ตอนที่ 546
บทที่ 799 ความสามารถเหนือชั้นใกล้เคียงปิศาจ
October 28, 2026
ความรุนแรงของหมัดเหมือนกับลมพัดกระหน่ำขึ้นมา ลำแสงสีทองเหมือนกับดาวตก สาดส่องโกดังที่มีขนาดหลายร้อยตารางเมตรให้สว่างเหมือนตอนกลางวันขึ้นมาในชั่วพริบตา
หลังจากนั้น แสงสีขาวแสบตาก็ปรากฏขึ้น ทันใดนั้นกระแสอากาศที่ระเบิดออกมาก็ ทำให้หลังคาเหล็กของโกดังนั้นลอยออกไป
ในกระแสอากาศที่ปั่นป่วนนี้ หร่วนจินสุ่ยก็เป็นเหมือนกับใบไม้ที่อยู่ในพายุที่พัดโหมกระหน่ำ ถูกพัดไปด้วยแล้วกระแทกลงกับเสาเหล็กเข้าอย่างแรง
และทันใดนั้นกระดูกสันหลังของเขาก็ถูกหักอย่างรุนแรง และพลังมหาศาลนั้นก็ยังคงพรั่งพรูอยู่ในร่างกายของเขาอย่างไม่รู้สึก ทำให้หมอกพิษที่เขาฝึกมานั้นถูกขับออกมาจากร่างกาย
“กลับมา พวกแกกลับมา!”มองดูหมอกพิษที่ออกมาจากรูขุมขน หร่วนจินสุ่ยจึงร้องออกมาด้วยความโมโห
แต่ตอนที่เผชิญหน้ากับอำนาจที่สะเทือนฟ้าดินระดับนี้ เสียงของเขาดังออกมาได้ไม่ถึงหนึ่งเมตร ก็สลายไปพร้อมกับหมอกพิษที่อยู่ในความผันผวนของพลังมหาศาล
ในขณะเดียวกันเวลานี้ แสงที่แสบตานั้นอยู่ตรงกลางพอดี ร่างของอะต๋านั้นกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ใบหน้าของเขามีสีหน้าท่าทางที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา และมองไปยังเซียวชุ่นที่ทั้งร่างกายเปล่งแสงสีทองอยู่ตรงหน้าอย่างตะลึงงัน
“ทำไม?”
ก่อนจะพบกับความตาย อะต๋าพูดออกมาเป็นคำสุดท้ายในชีวิตนี้ แต่เขาก็ไม่ทันได้รอเซียวชุ่นตอบคำถามนี้แล้ว
มองดูอะต๋ากลายเป็นความว่างเปล่า แววตาของเซียวชุ่นมีความสงบนิ่งอย่างเห็นได้ชัด
เนื่องจากว่าเริ่มตั้งแต่ตอนที่เขากระตุ้น “คัมภีร์ศึกยุทธ์”เขาก็รู้ว่าศัตรูของตัวเองจำเป็นต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าแหล่งนั้นจะเก่ง แต่กลับไม่สามารถที่จะต้านทานพลังหมัดที่มีความเข้มงวดนี้ได้
มั่นใจและไม่มีคู่ต่อสู้ที่จะสามารถต่อกรได้ สองคำนี้เป็นคำที่ปรากฏอยู่มากที่สุดในคัมภีร์
หลังจากที่รอให้บริเวณรอบๆสงบลงแล้ว ร่างกายของเซียวชุ่นก็ฟื้นสภาพเป็นปกติด้วยเช่นกัน ไม่ได้มีแสงสีทองส่องออกมาทั่วทั้งร่างกายอย่างเมื่อครู่นี้อีกแล้ว เหมือนกับเทพแห่งการต่อสู้กลับมาเกิดอีกครั้ง
เวลานี้พลังที่แสดงออกมาของเขาดูอ่อนเพลียอยู่บ้าง เพราะถึงอย่างไรเมื่อครู่นี้หมัดนั้นก็หมดไปกับชี่ทิพย์ส่วนมากที่อยู่ในร่างกายของเขาไปแล้ว และชี่เสวียนทองที่ฝึกฝนเมื่อครู่นี้ก็หมดไปแล้วเช่นกัน
หลังจากที่เซียวชุ่นบุกทะลวง “แดนแหงนฟ้า”ได้นั้น ชี่เสวียนทองเป็นการใช้ “คัมภีร์ศึกยุทธ์”ฝึกฝนและบำรุงออกมาได้ เป็นพลังที่เป็นแหล่งกำเนิด มีความครอบงำได้อย่างยอดเยี่ยมมาก
ตามบันทึกของคัมภีร์ เพียงแค่ชีพทิพย์ของผู้บำเพ็ญตนและจุดตันเถียนถูกพลังที่เป็นแหล่งกำเนิดที่นี่เติมให้เต็ม ก็จะเป็นระยะที่ไม่มีคู่ต่อสู้มาเทียบไม่ได้แล้ว!
