ตอนที่ 209
บทที่ 209 เป็นคนโง่กันทั้งหมด
October 28, 2026
ผู้สมัครตำแหน่งผู้ช่วยประธานบริษัทมีทั้งหมด 4 คน ชายสามหญิงหนึ่ง ดูจากการแต่งกายล้วนดูดีเรียบร้อย ประวัติส่วนตัวก็ดีมาก จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังทั้งหมด
แม้ว่าผู้จัดการฝ่ายบุคคลจะรู้สึกว่าท่าทางของเฉียวหยู่โม่จะไม่ธรรมดา แต่ก็ยังคงทำตามระเบียบโดยการให้ทั้งสี่คนนี้แนะนำตัวเองอย่างง่ายๆ
หญิงสาวเพียงคนเดียวถูกจัดให้เป็นคนแรก อายุ 29 ปี เครื่องหน้าทั้งห้าไม่ได้โดดเด่น แต่แต่งหน้าได้ละเอียดรอบคอบมาก ดวงตาราวกับหมอกควันในวันฝนตกพรำๆคู่หนึ่ง เหมือนกับหญิงสาวบอบบางคนหนึ่ง เธอแย้มรอยยิ้มขณะกวาดตามองที่นั่งผู้สัมภาษณ์ และเอ่ยขึ้นอย่างเป็นทางการ แค่เอ่ยพูดก็รู้ว่าเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ พูดจาสั้นกระชับ ไม่มีประโยคที่เกินความจำเป็นสักประโยค หลังจบการศึกษาก็ทำงานอยู่ในวงการบันเทิงตลอด มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับสื่อ คุ้นเคยกับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่เช่นกัน มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับผู้คน
เฉียวหยู่โม่มองผู้ชายสามคนที่เหลือแวบหนึ่ง ปลายนิ้วลูบโต๊ะแผ่วเบา ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ เขาย่อมหวังให้หมายเลขหนึ่งคนนี้แสดงออกได้อย่างยอดเยี่ยมหน่อย
ลำดับที่สองกับลำดับที่สาม ทั้งสองคนเป็นคนที่จบการศึกษาระดับสูงจากเมืองนอก เพียงแต่ว่าคนหนึ่งมาจากมหาวิทยาลัยของอเมริกาว อีกคนหนึ่งมาจากมหาวิทยาลัยขอออสเตรเลีย ไม่เหมือนกับผู้สมัครทั่วไปในประเทศ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศค่อนข้างนาน การพูดจาและสีหน้าท่าทางล้วนเปิดเผยและดูเป็นธรรมชาติยิ่งกว่า สลับพูดสองภาษาได้อย่างอิสระ และมีความเข้าใจทิศทางของวงการบันเทิงล่าสุดในต่างประเทศเป็นอย่างดี
คนสุดท้ายนับว่าเป็นคนที่รูปร่างหน้าตาดึงดูดสายตาผู้คนมากที่สุดในบรรดาผู้สมัครทั้งสี่ นัยน์ตาคู่นั้นคล้ายกับเจือไปด้วยรอยยิ้มตั้งแต่เกิด สุภาพนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ สง่าผ่าเผย แต่ที่สำคัญคือประสบการณ์เขาประหลาดมากที่สุด
“ทนายจาง ทำไมคุณถึงสมัครในตำแหน่งนี้กัน” ผู้จัดการเจี่ยที่รับผิดชอบดูแลฝ่ายกฎหมายมองเขาด้วยสีหน้าตะลึง
เป็นที่ทราบกันดีว่า จางซื่อของพวกเขา นอกจากฝ่ายกฎหมายแล้ว ยังมีทีมทนายที่ปรึกษาที่มีชื่อเสียงด้วย ทนายจางคนนี้ก็เป็นทนายความที่ทำงานร่วมกับพวกเขา นับว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ปรึกษา แต่ว่า ในมือเขามีคดีเยอะมาก มักจะไปทำงานนอกสถานที่ตลอดปี พวกเขาก็แค่พยักหน้าทักทายกัน คิดไม่ถึงว่าการพบหน้ากันในครั้งนี้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
ก่อนหน้านี้เขาเห็นเขายืนอยู่ท่ามกลางผู้สมัคร ก็นึกว่าเขาจะเปลี่ยนมาสังกัดในฝ่ายกฎหมาย คิดไม่ถึงว่า...
