ตอนที่ 549
บทที่ 802 ความหวาดกลัวยังคงอยู่
October 28, 2026
ในใจของหร่วนเฮยสงไม่ได้รู้สึกว่าตนเองมีความโชคดีเหลืออยู่เลย เขารู้ดีว่าความรู้สึกที่ตนเองเผชิญหน้ากับเซียวชุ่นเช่นนั้นมันทั้งอ่อนด้อยและทั้งไร้เรี่ยวแรง!
เมื่อปีนั้นเขาอยู่ที่สมาคมวิชาพิษกู่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็สามารถกล่าวได้ว่าเป็นถึงผู้ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ที่สามารถเรียกลมฝนได้เลย แม้ว่าไม่นับว่าเป็นยอดผู้แข็งแกร่งวิชาพิษกู่ แต่อย่างน้อยก็สามารถจัดอยู่ในสิบอันดับแรกได้
เพียงแต่ว่าระยะเวลาสิบกว่าปีมานี้ เนื่องจากเขาได้รับการติต่อจากพวก “นักกู่ป่า” ที่อยู่ในป่าพวกนั้น ตั้งแต่นั้นมาก็ลาออกจากตำแหน่งในสมาคมวิชากู่ แล้วเริ่มถลำลึกเข้าไปในการค้าของคนลึกลับกลุ่มก้อนนี้อย่างเต็มรูปแบบ
หลังจากที่หร่วนเฮยสงได้นั่งลงแล้ว เซียวชุ่นก็ค่อยๆ เอ่ยปากกล่าวว่า: “มีเรื่องหนึ่งข้าอยากจะสอบถามจากเจ้าหน่อย!”
เซี่ยหลีที่อยู่ด้านข้างก็ไม่ทราบเช่นกันว่าที่เซียวชุ่นให้นำตัวหร่วนเฮยสงมานำอะไร แต่นางก็รู้สึกว่าตอนที่ทั้งสองคนนี้จะต้องใช้เวลานานมากในการหารือเรื่องสำคัญอะไรบางอย่าง ดังนั้นก็เลยขอตัวออกไป: “คุณเซียว พวกท่านคุยกันไปก่อน ข้าออกไปรอก่อน!”
“ไม่ต้องหรอก เจ้าก็นั่งเถอะ!”
โบกมือขึ้นไปมาครู่หนึ่งเป็นการบ่งบอกจากเซียวชุ่นว่าให้เขานั่งลงข้างตน
เห็นเช่นนั้นแล้วในใจของเดวงตายหลีสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย แต่ว่าก็ยังพยักหน้าและนั่งลง
จากนั้น เซียวชุ่นก็ส่งสายตามายังหร่วนเฮยสงโดยตรงอีกครั้งหนึ่ง
หร่วนเฮยสงขมวดคิ้วขึ้น สีหน้าท่าทางไม่น่าอยู่บ้างเล็กน้อย
เมื่อครู่ไม่เห็นหร่วนจินสุ่ยลูกของตนเอง เขาก็รู้ผลของฝั่งตรงข้ามแล้ว หากตอนนี้คำนวณขึ้นมาเซียวชุ่นน่าจะเป็นคนที่ฆ่าลูกชายของเขามากกว่า นับได้ว่าไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกันได้
แต่ในตอนนี้คิดไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามยังมีคำถามมาถามตนเอง หากเลือกได้ละก็เขาก็ไม่อยากจะตอบคำถามใดๆ ต่อคำถามนี้เลยจริงๆ
แต่ว่าสมาคมวิชากู่ทางด้านนั้นก็ยังควบคุมชีวิตของคนตระกูลหร่วนทั้งหมดเอาไว้อยู่ เขาทางด้านนี้หากทำให้เซียวชุ่นไม่พอใจละก็ เซี่ยหลีที่สังหารคนอย่างเด็ดเดี่ยวนั้นก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ตระกูลหร่วนได้สงบสุขแน่
พอนึกถึงตรงนี้ ดูเหมือนว่าหร่วนเฮยสงก็จะไม่มีทางออกอื่นใดเลย ปกป้องรักษาเลือดเนื้อจึงจะเป็นทางออกที่ถูกต้องที่สุดเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเขาก็เลยถามออกมาอย่างไร้อารมณ์ว่า: “เจ้าอยากรู้อะไร!”
