ตอนที่ 161
บทที่ 161 ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!
October 28, 2026
เซียวหรานรู้สึกว่าช่วงนี้ไม่รู้ว่าไปติดขัดอะไรตรงไหน คนที่ส่งไปอยู่ข้างกายทางเหลิงหยุนฉีนั้น ไม่ค่อยมีความคืบหน้าเลย
ช่วงบ่ายตอนที่บก.จางของสำนักพิมพ์《บุกเบิก》อยู่ในที่ประชุม จู่ๆ ก็ส่งข้อความออกไป เพื่อแจ้งว่าหวังเชียนกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งดักรออยู่ห้องทำงาน เขาไม่กล้ากลับไปขอนัดสัมภาษณ์กับเหลิงหยุนฉีอีกครั้ง
ถัดจากนั้นตามมาติดๆ หัวหน้าเลขาที่คอยสะกดรอยตามเหลิงหยุนฉีก็หายตัวไปแล้ว
เขาเดินวนเวียนอยู่ในห้องอย่างกระสับกระส่าย
หวังเชียนไปทำอะไรที่เซี่ยงไฮ้? ทำไมต้องออกหน้าแทนเหลิงหยุนฉี? เขามีความสัมพันธ์อันดีขนาดนี้กับเหลิงหยุนฉีตั้งแต่เมื่อไหร่? ประเด็นสำคัญคือ ผู้ชายหน้าตาไม่คุ้นที่อยู่กับเขาเป็นใครกันนะ?
ทำไมถึงรู้สึกว่า หลังจากเหลิงหยุนฉีป่วยครั้งนี้ จู่ๆ ก็มีเรื่องมากมายที่เปลี่ยนไป ซึ่งมันค่อยๆ อยู่เหนือการควบคุมของเขาไปแล้วเหรอ?
แล้วตอนนี้หัวหน้าเลขาไปอยู่ที่ไหนล่ะ?
ปกติทำงานได้อย่างราบรื่นตามความเคยชินมาตลอดหลายปี จู่ๆ พริบตาเดียวก็เกิดปัจจัยที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุขึ้นมาตั้งมากมาย สีหน้าเซียวหรานยิ่งเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งในเวลาเดียวกัน เหลิงหยุนฉีกำลังอาบน้ำเสร็จ พลันได้รับโทรศัพท์
เมื่อเห็นการแจ้งเตือนบนโทรศัพท์ นัยน์ตาเขาทอประกายออกมา พลันรับโทรศัพท์ จึงกระแอมให้สดใสเล็กน้อย “คุณปู่!”
“โอ้! ยังจดจำปู่อย่างฉันได้ด้วย ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรก็ไม่เคยติดต่อปู่มา พอมีเรื่องปุ๊บก็ฉุกคิดถึงคนแก่หงำเหงือกอย่างปู่คนนี้เลยสิ” เสียงประชดประชันของเหลิงเส่าฮุยดังมาจากปลายสายทางนั้น
แม้ว่าจะยุ่งตลอดทั้งวัน แต่สภาพสติสัมปชัญญะยังคงเบิกบาน จนทำให้คนฟังไม่ออกว่า ปีนี้เขาอายุ60 เข้าไปแล้ว
“คุณปู่ยุ่งเรื่องงานทางตอนใต้อยู่ไม่ใช่เหรอคะ? หนูกลัวว่าจะเป็นการรบกวนคุณปู่ จึงไม่กล้าจะโทรหาคุณปู่ถ้าไม่มีเรื่องอะไร” เหลิงหยุนฉีครุ่นคิดถึงความคุ้นชินในการเข้ากับชายชราคนนี้ที่ติดตัวมา จึงรีบออดอ้อนเอาไว้ก่อน
เจ้าของร่างเดิมที่เป็นคนทำตัวหยิ่งผยองตามประสาลูกคนรวยคนหนึ่ง เมื่อกลับมาถึงบ้านการวางท่าออดอ้อนไม่ต้องมีกฎเกณฑ์อะไรมากนัก
ที่แท้ ฝ่ายตรงข้ามก็ถอนหายใจยาวๆ ออกมา “รู้ว่าแกเข้าใจ”
ครอบครัวอย่างเช่นพวกเขา ต่างมีสไตล์จริงๆ แต่ภูมิหลังการเติบโตของเด็กๆ ค่อนข้างสับสนมากนัก บางครั้ง ในบรรทัดฐานเชิงวัตถุมันช่างเพรียบพร้อมมาก แต่การที่คนในครอบครัวอยู่ด้วยกันเป็นเรื่องที่ยากมาก
ระยะนี้ทางใต้มีเรื่องเยอะมาก เขาไม่สามารถว่อกแว่กได้จริงๆ แต่ว่า...
“คนที่คอยสะกดรอยตามหลานอยู่ปู่ได้ให้คนจับตามองแล้ว หลังจากบันทึกคำสารภาพแล้ว จึงเริ่มปะติดปะต่อเรื่องใหม่” เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ พลันแววตาของท่านเหลิงฉายเงาออกมา
ปีนั้น หยุนฉีเคยผ่านประสบการณ์ถูกลักพาตัวไป ช่างเหมือนกับบาดแผล ที่คอยทิ่มแทงหัวใจของตระกูลเหลิงทุกขณะจิต ยามเมื่อสัมผัสอย่างแผ่วเบา ก็เหมือนเงาตะคุ่มอันหนักอึ้ง
ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ในทางธุรกิจ ท่านเหลิงจะไม่ลงมือใดๆ แต่เรื่องการสะกดรอยตามนั้น มันเป็นการล้ำเส้นของเขาแล้ว
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาส่งเสียงพึมพำในลำคออย่างเย็นชา
“ปู่ว่าตระกูลเซียวคงใช้ชีวิตอย่างราบรื่นเกินควร ตอนนี้ยังกล้ายื่นมือออกมาในตำแหน่งที่ไม่ควรจะเอื้อมออกมาด้วยซ้ำ ถึงขั้นนี้แล้ว ก็ตัดมันทิ้งซะ!”