
แต่ถ้าเกิดได้ปะทะกับผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในระดับอย่างม้งลี่เจี้ยงละก็ งั้นก็ไม่แน่ใจแล้วล่ะ
ในส่วนของปรมาจารย์วิชากู่อย่างม้งโร่หู่นั้น เธอไม่มีโอกาสที่จะชนะเลยด้วยซ้ำ
ในบรรดาสามกลุ่มม้ง แม้ศักยภาพของม้งโร่หู่จะถือเป็นยอดฝีมือชั้นยอดในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่ถ้าเกิดมองในมุมทั้งตระกูลแล้ว ศักยภาพของเขาก็จะร่วงลงหลายระดับมาก ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกหัวหน้าเผ่ารวมไปถึงผู้อาวุโสด้วยซ้ำ
เมื่อนึกโยงมาถึงเรื่องนี้ เซียวชุ่นจึงถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ช่างมันเถอะ ถึงตอนนั้นให้หลิงเอ๋อร์รอฉันอยู่ในเมืองฉู่นี่แหละ ไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงอันตรายกับฉันที่เขาสิบลี้”
คำพูดทุกอย่างได้จบลงเพียงเท่านี้ เขาได้ทำการตัดสินใจแล้ว
อย่างไรเสียเมื่ออยู่ในสถานที่ที่อันตรายแบบนั้น ความสามารถในการเอาตัวรอดของเขาก็ยังพอมีอยู่ แต่กลับไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของซ่งหลิงเอ๋อร์ได้
ของอย่างวิชากู่ไม่ได้หลบหลีกง่ายเหมือนการโจมตีในที่สว่างและที่ลับ
ถ้าเกิดเขาไม่ทันได้สังเกตและส่งผลให้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น งั้นพวกเขาก็จะตกอยู่เป็นฝ่ายถูกกระทำจริง ๆ
ถัดจากนั้น เซียวชุ่นก็จ้องมองไปที่หินทิพย์ก้อนนั้นอย่างใจจดใจจ่อ
ก่อนที่เขาจะใช้ชี่ทิพย์ห่อหุ้มฝ่ามือของตัวเองเอาไว้ ยื่นมือไปจับ“หินทิพย์อัคคี”ก้อนนั้น!
ทันทีที่กำหินทิพย์ไว้ในมือ ถึงแม้บนฝ่ามือของเซียวชุ่นจะมีชี่ทิพย์ห่อหุ้ม แต่เขาก็ยังสัมผัสความรู้สึกที่ร้อนจี๋นั่นได้อยู่ดี
ภายใต้ผลกระทบจากอุณหภูมิที่ร้อนจี๋นั่น ทำให้ฝ่ามือของเขาถูกเผาจนเกิดเป็นเสียง“ซือซือ”และมีควันสีขาวลอยออกมา
หากไม่ใช่เพราะมีการปลุกเสกจากชี่ทิพย์ บางทีตอนนี้เขาอาจจะถูกลวกจนได้รับบาดเจ็บไปแล้ว