เดิมทีเซียวชุ่นรู้สึกสงสัยในสิ่งนี้ แต่เมื่อครู่ที่ได้ลองเอาชี่เสวียนโจมตีออกไปนอกร่างกายและดูจากประสิทธิผลที่ได้รับแล้วนั้น ไม่ใช่คำพูดที่ล้อเล่นได้เลย!
เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่อยู่เหนือศีรษะ ถึงแม้ว่าเขาจะมีสีหน้าซีดเซียวอยู่เล็กน้อย แต่รอยยิ้มกลับยิ่งมีเพิ่มขึ้นมา
เมื่อครู่นี้อานุภาพของหมัดนั้น เป็นเพียงแค่พลังที่เหลืออยู่เท่านั้น ก็สามารถเปิดหลังคาโรงงานหลังนี้ออกไปได้ รุนแรงเหลือเกินจริงๆ!
ละสายตากลับมา เซียวชุ่นเดินไปทางหร่วนจินสุ่ยที่นอนอยู่บนพื้นเหมือนกับสุนัขตาย ใบหน้าของเขานั้นไม่มีอาการอย่างอื่นปรากฏออกมา ให้ความรู้สึกที่เอาจริงเอาจังเป็นอย่างมากแบบหนึ่ง
กระดูกสันหลังของหร่วนจินสุ่ยถูกชนเสียจนแตกละเอียด เขาดิ้นรนคิดอยากจะตะเกียกตะกายขึ้นมาจากพื้น แต่กลับพบว่าแม้แต่นิ้วมือของตัวเองก็ไม่สามารถควบคุมได้เลยเสียด้วยซ้ำ
นี่คืออาการที่จะปรากฏขึ้น หลังจากที่ระบบประสาทส่วนกลางได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
จะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หร่วนจินสุ่ยในเวลานี้เป็นคนพิการไปเสียแล้ว
เผชิญหน้ากับเซียวชุ่นครั้งนี้ เขาไม่เพียงแค่สูญเสียการบำเพ็ญตนไปเท่านั้น สิ่งที่สูญเสียไปพร้อมกันยังมีร่างกายที่แข็งแรงของเขาอีกด้วย
เดินมาถึงข้างๆหร่วนจินสุ่ย เซียวชุ่นมองพิจารณาอีกฝ่ายตั้งแต่บนลงล่าง พลางเอ่ยขึ้นนิ่งๆ : “พวกเขาก็ตายกันหมดแล้ว ตอนนี้ควรจะถึงตาคุณแล้วสิ!”
หร่วนจินสุ่ยนอนอยู่ที่พื้นไม่ไหวติง ใบหน้าเผยถึงความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก แต่ความกลัวนี้กลับไม่สามารถสะท้อนไปถึงแต่ละส่วนที่อยู่ใต้ศีรษะลงมาได้แล้ว ความรู้สึกแบบนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
สำหรับหลายๆคน มีชีวิตอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป ก็สู้ตายไปเสียเลยจะดีเสียกว่า
แต่หร่วนจินสุ่ยกลับไม่คิดแบบนั้น เป็นเพราะว่าตายไปแล้วปัญหาต่างๆก็จะสิ้นสุดลงไปด้วย แต่มีชีวิตอยู่โดยใช้ชีวิตให้ผ่านไปวันๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ยังสามารถยืดชีวิตออกไปได้
แม้ว่าการยืดต่อไปแบบนี้จะดูไม่มีเกียรติ แต่เขากลับยังอยากจะลองดู