ตอนที่ 557
บทที่ 810 เรื่องราวได้สิ้นสุดลงแล้ว
October 28, 2026
เมื่อเทียบกับความน่าสะพรึงกลัวผู้คนของสหพันธ์บู๊ พวกอาวุโสทั้งหลายที่เคยเป็นคนของสมาคมบู๊ สีหน้าท่าทางในตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามืดมนไปบ้างเล็กน้อย
เกาฉิวมองดูหน้าผาที่อยู่เบื้องหน้า จากนั้นก็กวาดสายตามองมายังผู้คน
“ลงเขาไปเถอะ เหตุการณ์ในวันนี้สิ้นสุดเพียงเท่านี้!”
คนที่หลงเหลืออยู่แม้ว่าจะยังสงสัยอยู่บ้าง แต่กลับหันหน้าลงเขาไป
เดินอยู่บนทางเขา ม้งซิวหยุนก็กล่าวออกมากับตัวเองว่า: “เมื่อครู่คนผู้นั้นสามารถรอดพ้นเงื้อมมือการร่วมมือของพวกเราได้ การบำเพ็ญตนไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!”
ได้ฟังดังนั้น ม้งอะหม่านหัวเราะออกมาอย่างเจื่อนๆ : “แม้ว่าจะไม่ได้เห็นรูปลักษณ์โดยละเอียดของคนผู้นั้นชัดเจนนัก แต่คิดๆ ไปแล้วน่าจะเป็นทูตมังกรเขียวกู้ไป๋อีเป็นแน่!”
ความสัมพันธ์ระหว่างม้งเขียวและแดงและสมาคมบู๊ตะวันออกเฮียงใต้ก็นับว่าไม่เลว ดังนั้นม้งอะหม่านในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเผ่าม้งเขียวก็เคยมีการติดต่อกับกู้ไป๋อีอยู่ครั้งสองครั้งบ้าง
ตั้งแต่เข้าร่วมสหพันธ์บู๊ ความสัมพันธ์ของสามกลุ่มม้งก็ค่อยๆ ออมชอมกันขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ขัดแย้งฟาดฟันกันราวลิ้นกับฟันตลอดเช่นนั้น ดังนั้นม้งซิวหยุนและม้งอะหม่านทั้งสองคนก็เลยสามารถที่จะหารือปรึกษาซึ่งกันและกันได้ในตอนนี้เช่นกัน
แน่นอนว่าม้งซิวหยุนไม่รู้จักกู้ไป๋อี ย้อนคิดกลับไปถึงการลงมือเมื่อครู่ของคนผู้นี้ขึ้นมาก็อดที่จะทอดถอนใจด้วยความหดหู่ไม่ได้: “หากวิเคราะห์จากการลงมือของเขาเมื่อครู่นี้ อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็นเขตแดนพรสวรรค์ อายุเช่นนี้มีการบำเพ็ญตนได้ขนาดนี้ ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!”
“ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนเขาเป็นเพียงแค่ “กึ่งพรสวรรค์” เท่านั้นเอง คิดไม่ถึงเลยว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนนี้จะฝ่าทะลวงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือเป็นไปได้ว่ามีเหตุบังเอิญอะไรขึ้น?”
ในขณะที่พูดอยู่ความสงสัยในใจของม้งอะหม่านก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ผู้ฝึกบู๊ แต่เส้นทางในการบำเพ็ญตนต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันแต่ต่างวิธีการ ยิ่งเขตแดนเพิ่มสูงขึ้น ต้องการที่จะทะลวงให้ผ่านไปได้นั้นก็ยิ่งยากลำบากขึ้น เหมือนกับการทะลวงเช่นนั้นของเซียวชุ่นที่เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ ในชีวิตปกติเท่านั้น ย่อมเป็นการดำรงอยู่ที่หาได้ยากยิ่งอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
กู้ไป๋อีเป็นพรสวรรค์ที่สาธารณชนให้การยอมรับ แต่ม้งอะหม่านรู้สึกว่าหากฝ่ายตรงข้ามไม่มีเหตุบังเอิญอะไรขึ้น ต้องการจะทะลวงให้ผ่านแดนพรสวรรค์ไปเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากอย่างไม่ต้องสืบ
และในตอนที่ทั้งสองคนกำลังหารือกันนั้น เกาฉิวก็ได้จัดแจงพวกผู้อาวุโสของสมาคมบู๊พวกนั้นที่ติดตามมาเรียบร้อยแล้ว
หลังจากลงเขา ฉินเจิ้นหวนก็รีบเดินมาที่ข้างกายของเขาแล้วกล่าวถามว่า: “เมื่อครู่กู้ไป๋อีปรากฏตัวขึ้นเหรอ?”