ได้ยินคำพูดนั้น เซียวชุ่นก็เลยหัวเราะออกมาเบาๆ : เหอะๆ จะว่าไปคุณหร่วนก็เป็นคนที่ฉลาดคนหนึ่งเลย รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องทำในตอนนึคืออะไร”
“เพื่อตระกูลหร่วน ข้าไม่มีทางเลือกอื่น!” หร่วนเฮยสงกล่าวออกมาอย่างรุนแรง
ตวัดสายตามองไปยังฝ่ายตรงข้ามครู่หนึ่งอย่างเรียบเฉย เซียวชุ่นก็กล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า: “เล่าเรื่องในป่าพิรุณเลากัวให้ข้าฟังหน่อย ข้าสนใจในสถานที่นั้นเป็นอย่างมาก!”
คำพูดเพิ่งจะพูดออกไป หร่วนเฮยสงและเซี่ยหลีต่างพากันอึ้งไปเลย แล้วก็มองไปที่เขาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
ทางด้านตะวันออกของเลากัว มีป่าพิรุณที่มีขนาดมหึมาแห่งหนึ่งอยู่ทางด้านชายแดนนั้น เพื่อแบ่งแยกแต่ละประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกจากกัน สภาพแวดล้อมทางระบบนิเวศในนั้นสามารถกล่าวได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์ ดึงดูดให้พวกนักวิทยาศาสตร์มากมายต่างเร่งรีบที่จะไปสำรวจที่นั่น
แต่คนที่ไปแล้วตายที่นั่นยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลก็เลยต้องออกหน้ามาเพื่อจำกัดจำนวนคนที่จะเข้าไปที่นั่น เพื่อลดสถานการณ์การเสียชีวิต
ยิ่งเป็นเช่นนี้ คนที่แอบบุกรุกเข้าไปในแต่ละปียังคงไม่หยุดหย่อนเลย ในนั้นก็นับจำนวนคนของสมาคมวิชากู่และตระกูลหร่วนเข้าไปเยอะที่สุด การแลกมาด้วยการเสียชีวิตนั้นก็มีมากยิ่งขึ้นเช่นกัน
ต้องทราบว่าพวกเขายังไม่เพียงแต่เคลื่อนไหวอยู่รอบนอกป่าพิรุณเท่านั้น ยังไม่ทันได้เข้าไปทางด้านลึกเข้าไปในป่าเลยด้วยซ้ำ แต่ปริมาณคนที่เสียชีวิตก็มีอัตรามากถึง 50% เลยทีเดียว ตัวเลยเช่นนี้ มันช่างเห็นแล้วน่าตกใจจริงๆ!
และในตอนนี้ หร่วนเฮยสงมองมายังเซียวชุ่นอย่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวถาม: “ทำไมเจ้าต้องสอบถามถึงสถานที่นั้นด้วย?”
เซียวชุ่นหัวเราะออกมาอย่างเรียบเฉย: “เหอะๆ ได้ยินว่าที่นั่นมีหนองน้ำหมอกพิษแห่งหนึ่ง ข้าสนใจต่อสิ่งนี้อยู่บ้าง!”
เขาก็ไม่ได้จะปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ ยังไงรออีกเดี๋ยวก็ย่อมต้องถามเขาลึกลงไปอีก ฝั่งตรงข้ามก็ต้องสามารถเดารายละเอียดยิบย่อยออกมาได้อยู่แล้ว ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอำพรางแต่อย่างใดเลย
เมื่อเซียวชุ่นพูดคำว่า “หนองน้ำหมอกพิษ” สี่พยางค์นี้ออกมา การตอบสนองของเซี่ยหลีและหร่วนเฮยสงทั้งสองคนต่างมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก