ตอนที่ 211
บทที่ 211 Oh My God!
October 28, 2026
เฉียวหยู่โม่ลุกขึ้นยืนช้าๆ เงยหน้ามองไปทางเหลิงหยุนฉีแวบหนึ่ง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เธอพอใจต่อความสามารถที่แสดงออกมาของจางเหอในวันนี้มาก ดูจากเหตุการณ์ในการสัมภาษณ์เมื่อครู่ จางเหอก็โดดเด่นจนคนอื่นเทียบไม่ติดฝุ่นเลยจริงๆ แต่…
แววตาของเขาค่อยๆลุ่มลึก นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้หันไปทางผู้จัดการฝ่ายบุคคล “ตรวจสอบประวัติก่อนแล้วกัน”
ทุกคนสูดลมหายใจลึก และนึกขึ้นมาได้ในทันทีว่า ก่อนหน้านี้ผู้จัดการเจี่ยของฝ่ายกฏหมายได้ถามจางเหอว่าทำไมจู่ๆถึงได้คิดจะเปลี่ยนสายงาน ไม่ยอมเป็นทนายความดีๆ ดันจะมาเป็นผู้ช่วยประธานบริษัทกะทันหัน คำตอบของจางเหอคือเหตุผลส่วนตัว แต่ทำไมถึงได้ทำแบบนั้น เขากลับไม่ได้เอ่ยละเอียด
ตำแหน่งนี้เปราะบางเกินไปจริงๆ ถ้าหากว่าฝ่ายตรงข้ามทำความผิดอะไรในตำแหน่งเดิมจนถูกบีบให้จำเป็นต้องลาออก เพื่อหาทางออกอื่น เช่นนั้นก็วุ่นวายแล้ว
“ผมจะไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้ครับ” สามารถนั่งในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคล ย่อมมีความสัมพันธ์กับคนภายนอกในแวดวงนี้ดีมากพอ นับประสาอะไรกับจางเหอ ที่เดิมทำหน้าที่อยู่ในสำนักงานกฎหมายที่บริษัทพวกเขามักจะร่วมงานด้วยตลอดปี แบบนี้ยิ่งง่ายเลย
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลไปโทรศัพท์ เฉียวหยู่โม่ก็ออกจากห้องประชุมไป
“แค่กๆ คือว่า ประธานเหลิง วันนี้ประธานเฉียวอารมณ์ไม่ค่อยดีหรือเปล่าครับ” ผู้จัดการเจี่ยกับผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงที่เหลือเห็นเฉียวหยู่โม่ออกไปแล้ว ไหล่ที่เกร็งอยู่ก็คลายตัวลงโดยไม่รู้ตัว และในตอนนี้ถึงได้รู้สึกได้ถึงแผ่นหลังที่ไม่รู้ว่าเปียกชุ่มตั้งแต่เมื่อไร
การมีอยู่ของคนคนนี้แข็งแกร่งจริงๆ!
“ก็โอเคนะ” เหลิงหยุนฉียิ้มๆ สายตาที่มองผ่านแผ่นหลังของเฉียวหยู่โม่ไปมีประกายพาดผ่าน และเบนสายตามองไปยังกลุ่มคนที่ยังอยู่ที่นี่อย่างรวดเร็ว “พวกคุณลิสต์รายชื่อผู้สมัครเมื่อครู่ที่ค่อนข้างพอใจส่งให้ผู้จัดการฝ่ายบุคคล วันนี้สำหรับภาพรวมการสัมภาษณ์นั้นไม่เลวเลย”
เมื่อเห็นว่าBOSSของตัวเองยังอารมณ์ดี ความกดดันที่อยู่ในใจของทุกคนก็คลายออก สีหน้าท่าทางก็ผ่อนคลายไม่น้อยเช่นกัน
ช่วงนี้แต่ละฝ่ายงานล้วนทำงานล่วงเวลากันอย่างบ้าคลั่ง เพื่อให้แพลตฟอร์มBOXเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เมื่อมีกำลังคนใหม่เข้ามา ก็นับว่าได้เพิ่มความกระตือรือร้นด้วย
ก็แค่...
