ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 ความสิ้นหวังของพานเยว่หลาน
September 29, 2026
“เช่นนั้น..”
“พักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน แต่มิใช่ว่าเราจะไม่ให้ความเป็นธรรมกับนาง แต่เรื่องของบ้านเมืองย่อมต้องมาก่อน วันนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปเถิด”
แม่จะมิได้รับคำตอบจากฮ่องเต้ แต่ภายในใจของพานเยว่หลานก็รู้สึกร้อนรุ่มกับการมาของพ่อสามี นางนั่งรถม้ากลับไปยังเรือนตระกูลโจวอย่างเงียบๆ เก็บตัวอยู่ภายในห้องรอคอยให้ฮองเฮาเรียกตัวเข้าวังอีกครั้ง
ทว่าวันต่อมาข่าวลือเรื่องที่ตระกูลพานเป็นกบฏแอบไปเข้ากับฝ่ายของศัตรูก็ถูกกล่าวถึงไปทั่วเมืองหลวง สาวใช้ฮวาเอ๋อที่ออกไปนอกจวนรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาแจ้งแก่นายของตน
“ไม่จริง!! ข่าวลือพวกนั้นมิใช่เรื่องจริง ท่านพ่อของข้าไม่มีวันทรยศต่อประเทศชาติแน่นอน”
หญิงสาวตวาดแหวออกไปเมื่อได้ฟังเรื่องที่ฮวาเอ๋อเล่า
“ตอนนี้ภายในเมืองหลวงต่างก็พูดถึงเรื่องนี้กันอย่างหนาหู บ่าวเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาไปได้ยินข่าวนี้มาจากที่ใด”
“ฮวาเอ๋อข้าต้องกลับบ้านตอนนี้ เจ้าให้คนเตรียมรถม้าให้ข้าที”
พานเยว่หลานเอ่ยกับฮวาเอ๋ออย่างร้อนรน ทว่ากลับมีเสียงของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตู
“ไม่จำเป็นหรอก ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเข้าไปในตระกูลพานได้”
หญิงสาวตวัดสายตาไปยังผู้ที่มาใหม่ทันที เมื่อเห็นว่าเป็นโจวหานอี้ สำนึกบางอย่างก็ทำให้นางนึกถึงการพบกันกับพ่อสามีในวังหลวงเมื่อวาน
“เป็นท่านใช่หรือไม่ที่ปล่อยข่าวลือพวกนี้ออกมา เป็นตระกูลโจวของท่านที่ใส่ร้ายท่านพ่อของข้า”
หญิงสาวพุ่งตัวเข้าไปกระชากสาบเสื้อของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความโกรธแค้น
“แล้วแต่เจ้าจะคิด แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นคนตระกูลโจวของข้า ถ้าไม่อยากถูกคุมตัวไปยังคุกหลวงอีกคน ก็จงอยู่เงียบๆ ไปซะ”
เมื่อเอ่ยจบร่างสูงก็เดินจากไปด้วยสีหน้าพอใจ
พานเยว่หลานอาละวาดอยู่ภายในห้องด้วยความโมโห ด้านนอกเรือนของนางมีบ่าวรับใช้ชายสี่คนเฝ้าเอาไว้ตามคำสั่งของโจวหานอี้
ครึ่งเดือนต่อมา
“ฮวาเอ๋อเจ้าช่วยออกไปสืบข่าวให้ข้าได้หรือไม่ ข้าอยากรู้ว่าคนตระกูลพานเป็นอย่างไรบ้าง”
หลายวันมานี้นางฝันไม่ดีเอาเสียเลย จึงอยากรู้ว่าครอบครัวเป็นอย่างไร
“เจ้าไม่ต้องสั่งสาวใช้ให้ออกไปสืบหรอก วันนี้เจ้าจะได้เห็นด้วยตาตนเองว่าตระกูลพานเป็นอย่างไรบ้าง ตามข้ามาสิ”
ร่างสูงก้าวเข้ามาภายในห้องโถงของเรือน โจวหานอี้ดึงร่างบางให้ตามตนเองออกจากเรือนตระกูลโจว รถม้าวิ่งตามถนนเส้นหลักไปเรื่อยๆ ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม ม้าก็วิ่งมาหยุดอยู่ที่ลานกลางเมือง สถานที่สำหรับประหารผู้กระทำความผิดต่อหน้าสาธารณชน
“ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม”
หัวใจของหญิงสาวสั่นสะท้าน ตลอดครึ่งเดือนนางที่อยู่เพียงในเรือนไม่สามารถรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับครอบครัวของตนเลย นางหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
“ก็เจ้าบอกว่าต้องการรู้ข่าวของคนตระกูลพานมิใช่หรือ ข้าก็พาเจ้ามาแล้วอย่างไร
“โจวหานอี้ ท่านหมายความว่าอย่างไร”
ดวงตางามจ้องเขม็งไปยังผู้พูด
“ก็หมายความว่า ที่ข้าพาเจ้ามาที่นี่เพื่อให้เจ้าได้พบกับครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย ดูเอาเองสิว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง”
ชายหนุ่มเปิดม่านหน้าต่างรถม้า กลิ่นคาวโลหิตก็พุ่งปะทะเข้ามาในจมูกทันที เมื่อดวงตากลมโตมองออกไป หญิงสาวก็ได้เห็นกลุ่มคนมากมายกำลังรวมตัวกันอยู่ไม่ไกล
ทว่าท่ามกลางคนเหล่านั้นพานเยว่หลานได้เห็นบิดามารดาและพี่ชายทั้งสอง พวกเขากำลังคุกเข่าอยู่ตรงกลางลานโล่ง รอบด้านล้วนเจิ่งนองไปด้วยโลหิตและศพของคนตระกูลพานนับร้อยชีวิต ทว่าบัดนี้เหลือเพียงคนทั้งสีที่คุกเข่าด้วยใบหน้าสงบนิ่ง