“อืม!” เกาฉิวพยักหน้า: “การบำเพ็ญตนของเขาแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน เมื่อก่อนเขาก็แข็งแกร่งกว่าข้าไปหนึ่งส่วน แต่ตอนนี้ข้ากลับดูไม่ออกเลยจริงๆ!”
เดิมแล้วเขาก็เป็นผู้แข็งแกร่งพรแสวงขั้นสุด ห่างจาก “กึ่งพรสวรรค์” เพียงแค่หนึ่งก้าวเท่านั้นเอง เมื่อก่อนระหว่างเขาและกู้ไป๋อี ทั้งสองคนก็ยังสามารถประมือกันได้สองสามกระบวนท่าอยู่บ้าง
แต่จากที่ฝ่ายตรงข้ามแสดงออกมาให้เห็นเมื่อครู่นี้ เกาฉิวมีเพียงการมองดูฝีมือที่ห่างไกลกันเกินไป!
เห็นเกาฉิวขมวดคิ้วไม่หยุด ฉินเจิ้นหวนก็เลยไม่ได้ไปต้อนถามอะไรอีก ก็เลยมองไปยังพวกผู้อาวุโสสมาคมบู๊เดิม 20 กว่าคนกลุ่มนั้นที่เพิ่งจะเดินลงมาจากบนเขา
ทันใดนั้นเขาก็กล่าวเตือนว่า: “ข้าไปจัดการเรื่องที่จำเป็นต่อจากนี้ก่อน เจ้ารายงานเรื่องทางนี้ให้จ้าวสหเซียวด้วยล่ะ!”
พูดจบเขาก็ก้าวเท้าไปทางกลุ่มใหญ่ทางนั้นอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ในครั้งนี้ สามารถบอกได้ว่าสหพันธ์บู๊ต่อสู้อย่างผ่อนคลายมาก อาศัยสามกลุ่มม้งและพวกทหารมือดีของสหพันธ์บู๊กลุ่มหนึ่งฟาดฟันมาตลอดทาง จัดการจนคู่ต่อสู้ล้มลุกคลุกคลานไปเลย
หากตัดเอาเรื่องที่กู้ไป๋อีช่วยเกาฉิวไปเมื่อครู่นี้ทิ้งไป สมาคมบู๊ตะวันออกเฉียงใต้ทางด้านนี้นอกจากทหารพเนจรเพียงไม่กี่คนแล้ว สามารถบอกได้ว่าทั้งหมดต่างก็เลือกที่จะจำนนต่อสหพันธ์บู๊!
ณ ตอนนี้ มองดูพวกผู้อาวุโสสมาคมบู๊ทุกผู้ทุกคนที่สีหน้าพ่ายแพ้หมองคล้ำแล้ว ในใจของฉินเจิ้นหวนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะมีจิตใจฮึกเหิมขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
หวนคิดไปเมื่อหลายเดือนก่อน เขาในฐานะที่เป็นเจ้าสมาคมบู๊เหลยหยาง ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในเงื้อมมือของคนพวกนี้ไม่น้อยเลย และตอนนี้กลับกลายเป็นดั่งราวการเปลี่ยนแปลงรุ่งเรืองตกต่ำไม่แน่นอนเสมอไป
ฉินเจิ้นหวนก็ไม่ใช่คนถ่อยใจแคบที่จะต้องคิดเอาคืนไปทุกเรื่อง แล้วก็เป็นไม่ไม่ได้ที่จะเพียงเพราะความบาดหมางพวกนั้นเก้บเล็กเก็บน้อยเอามาคิดบัญชีกับพวกทหารที่พ่ายแพ้พวกนี้ แต่กลับทำตามคำสั่งการของเซียวชุ่น เริ่มจัดเตรียมภาระหน้าที่ของคนเหล่านี้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยขึ้นมา
สำหรับอีกด้านหนึ่งนั้น เกาฉิวก็หยิบเอามือถือออกมาแล้วโทรไปหาเซียวชุ่นที่อยู่ที่เลากัวไกลออกไปนั่น
เลากัวเขตพื้นที่ชายแดนขิงป่าพิรุณเขตร้อนชื้น
เซียวชุ่นเอนพิงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งกำลังสูบบุหรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดอยู่
ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากที่หมายไม่ถึง 5 กิโลเมตร ดังนั้นก็เลยตัดสินใจพักผ่อนก่อน รอเย็นค่ำหน่อยค่อยแฝงตัวเข้าไปในนั้น