ตอนที่ 550
บทที่ 803 ไปหรือไม่ไป
October 28, 2026
ในคำพูดของหร่วนเฮยสงเมื่อครู่ยังมีหลายจุดที่ทำให้เซียวชุ่นให้ความสนใจอยู่มาก
500 กว่าปีก่อน มาจากเทือกเขาคุนหลุนทางด้านนั้นแล้วก็ได้รับบาดเจ็บจนตกลงมา!
สามประโยคนี้สำคัญมาก สามารถทำให้เขาไปเชื่อมโยงความคิดกับช่องว่างของเรื่องที่น่ากลัวบางเรื่องได้!
500 กว่ปีก่อนคุนหลุนไม่ได้เคลื่อนไหว วีรบุรุษใต้หล้าต่างพากันโกลาหลไปหมด แต่ในตอนที่ผู้คนยังเฝ้ามองจับตาดูอยู่ “วังหนานจี๋” กลับนำเอาของล้ำค่าถึงสองชิ้นไปยัง “แดนคุนหลุน” !
และหลังจากนั้นคนของเซียนกงทั้งหมดก็มอดม้วยอยู่ในสถานที่อันน่าเกรงขามนั้นทั้งหมด และต่อมาภายในสำนักก็เริ่มกล่าวถึง “ระยะกาลซานหวู่” ที่สืบทอดต่อกันมา!
เมื่อผนวกรวมเข้ากับข่าวลือต่างๆ นานา เซียวชุ่นก็อดไม่ได้ที่จะเอาเรื่องของปรมาจารย์สวรรค์ผู้นั้นที่ตกลงมาอยู่ในป่าพิรุณลึกนั้นมาเชื่อมโยงเข้ากับเหตุการณ์นี้!
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโง่เขลาจนไปสงสัยว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นคนของ “วังหนานจี๋” !
อย่างไรเสีย “วรยุทธ์เทพเป่ยโต้ว” มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ชาวบ้านอาศัยเดิมกลุ่มหนึ่งมาเดินบนหนทางของผู้ฝึกกู่เช่นนี้ได้อยู่แล้ว
แต่ที่สามารถทำได้ถึงขั้นนี้ก็มีเพียงสำนักนั้นเพียงแห่งเดียว!
“สำนักกู่พิษ” วิชากู่ไม่เป็นสองในใต้หล้า เป็นสำนักที่สืบทอด “วิชาหมอไสยโบราณ” เพียงหนึ่งเดียว มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะสามารถอบรมบ่มเพาะชาวบ้านผู้อาศัยเดิมที่ไม่มีอะไรเลยกลุ่มนั้นให้เป็น “คนกู่ป่า” ที่เป็นที่น่าเกรงขามของผู้คนในระยะเวลาเพียงน้อยนิดเช่นนี้ได้!
ยิ่งไปกว่านั้นเซียวชุ่นยังสามารถได้ผลลัพธ์ที่ทำให้คนคาดคิดไม่ถึงปาฏิหาริย์ตามการวิเคราะห์อย่างสุดโต่งข้างต้น
เขารู้สึกว่า “แดนคุนหลุน” เมื่อปีนั้น อย่างมากก็เคยจัดฉากการต่อสู้ขั้นสุดที่น่าสะพรึงกลัวครั้งหนึ่งขึ้น!
และคนที่ต่อสู้กันทั้งคู่นั้น หนึ่งในนั้นก็เป็นหนานกงหวูตี่ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของสำนัก!
สำหรับคู่ต่อสู้ของเขานั้น มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าก็คือเห้อก้วนเทียน เจ้าสำนัก “สำนักกู่พิษ” ที่หายสาบสูญไปยาวนานถึง 500 ปีจนถึงตอนนี้ผู้นั้น!
นี่ก็คือสิ่งที่เขาวิเคราะห์ออกมาจากคำพูดสามประโยคสั้นๆ ของหร่วนเฮยสง
ไม่กล่าวไม่ได้เลยวว่าไอคิวเช่นนี้ช่างเป็นที่น่าตื่นตระหนกของผู้คนนัก!
