ตอนที่ 213
บทที่ 213 เท่ห์ระเบิดไปเลย!
October 28, 2026
เหลิงหยุนฉียื่นมือขวาออกมาช้าๆ กดนิ้วชี้และนิ้วกลางลงข้างมุมปาก ปากทำท่าทางเบ้ลง แสดงออกว่า ตัวเองจะไม่หัวเราะแล้วจริงๆต่อหน้า เฉียวหยู่โม่
แต่ทว่า เฉียวหยู่โม่ยังคงมองตำแหน่งที่นิ้วมือเธอแตะเอาไว้นิ่งๆ
ลักยิ้มสองข้างนั้น นุ่มนิ่มมาก เมื่อยิ้มออกมา ก็เจือไปด้วยความหวานล้ำเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้เขาถึงกับรู้สึกว่าฝ่ามือคันยุบยิบ
ทางด้านผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็เปิดประตูใหญ่ห้องประชุม ส่งสัญญาณให้ผู้สมัครทุกคนเข้ามาได้ และประกาศผล
เหลิงหยุนฉีกลับไปนั่งในแถวของตำแหน่งผู้สัมภาษณ์
นัยน์ตาเฉียวหยู่โม่เหม่อลอยไปเล็กน้อย และก็กลับคืนสู่ความเฉยชาที่แสดงต่อหน้าคนอื่น
แต่ทว่า ครั้งนี้ หลังจากผู้สัมภาษณ์ทุกคนเข้ามาแล้ว สายตาของทุกคนก็รวมอยู่ที่ร่างของเฉียวหยู่โม่เป็นตาเดียวกัน นัยน์ตาที่เปล่งแสงคู่นั้น ทำให้ผู้บริหารระดับกลางและสูงของจางซื่อล้วนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหายใจลำบากขึ้นมา
นี่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
ก็แค่รออยู่ข้างนอกครู่เดียว ทำไมสีหน้าท่าทางของคนพวกนี้แต่ละคนถึงได้ประหลาดอย่างบอกไม่ถูก?
“แค่กๆ!” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลขมวดคิ้ว อดไม่ได้ที่จะกระเเอมไอ
ถึงได้ดึงความสนใจจากทุกคนมารวมกันที่รายชื่อผู้ถูกเลือกในมือของเขา
“ทางเราดีใจเป็นอย่างมากที่ทุกท่านมาเข้าร่วมการสัมภาษณ์รอบสุดท้ายของบริษัทพวกเรา หลังจากที่ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันแล้ว เชิญผู้สมัครที่ถูกเรียกชื่อมาดำเนินขั้นตอนเริ่มทำงานที่ฝ่ายบุคคลในช่วงบ่ายของวันนี้ด้วยนะครับ ส่วนทุกท่านที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสัมภาษณ์ ก็ไม่ต้องท้อแท้ไป ความสามารถของพวกคุณเป็นที่ประจักษ์ชัดเเจ้งในสายตาทุกคน ขออวยพรล่วงหน้าให้ทุกท่านได้พบกับเวทีที่เหมาะสมจะให้ตัวเองแสดงออกมากกว่านี้นะครับ”
กล่าววาจาสง่าผ่าเผยที่ดูสวยหรูจบแล้ว ย่อมต้องประกาศผลการสัมภาษณ์
สถานการณ์แบบนี้ สำหรับคนที่ทำงานมาเป็นเวลานาน เดิมไม่ควรจะมีความรู้สึกสะเทือนใจมากเกินไป
แต่ตั้งแต่ที่รู้ว่า ประธานเฉียวที่นั่งอยู่ที่นี่คือท่านผู้นั้นของเฉียวซื่อ ก้นบึ้งในจิตใจของทุกคนก็ค่อยๆเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา จางซื่อไม่เพียงแต่จะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่อย่างการจับมือร่วมกับตระกูลโจวเคลื่อนทัพเข้าวงการบันเทิง ดูท่าทางความสัมพันธ์กับเฉียวซื่อก็ดีอย่างไม่มีเหตุผล
ถ้าหากว่าครั้งนี้สามารถกอดขา จางซื่อเอาไว้ได้ ก็ไม่แน่ว่า ในอนาคตอาจจะรุ่งโรจน์ขึ้นพรวดพราดก็ได้!
ดังนั้น สายตาของทุกคนถึงได้กระตือรือร้นมาก ยามมองไปที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคล และแทบจะทนไม่ไหวให้ชื่อที่เขาประกาศออกมาให้ตอนนี้เป็นชื่อของตัวเอง
ทำให้สีหน้าท่าทางผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงทั้งกลุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้สัมภาษณ์ประหลาดมากกว่าเดิม ผู้สมัครเหล่านี้ ผิดปกติ!
เว่ยเฉิงเป็นคนแรกที่ถูกเรียกชื่อ เขามองไปทางเหลิงหยุนฉีด้วยสายตาสดใสเป็นประกาย และยิ้มให้เธอโดยไม่รู้ตัว
จางเหอนั่งอยู่ข้างเขา ตบไหล่เขาเพื่อแสดงความยินดี
จำนวนคนที่ได้งานในฝ่ายงานแรกๆนั้นค่อนข้างเยอะ ใบหน้าของผู้คนมากมายแย้มรอยยิ้มออกมา
แน่นอนว่าคนที่ไม่ได้งาน มีสีหน้าหดหู่อย่างเลี่ยงไม่ได้
แต่ทว่า รอจนถึงตอนประกาศตำแหน่ง “ผู้ช่วยประธานบริษัท” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็ชะงักไปเล็กน้อย ดังนั้น ทุกคนจึงพากันมองไปทางเหลิงหยุนฉีโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้เองที่เหลิงหยุนฉีลุกขึ้น กวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้องประชุม จากนั้นก็ยิ้มบางๆ ขณะประกาศว่า “ยินดีด้วย ทนายจาง คุณเปลี่ยนสายงานสำเร็จแล้ว”
คนไม่น้อยมีความชื่นชมในแววตา จางเหอเดินไปตรงหน้าเหลิงหยุนฉีด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น โค้งตัวเล็กน้อย พลางจับมือเธอ “ขอบคุณประธานเหลิงที่ให้โอกาสนี้กับผมครับ”