ตอนที่ 183
บทที่ 183 ละครฉากใหญ่
October 28, 2026
“พรุ่งนี้ว่างไหม?” ในขณะที่เหลิงหยุนฉีกำลังสงสัยว่าทำไมเฉียวหยู่โม่ดูไม่ชอบเซียวหรานอยู่นั้น อีกฝ่ายก็ดูพยากรณ์อากาศ แล้วถามออกมาลอยๆ
“หืม? ก็ว่างนะ ทำไมเหรอ?” เหลิงหยุนฉีก้มหน้าตักอาหารเข้าปาก จากนั้นก็มองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ
“ว่าจะไปสนามยิงปืนน่ะ สนใจไหม?” เฉียวหยู่โม่เห็นซอสเลอะขอบปากของเธอก็ยิ้มออกมาเบาๆ แล้วพยักพเยิดให้เธอใช้ทิชชู่เช็ดออก
เหลิงหยุนฉีเช็ดไปพลาง เอ่ยถามอย่างอยากรู้ไปพลาง “ปืนจริงๆน่ะเหรอ?”
เท่าที่เธอจำได้ เจ้าของร่างเดิมเหมือนจะชอบไปสนามยิงปืนกับคุณปู่หลายครั้ง แต่ว่าเนื่องจากปืนกระบอกนั้นแรงหนักมากเกินไป แล้วเธอก็ยิงไม่ค่อยแม่น จึงล้มเลิกและขี้เกียจไปอีก
แต่ว่า ก่อนเธอจะมาเกิดใหม่ก็เคยจับปืนมาก่อนเหมือนกัน พูดจริงๆ ยังคงรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ลึกลับอยู่ดี
เพราะถึงยังไง การควบคุมอาวุธปืนในประเทศค่อนข้างจะเข้มงวดเป็นพิเศษ คนธรรมดาทั่วไปมีน้อยคนมากที่จะได้สัมผัสมัน
“ใช่” เฉียวหยู่โม่พยักหน้า “ผมให้คนเตรียมปืนไว้หลายแบบ คุณลองได้หมด เวลางานก็คือเวลางาน ส่วนเวลาว่างก็ควรไปใช้มันให้คุ้ม”
นัยน์ตาของเหลิงหยุนฉีทอประกาย “ได้ งั้นพรุ่งนี้ไปด้วยกัน”
เธอใช้ทิชชู่เช็ดริมฝีปากจนสะอาด ไร้คราบซอส ขนาดลิปสติกก็ยังถูกเช็ดออกจนหมด แต่ไม่รู้ว่าทำไม เขาเอาแต่รู้สึกว่า ริมฝีปากของเธอในตอนนี้มันดูยั่วยวนเป็นพิเศษ
เฉียวหยู่โม่หลบสายตาอย่างเนียนๆ กระแอมไอเบาๆแล้วพูดว่า “พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณ”
เหลิงหยุนฉีตอบรับ ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าแววตาของเขาเปลี่ยนไป ก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ
เรือสำราญแล่นไปตามผิวน้ำแม่น้ำหวงผู่อย่างสงบ สองข้างฝั่งมีแต่ความระยิบระยับ ด้านหนึ่งเป็นแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าที่เปิดเอาไว้เพราะผู้คนจำนวนหนึ่งต้องทำงานล่วงเวลา อีกด้านเป็นสายตาตกตะลึง จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
คงเพราะรู้ว่าอีกเดี๋ยวเซียวหรานกำลังจะ “โด่งดัง”เพียงชั่วข้ามคืน เหลิงหยุนฉีจึงกินข้าวอร่อยเป็นพิเศษ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เฉียวหยู่โม่ก็พาเธอมาส่งที่บ้านไว่ทาน จากนั้นก็ส่งต่อหัวข้อติดอันดับร้อนแรงในขณะนี้ไปให้เธอ
“เร็วขนาดนี้เลย?”
