ตอนที่ 167
บทที่ 167 คำกระซิบกระซาบของคนสองคน
October 28, 2026
รอจนสิ้นสุดการประชุมเสวนาบรรยายแล้ว ตอนที่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งออกมาจากห้องบรรยายแล้ว ทุกคนต่างรู้สึกว่ามีเสียง “อื้ออึง” ก้องอยู่ในหู
นี่เป็นการประชุมเสวนาทางวัฒนธรรมของผู้ประกอบการ และการรับสมัครคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างเป็นทางการจริงๆ ใช่มั้ย?
ทำไมมักจะรู้สึกว่า ตนเองทำเหมือนเป็นงานปลอมๆ เลยล่ะ?
“อะแฮ่ม เวลาไม่รอท่าแล้วครับ ประธานเฉียว ทางเราได้จองอาหารกลางวันในโรงแรมแถมมหาวิทยาลัยเอาไว้ ท่านคิดว่าควรจะเชื้อเชิญให้ทุกท่านย้ายในตอนนี้ เพื่อกินข้าวกันอย่างสะดวกเลยมั้ยครับ?” หัวหน้าแผนกโลจิสติกส์สอบถามมาหนึ่งประโยคอย่างพินอบพิเทา แต่สายตาคอยมองเฉียวหยู่โม่อย่างอดเสียไม่ได้
ไม่รู้ว่าบุรุษหนุ่มที่จู่ๆ พลันปรากฏตัวกับประธานเหลิงในตอนเช้าเป็นใครกัน แต่เขามักจะรู้สึกว่า บุคคลท่านนี้ทำให้บรรยากาศแกร่งกล้ามาก แต่ตัวคนเฉยเมยไปหน่อย นอกจากสายตาที่คอยมองมาที่ประธานเหลิงเป็นบางครั้ง ราวกับน้อยครั้งนักที่จะสนใจเรื่องอื่น
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าความรู้สึกเหินห่างอันแก่กล้า ตอนที่ประชุมเสวนาอยู่เมื่อครู่นั้น เกรงว่าคนที่สอบถามเขา ก็จะรู้สึกปั่นป่วนมากขึ้นกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม เหลิงหยุนฉียังไม่ได้พูดอะไร โจวหยุนเป็นคนมีอากัปกิริยาตอบสนองก่อน
“ไปสิ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว” ตอนอยู่ในห้องบรรยายเมื่อครู่ยังฝืนทำตัวเป็นตัวละครอันยอดเยี่ยม ตอนนี้พอออกมาแล้วก็ผ่อนคลายลงเยอะ พลันลูบคลำท้องว่าง เหมือนผีหิวโซที่ชิงมาเกิด
ผู้บริหารระดับสูงสองคนของโจวซื่อ :…ทนดูไม่ไหว...ทนดูไม่ได้จริงๆ
เฉียวหยู่โม่ยังไม่ทันพูดอะไร แต่ก็ไม่ได้แสดงความหมายต่อต้านอย่างเห็นได้ชัดเจน
ดังนั้น กลุ่มคนทั้งกลุ่มจึงไปโรงแรมทันที
บังเอิญว่าเป็นช่วงเวลารับประทานอาหารที่หนาแน่นพอดี ภายในห้องโถงมีคนรวมตัวกันอยู่ไม่น้อย
เวลาที่เหลิงหยุนฉีกับพรรคพวกเดินผ่านนั้น ฝีเท้าของผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลพลันชะงักเล็กน้อย และรีบเร่งฝีเท้ามาด้านข้างของเหลิงหยุนฉี พลันกระซิบพูด “ประธานเหลิงครับ เมื่อครู่ผมเห็นผู้อำนวยการของสำนักงานมหาลัย F ผมขอเข้าไปทักทายสักหน่อย อีกสักครู่จะตามไปครับ”
ช่วงระหว่างการประชุมเสวนาภายในมหาวิทยาลัยนั้น ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลกับท่านนี้ได้กล่าวทักทายกันแล้ว ตอนนี้ได้พบเจอ ย่อมต้องเข้าไปกล่าวทักทายเล็กน้อย
เหลิงหยุนฉีพยักหน้า พลันนำคนอื่นมุ่งหน้าไปยังห้องรับรอง
อาหารกลางวันจัดการได้อย่างเรียบง่ายที่สุด เพราะตอนบ่ายทุกคนต่างมีงานกันอย่างถ้วนหน้า ย่อมไม่มีการดื่มเหล้าแต่อย่างใด
แม้ว่าอาหารจะสู้เจียงหนานแมนชั่นไม่ได้ แต่รสชาติก็ไม่เลว เหลิงหยุนฉีเห็นว่าเฉียวหยู่โม่ไม่ยอมพูดอะไรตั้งแต่เช้า พลันแปลกใจจนอดไม่ไหว “รู้สึกเบื่ออยู่หรือเปล่าคะ?”
ด้วยสถานะอย่างเฉียวหยู่โม่ เกรงว่าคงไม่เคยมาเข้างานประชุมเสวนาแน่ๆ
เฉียวหยู่โม่คิดอยู่ในใจ : เบื่อเหรอ? ไม่ขนาดนั้น “แค่มีชีวิตชีวาเกินเหตุ เสียงดังจนปวดสมอง”
“แค่ก~”
โจวหยุนที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ตลอด ตั้งแต่ที่อาหารมาเสิร์ฟ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเฉียวหยู่โม่ จึงสำลักทันที น้ำตาคลอเบ้า
นั่นมันมีชีวิตชีวาเกินเหรอ?
ทั้งๆ ที่นั่นคืออยากได้เพื่อนสนิทของเธอกับพ่อหน้าตาดั่งเทพบุตรอย่างคุณ!