ผู้จัดการหลายฝ่ายสบตาซึ่งกันและกันแล้วทอดถอนใจ
คนที่สมัครเป็นผู้ช่วยประธานบริษัทสี่คนสุดท้าย แต่ละคนล้วนมีคุณสมบัติดีจริงๆ ไม่ว่าผู้สมัครคนไหนจะได้ ที่เหลืออีกสามคนล้วนน่าเสียดายในห้องประชุม เหล่าผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงปรึกษาหารือกัน
นอกห้องประชุม ก็ไม่ได้เงียบไปกว่าด้านในเท่าไร
เพื่อสะดวกต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ข่าวสาร จางซื่อกรุ๊ปตั้งใจสร้างห้องมัลติมีเดียและห้องประชุมในชั้นนี้ โดยแต่ละห้องครอบครองพื้นที่อย่างละครึ่งของชั้น
ตอนนี้ คนที่รอผลการสัมภาษณ์ก็นั่งอยู่ที่ห้องมัลติมีเดีย กำแพงทั้งสี่ด้านที่เต็มไปด้วยจอ LCDล้วนกำลังรายงานข่าวจากภาครัฐและที่ไม่ใช่ภาครัฐอยู่
ทุกคนต่างคุยกันอยู่
“ปีนี้จางซื่อทำอะไรเอิกเกริกมาก สองสามวันก่อนหน้านี้ฉันดูอันดับค้นหายอดฮิต ล้วนติดอันดับด้วย”
“แต่ก่อนฉันไม่เคยคิดเลยว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์จะบุกเข้าไปในโลกบันเทิงด้วย แต่อย่าพูดจะดีกว่า พิธีการลงนามร่วมมือกันในครั้งนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ”
“จะว่าไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าโจวซื่อก็ยืนอยู่ในวงการได้อย่างมั่นคงแล้ว ทำไมถึงได้คิดจะทำสัญญากับจางซื่อกัน ได้ยินมาว่า ประธานสาวท่านนี้เจรจาได้เลย เธออายุแค่ 22 ปีเอง จุ๊!”
จางเหอนั่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคนแล้ว ก็แค่ยิ้มบางๆ โดยไม่ได้พูดอะไรมาก
ทันใดนั้นไหล่ก็ถูกคนตบเบาๆ เขาหันหน้าไป ก็พบกับใบหน้าคุ้นเคย จึงหัวเราะออกมาทันที
“รุ่นพี่ เมื่อครู่ผมยังนึกว่าจำคนผิด ที่แท้ก็เป็นรุ่นพี่จริงๆ!” เว่ยเฉิงมองเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง
คณะนิติศาสตร์ของมหาลัย Fเป็นอันดับหนึ่งของทั้งประเทศ เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่า ทำไมจางเหอถึงไม่เป็นทนายความ แต่กลับเปลี่ยนอาชีพมาสายงานธุรกิจแทน
“นายจบป.โทแล้วเหรอ?” ในฐานะลูกชายคนเดียวของท่านอธิการบดี เว่ยเฉิงกระทำการใดล้วนละเอียดรอบคอบ ปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน จางเหอมีความประทับใจที่ดีต่อเขามาโดยตลอด ทั้งสองคนไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว เมื่อได้พบกันย่อมพูดคุยกันถึงเรื่องในอดีต
“เพิ่งจบปีนี้แล้วก็รีบกลับมาเลยครับ คราวที่แล้วจางซื่อไปจัดงานสัมมนาที่มหาวิทยาลัยพวกเรา ผมเห็นพอดีจึงเตรียมตัวมาลองสักหน่อย เดิมเตรียมจะสมัครตำแหน่งผู้ช่วยประธานบริษัท ในภายหลังถูกประธานเฉียวท่านนั้นให้คำแนะนำ ดังนั้นครั้งนี้ผมมาสมัครฝ่ายขายและการตลาด”