ตั้งแต่ทานข้าวจนกลับมาถึงบ้าน ใช้เวลาไปแค่สองชั่วโมงกว่าๆ แต่ชื่อเสียงของเซียวซื่อกลับขึ้นไปแทนที่ตำแหน่งความนิยม จนได้รับ “การบันทึก” ให้เป็นหัวข้อยอดนิยมอันดับที่สอง
เหลิงหยุนฉีอดทึ่งกับประสิทธิภาพในการทำงานของหลัวจิ้นไม่ได้ พร้อมกันนั้นก็เปิดอ่านเนื้อหาข้างใน
“ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนสืบได้ว่าพวกผมเป็นคนปล่อยข่าว ก็จะยิ่งเร็วกว่านี้อีก” เฉียวหยู่โม่ยิ้มออกมา
เหลิงหยุนฉีจงใจปั่นหัวเซียวหราน ในเมื่อตอนนี้ไม่ได้เตรียมตัวที่จะหงายไพ่ลับ เขาจึงไม่ให้หลัวจิ้นหลุดความเคลื่อนไหวออกไปอยู่แล้ว
เบาะแสที่เปิดเผยให้สำนักข่าวเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ผ่านการเตรียมการมาแล้ว ไม่มีใครสามารถสืบหาต้นตอได้แน่นอน คงมีแต่จะคิดว่า ทุกอย่างเป็นผลมาจากสื่อประโคมข่าวเท่านั้น
ถึงอย่างไรแล้ว วันนี้พิธีลงนามของเหลิงซื่อมีการเคลื่อนไหวอย่างยิ่งใหญ่ขนาดนั้น โอกาสมาลอยอยู่ตรงหน้า คงไม่มีสำนักข่าวไหนยอมปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ
“ดื่มอะไรสักหน่อยแล้วค่อยกลับไหม?” เหลิงหยุนฉีกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็อ่านเนื่อหาข่าวจบ อดที่ยกนิ้วโป้งให้เฉียวหยู่โม่ในใจไม่ได้ สมกับเป็นคนที่เก่งที่สุดในเมืองหลวงจริงๆ ตั้งแต่เปิดโปงเรื่องที่ซุนหยานท้องไปถึงเรื่องที่เซียวซื่อถอยหลังลงคลอง ล้วนแล้วแต่จัดการได้อย่างลื่นไหล สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ในช่วงบ่าย คนขับรถที่ใจดีไปส่งซุนหยานที่โรงพยาบาลมาคิดค่ารักษาพยาบาลที่เขาออกให้ก่อนกับเธอ ซุนหยานไม่มีเงินสดติดตัว ดังนั้นจึงจะไปถอนที่ATMในห้องโถงโรงพยาบาลมาให้
แต่ใครจะไปรู้ ว่าจะบังเอิญเจอกับนักข่าวคนหนึ่งกำลังสัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่พอดี
ช่วงเช้าอีกฝ่ายเองก็อยู่ที่โรงแรมฮิลตันเหมือนกัน เห็นเองกับตาว่าซุนหยานถูกประธานบริษัทจางซื่อ “ตบตี” ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ช่วยอะไรไม่ได้เพราะทุกคนเอาแต่ไล่ตามหลังเหลิงหยุนฉี พอหันกลับมาอีกที ก็พบว่าคนนี้หายไปแล้ว
ในเมื่อพระเจ้ายื่นโอกาสมาให้ขนาดนี้ แล้วนักข่าวจะปล่อยไปง่ายๆได้ยังไง?
เมื่อเห็นซุนหยานถอนเงินไปให้ผู้ชายคนหนึ่ง แล้วเดินกลับไปที่ห้อง
เขาก็แฝงตัวเป็นญาติผู้ป่วย วิ่งรุดๆไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล!
อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ตอนนี้ต้องเปิดโปงความจริงเรื่องที่เธอท้องให้ได้!
นักข่าวคนนั้นสมองพลันแล่น ปฏิกิริยาแรกคือติดต่อเพื่อนที่เมืองหลวง ให้ไปสืบเรื่องของซุนหยานมา