ตอนที่ 552
บทที่ 805 สังขารชวนให้ตกใจ
October 28, 2026
พิษกู่ดูดซึมเข้าไปในสายเลือด หากมีปริมาณหลงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านัน เซียวชุ่นก็มีวิธีที่จะกำจัดมันออกมา
คนพวกนั้นที่เขาสามารถรักษาให้หายได้ก่อนหน้านี้เพราะว่าพิษกู่ที่หลงเหลืออยู่ในสายเลือดมีเพียงน้อยนิดมาก ดังนั้นเขาจึงกำจัดออกไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
แต่สภาพของตรงกันข้ามกับพวกเขาอย่างสิ้นเชิง พิษกู่ที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายของเขามันมากมายจนถึงขั้นทำให้คนคนหนึ่งขนหัวลุกขึ้นมาได้
หากพิจารณาจากสภาพร่างกายของคนปกติทั่วไป ถ้าในร่างกายหลงเหลือสารพิษมากขนาดนี้อาจจะตายไปนานแล้วก็ได้ แต่คิดไม่ถึงว่าเซี่ยหลีจะมีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้ นี่มันช่างเป็นความอัศจรรย์อย่างยิ่ง
เรื่องราวเช่นนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้เซียวชุ่นจินตนาการเชื่อมโยงไปอีก สึกว่า “วิชากู่ต้องห้าม” นี้หรืออาจเป็นไปได้ว่าถูกฝ่ายตรงข้ามดูดซึมไปหมดแล้ว แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่อัศจรรย์ขึ้นในร่างกายนั้น
“พิษกู่ในตัวข้าแม้ว่าคุณเซียวจะไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ก็ไม่เป็นไร เพียงแค่ท่านสามารถรักษาคนอื่นๆ ที่เหลือในตระกูลกลายพันธุ์ซี่ยของพวกเราให้หายได้ แค่นี้ก็นับว่าตรงตามความต้องการของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว!”
เซี่ยหลีกล่าวออกมาอย่างผ่อนคลาย และก็ไม่ได้เอาความปลอดภัยของตนมาเป็นที่ตั้งเลยแม้แต่นิดเดียว
ตามความคิดของนางนั้นลูกหลานสืบทอดของตระกูลมีความสำคัญมากยิ่งกว่าความปลอดภัยของตนเยอะเลย ต่อหน้าความยุติธรรมแล้ว ความเป็นความตายส่วนตัวไม่ควรค่าที่จะเอามากล่าวถึงเลย
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมีจิตใจที่กว้างขวางเช่นนี้ ทำให้เซียวชุ่นยกย่องอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป ข้าไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีที่จะจัดการกับอาการของเจ้า แต่เพียงแค่ยังหาวิธีการที่เหมาะสมไม่ได้ชั่วคราวเท่านั้น และข้าสงสัยด้วยว่าหากแม้ว่าข้าไม่ได้ดำเนินการรักษาให้เจ้า พิษกู่ในร่างกายของเจ้าก็เป็นไปได้มากที่จะไม่มีทางกำเริบออกมา!”
พูดถึงจุดนี้ เซียวชุ่นก็หัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัยใหญ่
ได้ฟังดังนั้นเซี่ยหลีก็ค่อยๆ อึ้งไปแล้วต้อนถามว่า: “คุณเซียวคำพูดนี้หมายความว่าอะไร?”
“ข้าสงสัยว่าเจ้าเอา ‘วิชากู่ต้องห้าม’ ผนวกรวมเข้าด้วยกันแล้ว!”
เซียวชุ่นตอบฝ่ายตรงข้ามไปหนึ่งประโยค จากนั้นก็กล่าวในสิ่งที่ตนเองคาดเดาเมื่อครู่ออกมาทั้งหมด
หลังจากฟังคำอธิบายของเขาจบ เซี่ยหลีมองมาที่มือทั้งสองข้างของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อ แล้วบ่นพรึมพรำกับตัวเองว่า: “ความหมายของท่านคือจะบอกว่าในร่างกายของข้าสามารถมีหมอกพิษและชี่จื้อเช่นนี้ ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพราะสาเหตุมาจากที่ข้าได้รับพิษกู่เข้าไปงั้นเหรอ?”