เป็นถึงทนายความที่เฉลียวฉลาดมากความสามารถคนหนึ่ง กลับคิดจะเปลี่ยนเส้นทางอาชีพไปเป็นผู้ช่วยกลางทาง?
“เหตุผลส่วนตัว ต้องการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน เห็นโฆษณารับสมัครงานของบริษัท บวกกับก่อนหน้านี้เคยทำงานร่วมกับทางบริษัทมาก่อน จึงตั้งใจมาลองดูสักหน่อยครับ” จางเหอยิ้มด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เห็นได้ชัดว่าคาดคะเนได้ถึงคำถามนี้แต่เนิ่นๆ จึงตอบคำถามได้ราบรื่นเป็นอย่างมาก
แต่ว่า คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนเป็นคนฉลาดมีไหวพริบ จึงฟังความหมายในคำพูดเขาได้สองความหมาย
ความหมายแรก การเปลี่ยนสายงานในครั้งนี้เป็นเหตุผลส่วนตัวทั้งหมด จึงไม่สะดวกที่จะเปิดเผย
ความหมายที่สอง ในฐานะที่เขาเป็นเจ้าหน้าที่ในทีมที่ปรึกษาของจางซื่อกรุ๊ป จึงมีความเข้าใจต่อสภาพการณ์พื้นฐานของจางซื่อ ทำงานเยอะเกินไปก็ไม่เป็นปัญหา
เช่นนั้นปัญหาก็มาแล้ว
สี่คนนี้ ทุกคนล้วนยอดเยี่ยมมาก แต่ละคนล้วนมีความเชี่ยวชาญของตนเอง
จะเลือกอย่างไร?
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลปวดหัวอยู่บ้าง
นี่คือตำแหน่งงานสุดท้ายที่รับสมัครในเช้าวันนี้แล้ว แต่พูดตามตรงเลยว่า สี่คนนี้เป็นผู้แข็งแกร่งในบรรดาผู้สมัครทั้งหมด ไม่ว่าจะคัดคนไหนออกล้วนน่าเสียดาย
ที่สำคัญก็คือ เขามองคนไหนก็ล้วนดีมากจริงๆ
ผู้สัมภาษณ์หมายเลขหนึ่งทำงานในวงการบันเทิงมานานหลายปี มีพื้นฐาน มีเส้นสาย และเป็นผู้หญิง จึงไม่มีข้อต้องห้ามอะไรในเรื่องเพศสภาพกับประธานเหลิง หมายเลขสองกับหมายเลขสาม ความคิดโลดแล่น สมองดี ทั้งยังมีประวัติว่าไปเรียนต่อต่างประเทศ ล้วนยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก สะดวกต่อการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศของบริษัทในภายหน้าเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่สี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สามารถผ่านการสอบกฎหมายมาได้ ท่องประมวลกฎหมายยาวเฟื้อยจนกลายเป็นทนายความเก่งกาจคนหนึ่ง ล้วนเป็นคนยอดเยี่ยม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ร่วมมือกับบริษัทโดยการเข้าทำงานในสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุดด้วยเลย นั่นนับว่าเป็นคนยอดเยี่ยมในหมู่คนยอดเยี่ยมเลย
สายตาของทุกคนมองไปทางเหลิงหยุนฉีโดยไม่รู้ตัว
ผู้สัมภาษณ์คนอื่นๆ ดีร้ายอย่างไรก็ยังมีผู้จัดการฝ่ายสอบถาม แต่เมื่อถึงตำแหน่งผู้ช่วยประธานบริษัท ในฐานะหัวหน้าโดยตรง คนที่สามารถถามคำถามได้ก็คือตัวประธานบริษัทเพียงคนเดียวแล้ว
อ่อ ไม่สิ อาจจะยังมีประธานเฉียวท่านนั้นด้วย
เพียงแต่ว่า ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมจะให้ประธานเหลิงเริ่มก่อน
เหลิงหยุนฉีมองไปทางกลุ่มผู้สมัคร ยิ้มน้อยๆด้วยสีหน้าผ่อนคลาย แต่กลับถามคำถามที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของทุกคน “พวกคุณคิดว่า ตำแหน่งผู้ช่วยประธานบริษัทต้องทำงานอะไรกันแน่”
คนที่อยู่ในห้องประชุมต่างมองหน้ากันไปมาในทันที
คำถามนี้ หน้าที่ของตำแหน่งนี้ได้เขียนอธิบายไว้บนในประกาศรับสมัครอย่างชัดเจน ทำไมถึงต้องย้อนกลับมาถามอีกรอบกัน