ตอนที่ 6
บทที่ 6
October 6, 2026
“จะตีเจ้าให้ตายเลยนังเด็กชั้นต่ำ นังตัวไร้ค่า!”
“ถึงกับกล้าแย่งของกับบุรุษอย่างข้าเชียวรึ!”
ที่เห็นอยู่ภายในลานเรือน หยิงหยิงที่ร่างกายผอมแห้งหกล้มลงกับพื้นและกำลังถูกเด็กชายตัวน้อยร่างอ้วนฉุกระชากผมพร้อมกับใช้ตอกไม้ไผ่เฆี่ยนตีนางอยู่
มวยเล็กๆ สองข้างที่เกล้าขึ้นอย่างน่ารักยิ่งบนศีรษะของนางถูกดึงจนหลุดลุ่ย เผยให้เห็นหนังศีรษะสีขาวอมเขียว บนใบหน้าก็เปรอะเปื้อนไปด้วยขี้โคลนและจ้ำเลือดมองดูเหมือนเลือดสดๆ กำลังหยดออกมา สภาพดูไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง
ซึ่งคนที่ทุบตีนางก็คือญาติผู้พี่ของนาง ลูกชายคนเล็กของบ้านใหญ่ เฉียวชิงอวี้นั่นเอง
เฉียวชิงอวี้โตกว่าเฉียวหยิงหยิงเพียงหนึ่งปี กลับกินจนหน้าอืดหูโต ร่างทั้งงุ่มง่ามทั้งเทอะทะ อ้วนราวกับหมูตัวหนึ่ง
ไอ้เด็กเวร!
เฉียวยางยางเดินเข้าไปได้ก็ถีบเข้าที่ก้นย้อยๆ ของเขาในทันที!
จากนั้นนางก็ประคองหยิงหยิงขึ้นมา “หยิงหยิง เป็นอย่างไรบ้าง?”
“พี่รอง ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าไม่เจ็บเลย!” เฉียวหยิงหยิงกลัวพี่สาวเป็นห่วงจึงรีบกล่าวปลอบ พร้อมทั้งอธิบายอีกว่า “เมื่อเช้าตอนข้ากำลังป้อนอาหารให้เสี่ยวหลันก็ถูกเฉียวชิงอวี้เห็นเข้า เขาจึงมาแย่งเสี่ยวหลันของพวกเราไป ทั้งยังเอาก้อนหินทุบมันด้วย! เสี่ยวหลันใกล้จะตายอยู่แล้วเจ้าค่ะ!”
เสี่ยวหลัน?
เฉียวยางยางคีบกุ้งมังกรฟ้าขึ้นมาดู เห็นว่ามันได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างที่ว่าจริงๆ ก้ามอันใหญ่โตถูกทุบจนหักไปข้างหนึ่ง ดูร่อแร่ยิ่ง เกรงว่าจะไม่รอดเสียแล้ว
ยามนี้ เฉียวชิงอวี้ก็ลุกขึ้นมาจากพื้นและชี้หน้าด่าเฉียวยางยาง “นังโง่สมควรตาย! นังคนเสียสติ! เจ้ากล้าถีบข้ารึ?”
“ถีบเจ้าแล้วอย่างไร?”
“ข้า ข้าเป็นผู้ชายนะ!”
“ผู้ชายแล้วทำไมรึ? หนังหนางั้นหรือ? สงสัยเมื่อกี้ข้าจะถีบเบาไป!”
ขณะกล่าววาจา เฉียวยางยางก็ยืนขึ้น หว่างคิ้วแฝงไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้ายอยู่เต็มเปี่ยม
เฉียวชิงอวี้พลันถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว พลางตัวสั่นเทา หนาวจังเลย~
แต่ด้วยความที่เขาชอบกดขี่ข่มเหงจนเคยชิน ไหนเลยจะยอมกลืนสิ่งนี้ลงไปกัน?
ปกติญาติผู้พี่ผู้นี้ทั้งโง่ทั้งเขลา ป้อนไส้เดือนกับขี้ไก่ให้กินก็ไม่เคยปฏิเสธ เขาไม่กลัวนางหรอก!
“กล้าแย่งของกับบุรุษอย่างข้า! ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าให้หลาบจำ!”
เฉียวชิงอวี้กระโดดขึ้นมาแล้วพุ่งเข้ามาราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงออกมาจากปากกระบอก!
เฉียวยางยางยกมือขึ้นมากันและกดศีรษะเขาไว้ได้อย่างง่ายดาย!
“นี่แน่ะ นี่แน่ะ!”
เฉียวชิงอวี้ทั้งอายทั้งโกรธ แขนสองข้างกวัดแกว่งไปมาราวกับวงล้อวายุเพลิง*(วงล้อวายุเพลิงเป็นหนึ่งในอาวุธวิเศษของนาจา)