ตอนที่ 545
บทที่ 798 แหล่งที่น่ากลัว
October 28, 2026
และในขณะที่แต่ละพื้นที่ภายในฮั๋วเซี่ยกำลังสั่นสะเทือน เลากัวทางนี้
เซียวชุ่นมองอะต๋าที่กำลังดูดพลังสีดำอย่างบ้าคลั่งโดยไม่ขยับเขยื้อน และแอบเกิดความรู้สึกดูท่าไม่ดีขึ้นมาด้วย
ความรู้สึกแบบนั้นราวกับว่ากำลังถูกอะไรบางอย่างจ้องมองอยู่ ให้ความรู้สึกเหมือนกับมีอะไรทิ่มแทงอยู่ที่ด้านหลังอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ได้ จะต้องลงมือได้แล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว เซียวชุ่นไม่กล้าเสียเวลาอีก ยกนิ้วกระบี่ขึ้นมา แล้วจิ้มไปที่อะต๋าที่อยู่ไม่ไกลนัก
“ฟิ้ว!”
พลังพุ่งออกมาจากหว่างนิ้วของเขา แล้วยิงเข้าไปที่อะต๋าอย่างแรง
และตอนที่พลังแรงเข้าใกล้อยู่ห่างจากร่างของอะต๋าเพียงสองเมตร ฉากหนึ่งที่คาดไม่ถึงนั้นก็ปรากฏขึ้นมา!
เห็นเพียงแค่พลังสีดำที่พวยพุ่งอยู่ระหว่างฟ้าและดินแทบจะในทันทีที่ทำให้การโจมตีของเขานั้นสลายไป กระจายไปอยู่ในความมืดสนิทนั้น
“หืม!?”
เห็นแล้ว เซียวชุ่นก็ขมวดคิ้วขึ้น
ถึงแม้ว่าเมื่อครู่นี้เขาจะใช้ทักษะไม่ถึง50% แต่ใช้ในการจัดการอะต๋า“ชาวกู่ป่า”นั่นก็เหลือเฟือแล้ว
แต่นี่สามารถฆ่านิ้วที่อยู่ในจุดยอดสุดของพรสวรรค์ได้ และแม้แต่ร่างของอีกฝ่ายก็ไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้ นี่ทำให้รู้สึกตกตะลึงมากจริงๆ!
เวลานี้อะต๋ายังคงแย่งชิงพลังสีดำอย่างบ้าคลั่งเช่นเดิม เห็นสีหน้าของเซียวชุ่นไม่สงบนิ่งเหมือนกับเมื่อครู่ และเห็นได้ชัดว่ามีความกังวลอยู่ด้วยนั้น เขาก็อดที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฮ่าๆ พวกเรา‘ชาวกู่ป่า’ยังเป็นคนรับใช้ของ‘เทียนจุนอมตะ’อยู่ นายคิดจะเอาชีวิตฉันไป คิดเพ้อเจอไปแล้ว!”
ถ้าอย่างนั้น ‘เทียนจุนอมตะ’เป็นใครกันแน่ เซียวชุ่นไม่แม้แต่จะเคยได้ยินเลยเสียด้วยซ้ำ
แต่อีกฝ่ายสามารถทำให้ผู้มีฝีมือขั้นสูงพรสวรรค์เทียบได้กับ“ชาวกู่ป่า”ที่เรียกว่าคนรับใช้เช่นนี้ น่าจะเป็นผู้มีฝีมือขั้นสูงสิถึงจะถูก
คิดมาถึงตรงนี้แล้ว เซียวชุ่นก็ส่งเสียงออกมาหนักๆ : “ฮึ่ย คืนนี้ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของคุณไว้ได้หรอก!”
เพิ่งจะสิ้นเสียงนั้น ร่างกายของเขาเคลื่อนไหว กวาดพลังอำนาจพุ่งไปทางอะต๋าทางนั้น ครั้งนี้เขาไม่ได้คิดจะรั้งมือแล้ว จะต้องทำให้อีกฝ่ายจบชีวิตลงก่อนที่จะสำเร็จพิธีที่น่ากลัวแบบนั้นให้ได้
เซียวชุ่นอาศัยการฝึกบำเพ็ญตน “แดนแหงนฟ้า” แทบจะในชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงตรงจุดที่อยู่ห่างจากอะต๋าเพียงสามเมตร
แต่ในเวลานี้เอง เขากลับพบว่าความเร็วของตัวเองนั้นลดลงไปอย่างน้อยๆก็มากกว่าเท่าตัว
ราวกับว่าตรงหน้ามีสถานการณ์ที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้มาจำกัดการเคลื่อนไหวของเขา ทำให้แต่ละก้าวที่เขาจะก้าวไปนั้นไม่ได้ง่ายแบบนั้นอย่างเห็นได้ชัด
เป็นเช่นนี้ แต่เซียวชุ่นกลับยังคงเดินหน้าต่อ และผ่านออกไปอีกหนึ่งเมตร
และขณะที่เขามาถึงระยะที่จะใช้พลังนิ้วกระจายออกไปนั้น ทันใดนั้นเองเขาก็รู้มึกว่าตรงหัวไหล่เหมือนกับมีภูเขาลูกใหญ่สองลูกมากดเอาไว้ เดิมทีร่างกายที่ตั้งตรงนั้นก็ล้วนแต่เปลี่ยนไปเป็นบิดงอขึ้นมาแล้ว
นั่นคือแรงกดระดับไหนกัน ไม่คิดว่าจะทำให้เซียวชุ่นผู้แข็งแกร่ง ‘แดนแหงนฟ้า’ รู้สึกว่าไม่สามารถตีเสมอได้เลย!
ที่น่ากลัวยิ่งไปกว่านั้นคือ ความกดดันนี้ยังคงต่อเนื่องเหมือนกับซ้อนกันเอาไว้บนร่างของเขา!
เดิมทีหร่วนจินสุ่ยที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นเห็นว่าเซียวชุ่นหยุดอยู่ตรงไม่ไกลจากอะต๋าและเข้าไปใกล้ได้ยากนั้น ก็กระโดดขึ้นมาด้วยความดีใจ
“ฮ่าๆ สารเลว ครั้งนี้รู้ถึงความเก่งแล้วสินะ!”
หร่วนจินสุ่ยหัวเราะเสียงดังขึ้นมาทางด้านหลังเซียวชุ่น ในคำพูดนั้นเผยให้เห็นความดีใจที่แฝงอยู่ในความโชคร้ายของคนอื่น เห็นแววตาของอะต๋าก็ยิ่งเพิ่มความเคารพยำเกรงมากขึ้น
“ปรมาจารย์อะต๋าฝีมือไม่มีคู่ต่อสู้จะมาต่อกรได้ นายไม่ใช่แค่ตัวเรือดตัวนึงเท่านั้น ไม่คิดว่าจะยังมาขู่กันต่อหน้าเขาแบบนี้ ไม่จักที่ตายเลยสินะ!”
พูดด่าว่าเซียวชุ่นไม่หยุด หร่วนจินสุ่ยอยากจะเอาไฟความโมโหที่สะสมอยู่ในใจและความกลัวนั้นมาระบายอารมณ์ลงที่อีกฝ่ายหนึ่ง
ถูกชื่นชมขนาดนั้น อะต๋าเดิมทีก็เย่อหยิ่งอยู่แล้ว ในใจก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาแทบไม่ไหว พลางหัวเราะขึ้นมาเอง