ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 จุดเริ่มต้นของหญิงสาวผู้อาภัพ
September 29, 2026
ร่างบางตวาดแหว พลางผลักร่างสูงให้ออกห่างจากตน
“เช่นนั้นก็ดี ต่อจากนี้ไปเจ้าจะถูกปลดเป็นเพียงเมียทาสของข้า ทำงานในเรือนไม่ต่างจากบ่าวทั่วไปเพื่อแลกอาหารประทังชีวิต”
พานเยว่หลานไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะเอ่ยเช่นนั้นกับนาง เพราะคิดว่าหญิงสาวไร้ตระกูลบิดาคอยหนุนหลังทำให้เขาสามารถเหยียบย่ำนางเช่นไรก็ได้หรือ ให้นางตายเสียดีกว่า
“คิดว่าข้าจะยอมให้เป็นเช่นนั้นหรือ โจวหานอี้เขียนใบหย่าให้ข้าซะ”
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินหญิงสาวเอ่ยว่าต้องการหย่าขาดจากตน
“เจ้า!! เจ้าที่เป็นเพียงสตรีไร้กำลัง คิดว่าตนเองจะอยู่รอดได้หรือ ถ้าหากไม่มีข้าคอยปกป้อง”
“ข้ายอมไปเป็นขอทานข้างนอกเสียดีกว่าต้องทนเห็นหน้าพวกเจ้าตระกูลโจว”
นางไม่คิดยอมตกเป็นเบี้ยล่างของเขาอีกแล้ว หัวเด็ดตีนขาดวันนี้ยังไงนางก็จะไปจากที่นี่
“ดี! เช่นนั้นข้าก็จะสนองความต้องการของเจ้า”
ชายหนุ่มหยิบกระดาษออกมาสองแผ่น เขียนหนังสือหย่าให้พานเยว่หลานทันที
“จากนี่ไปเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้า ไม่ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับเจ้าก็ห้ามนำตระกูลโจวของข้าไปเกี่ยวข้องเด็ดขาด”
“นั่นเป็นสิ่งที่ข้าต้องการอยู่แล้ว”
หญิงสาวเอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็รีบเก็บข้าวของของตน ไม่สนแม้แต่สินเดิมที่ถูกอดีตแม่สามียักยอกไป ในห่อผ้าของนางมีตำราแค่เพียงไม่กี่เล่มและเครื่องประดับติดตัวเล็กน้อยเท่านั้น
หลังจากก้าวออกจากจวนตระกูลโจว หญิงสาวก็รู้สึกว่าตนเองปล่อยวางเรื่องทุกอย่างแล้ว บัดนี้นางไม่มีห่วงใดทางด้านหลัง ร่างบางเดินเท้าออกนอกเมืองหลวงไปยังวัดหลิงซาน เมื่อไปถึงบันไดทางขึ้นเขา ร่างบางจึงคุกเข่าคำนับสามครั้งก่อนบ่ายหน้าจากไป
“ท่านพ่อท่านแม่ อีกไม่นานลูกจะตามไปอยู่กับพวกท่านแล้ว”
พานเยว่หลานวางห่อสัมภาระทิ้งเอาไว้ ก่อนจะกระโดดลงไปในแม่น้ำที่เย็นเฉียบ ทว่าบุญเก่าของนางยังมีอยู่จึงได้ถูกชาวบ้านช่วยชีวิตเอาไว้เอาไว้
เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมาพบว่าตนยังไม่ตายและยังมีชีวิตน้อยๆ ที่กำลังถือกำเนิดภายในร่างกายของนาง ความสิ้นหวังทั้งหมดที่ผ่านเข้ามาบัดนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นางอยากมีชีวิตอยู่ต่อ
หญิงสาวตัดสินใจเดินทางไปยังบ้านเกิดของบรรพบุรุษ ที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง ที่นั่นไม่มีใครรู้จักตระกูลพานอีกแล้ว เพราะพวกเขาย้ายไปอยู่เมืองหลวงตั้งแต่สมัยทวดของนางยังเป็นเพียงนายทหารหนุ่ม
หญิงสาวเปิดร้านเล็กๆ คิดใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับลูกน้อยเพียงลำพัง ทว่าสวรรค์ก็ได้ส่งบัณฑิตหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งเขามาในชีวิตของนาง
พานเยว่หลานที่หัวใจด้านชาไม่คิดข้องเกี่ยวกับผู้ใดอีก แต่ชายหนุ่มผู้นั้นเมื่อรู้นางเป็นหม้ายและมีลูกแล้วก็มิได้นึกรังเกียจ เขาคอยแวะเวียนมาที่ร้านของนางอยู่เป็นประจำ
เพราะชายหนุ่มที่คอยดูแลเอาใจใส่นางมาตลอดทำให้หญิงสาวใจอ่อนตกลงปลงใจเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา โดยการปิดผนึกชาติกำเนิดและอดีตของตนกลบฝังเอาไว้ ไม่เปิดเผยให้ผู้ใดล่วงรู้
บัดนี้นางคือพานเยว่หลานหญิงสาวกำพร้า มิใช่พานเยว่หลานบุตรสาวของแม่ทัพพาน ชีวิตต่อจากนี้ที่เหลือของนางจะใช้มันเพื่อปกป้องบุตรที่กำลังลืมตาดูโลกและไม่ขอข้องเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตอีกต่อไป
ทว่าหญิงสาวได้ลืมคำทำนายที่ได้ยินที่วัดหลิงซานไปแล้ว ชะตากรรมอันทุกข์ระทมของนางยังไม่สิ้นสุด ทุกอย่างที่นางประสบเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ฟู่!ฟู่!ฟู่! อื๊อออออ!!!”
“เบ่งอีก! ออกแรงเบ่งอีกหน่อย เด็กใกล้จะออกมาแล้ว”
เสียงฟ้าคำรามและสายฝนที่ตกกระทบหลังคาแข่งกับเสียงของหมอตำแย หญิงชราอายุราวห้าหกสิบปีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ส่งเสียงเร่งหญิงสาวที่กำลังจะกลายเป็นมารดาด้วยสีหน้าลุ้นระทึก