จำได้ว่าในหนังสือนักพรตมู่เหยียน ตามคำอธิบายของเห้อก้วนเทียนสามารถใช้คำที่คลุมเครือมาพรรณนา ใช้ความหวาดกลัว ความชั่วร้ายและการหายตัวไปเพียงไม่กี่คำเท่านั้นมาเชื่อมโยง ดูไปแล้วเซียวชุ่นยังมีท่าทีที่งุนงงอยู่
เก็บเอาความคิดทั้งหมดในสมองเอาไว้ให้หมดสิ้น เซียวชุ่นนวดจุดไท่หยางที่บวมนูนอยู่บ้างเล็กน้อย
การดำรงโดยไม่ตาย 500 ปี การบำเพ็ญตนอย่างน้อยก็ต้องอยู่ในขั้น “แดนแหงนฟ้า” สูงสุด
ตามความสามารถของเซียวชุ่นในตอนนี้ อยากจะเข้าไปในส่วนลึกของสถานที่นั้น พูดได้แค่เพียงว่ามีสิบชีวิตก็ไม่อาจรอดได้มาอธิบาย!
แน่นอนว่าการคาดเดาแต่ละอย่างเมื่อครู่ก็ไม่ถึงกับว่าทุกอย่างจะต้องเป็นจริงตามนั้น ยังไงดขาก็ไม่ใช่คนในเหตุการณ์นั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะฟื้นฟูเรื่องของทุกคนได้เหมือนดังเดิม
ก็ย่อมเป็นเช่นนี้ แต่เซียวชุ่นกลับมีความมั่นใจถึง 80%
“วังหนานจี๋” และ “สำนักกู่พิษ” เดิมก็เป็นสองอำนาจที่เป็นศัตรูกันอยู่แล้ว หากจะบอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะประมือกันที่ “แดนคุนหลุน” สูงมากๆ
ตอนนั้นหนานกงหวูตี่นำพายอดฝีมือภายในสำนักเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงแห่งนั้น สำหรับ “สำนักกู่พิษ” แล้วนั้น นี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะล้อมจัดการทั้งหมดในคราวเดียวได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย เห้อก้วนเทียนจะต้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปแน่นอน อาศัยโอกาสนี้ลอบวางกับดักเอาคืน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เข้ากับนิสัยของเขา!
จากนั้น เซียวชุ่นก็สอบถามความเข้าใจจากหร่วนเฮยสงอีกโดยรวมของเรื่องอื่นๆ ในป่าพิรุณครู่หนึ่ง และจากนั้นก็ให้เซี่ยหลีพาคนกลับไปส่ง
นั่นอยู่ในห้องรับแขกตามลำพัง เขาจุดบุหรี่ขึ้นหนึ่งมวน ความในใจต่างๆ ก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ
หลังจากส่งมอบหร่วนเฮยสงให้กับสมาชิกสมาคมที่อยู่นอกประตูแล้ว เซี่ยหลีก็ก้าวเท้ากลับมานั่งลงบนโซฟา มองดูเซียวชุ่นที่หน้านิ่วคิ้มขมวด นางลองหยั่งเชิงถามขึ้นมาหนึ่งประโยค: “คุณเซียว ท่านจะไปสถานที่นั้นจริงเหรอ?”
พูดตามตรงหากอะไรก็ตามที่มีความเกี่ยวพันกับการกำเนิด “คนกู่ป่า” และสถานที่ลึกลับที่นั่นที่อยู่ในส่วนลึกของป่าพิรุณ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เซี่ยหลีได้ยินมัน
นางในเมื่อก่อนนั้นรู้แต่เพียงว่าส่วนลึกในป่าพิรุณนั้นคือสถานที่ต้องห้ามแห่งหนึ่ง นอกจากนี้แล้วก็ไม่รู้อะไรอีกเลย
หากฟังจากที่พูด เซี่ยหลีนอกจากจะทอดถอนใจด้วยความหดหู่แล้ว ก็ยังเป็นกังวลอีกด้วย
ส่ายหน้าไปมา เซียวชุ่นกล่าวออกมาด้วยความกลัดกลุ้ม: “ตอนนี้ข้ายังตัดสินใจไม่ได้ชั่วขณะ!”