เซียวชุ่นพยักหน้า: “เมื่อก่อนตอนที่อยู่ที่เมืองฉู่ ข้ายังสงสัยว่าอาจเป็นเพราะว่าพิษกู่ในร่างของเจ้าเกิดการกลายพันธุ์ ก็เลยกลายเป็นว่าส่งผลให้เป็นเช่นนี้ แต่ตอนนี้ข้ายอมเชื่อยิ่งว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากได้รับพิษเข้าไป”
ที่จริงแล้วหากเป็นเพียงแค่วิชากู่กลายพันธุ์ ยังไงก็ไม่มีทางที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ได้ มีเพียงพลังของเลือดลมของคนคนนั้นเมื่อยับยั้งพิษวิชากู่ไว้ได้ จึงจะสามารถได้รับประโยชน์ที่มากมายมหาศาลเช่นนี้ได้
ในกรณีนี้ พลังเลือดลมของเซี่ยหลีน่าจะต้องน่าหวาดกลัวถึงเพียงไหน กัน คิดไม่ถึงว่าจะสามารถยับยั้ง “วิชากู่ต้องห้าม” เอาไว้ได้?
หรือว่านางก็เป็น “สังขารพิเศษเฉพาะ” ที่คนโบราณเล่าขานกันมางั้นหรือ?
จุดนี้เซียวชุ่นก็ไม่กล้าแน่ใจนัก ดังนั้นตอนนี้เขาก็เลยไม่ได้กล่าวในสิ่งที่ตนเองได้คาดเดาเอาไว้ออกมาให้เซี่ยหลีได้รับรู้ แต่คิดว่าจะรอทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า หลังจากนั้นก็ค่อยตัดสินอย่างเด็ดขาด
หลังจากเซี่ยหลีนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นก็กล่าวออกมาอย่างไม่น่าเชื่อว่า: “หากพิจารณาตามคำอธิบายของคุณเซียวแล้ว วิชากู่ที่อยู่ภายในร่างของข้าก็เป็นไปได้ว่าจะไม่กำเริบอีกตลอดไป มิน่าท่านพ่อตอนนั้นเคยบอกกับข้าไว้ว่าโอกาสที่จะจัดการความทุกข์ทรมานของตระกูลก็จะต้องตกอยู่ในมือของข้า!”
พูดจบ เซี่ยหลีก็ยื่นมือไปดึงเชือกวีแดงหนึ่งเส้นที่ห้อยอยู่บนคอ หยิบเอาจี้ที่มีขนาดเท่าลูกปิงปองอันหนึ่งออกมา
ต่อจากนั้นนางก็เปิดจี้ที่ห้อนนั้นออกด้วยตนเอง
เซียวชุ่นในตอนนี้ยังคงกำลังย่อยสิ่งที่เซี่ยหลีกล่าวเมื่อครู่ รู้สึกว่าท่านเซี่ยผู้นี้อาจจะเป็นการทำนายดวงชะตาก็ได้? คิดไม่ถึงว่าจะสามารถทำนายได้ถึงจุดเปลี่ยนที่เกิดขึ้นบนตัวลูกสาวของตนเอง
และเมื่อตอนที่เขากำลังนึกมาถึงจุดนี้ด้วยตนเอง ฝ่ายตรงข้ามก็ได้เปิดจี้ที่ห้อยอยู่นั้นออกเรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้น ในดวงตาของเซียวชุ่นปรากฏเป็นชี่ดำที่ไร้ขอบเขตออกมา ชี่ดำพวกนั้นแฝงไว้ด้วยพลังที่ชวนให้คนขนลุกขนพองขึ้นมา แผ่ซ่านออกมาจากจี้นั้นอย่างบ้าคลั่ง
พอเห็นฉากนี้ เซียวชุ่นก็ประหลาดใจเป็นอย่างหนัก: “นี่คือ......”
เซี่ยหลีมองมายังเซียวชุ่นที่สายตาตื่นเต้นอย่างหาที่เปรียบมิได้อย่างมึนงงเล็กน้อย แล้วกล่าวอธิบาย: “หินเล็กสีดำเหล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าเอาออกมาจากในครรภ์ของแม่ข้า ท่านพ่อบอกว่าตอนที่ข้าเกิด ในมือก็กำก้อนหินนี้ไว้แน่นแล้ว!”
คำพูดเหล่านี้ราวกับว่าเป็นสายฟ้าฟาดมาก็ไม่ปาน มันเสียงดังสะท้อนอยู่ข้างหูของเซียวชุ่น ทำให้คนทั้งคนตระหนกไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว!
คนเก่งกล้าขนาดไหนเชียวจึงจะสามารถจับเอา “หินพิษทิพย์” มากำเนิดได้ด้วย?