ตอนที่ 3
บทที่ 1.3
September 18, 2026
บนตัวของเขานอกจากแพรพรรณแพงหูดับแล้ว ยังมีมีดสั้นคู่หนึ่งที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าหุ้มแข็ง แล้วก็กระบอกไฟ มีแค่นั้นจริงๆ
หญิงสาวถอนหายใจออกมาจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วมองหาฟืน นางต้องก่อไฟ ผึ่งเสื้อผ้าส่วนหนึ่งให้แห้ง จากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที
ตอนเริ่มก่อไฟหญิงสาวครุ่นคิดด้วยความสับสน เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งว่าสมัยโบราณ แม้แต่กระบอกไฟก็สามารถบอกฐานะของผู้ที่พกพาได้ เพราะวิธีทำกระบอกไฟก็คือใช้วัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงได้ เช่น กระดาษเนื้อหยาบ หญ้าบางชนิด มูลสัตว์ หรืออย่างดีคือเถามันเทศและปุยนุ่น นำส่วนผสมมาหมักน้ำแล้วบีบทุบและเค้นจนเป็นใย ทำอย่างนี้หลายครั้งก่อนจะนำไปตากแห้ง แล้วนำไปผสมกับขี้ไต้
ส่วนผสมต่อจากนั้นก็มีจำพวก ดีเกลือ ผงกำมะถัน ยางสน และการบูร อัดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ ก่อนใช้ต้องจุดไฟจนติดแรง แล้วค่อยดับไฟลงจนเหลือเพียงสะเก็ดไฟคุกรุ่นอยู่ข้างในแต่ไม่เหลือเปลวไฟ พอจะใช้ก็เปิดออกแล้วเป่าจนไฟติด
จุดสำคัญอยู่ตรงนี้...เพราะในกลุ่มผู้มีอันจะกินมักใช้เชื้อเพลิงจากใยมันเทศและนุ่นผสมขี้ไต้ซึ่งจุดง่ายกว่า เพียงใช้มือโบกพัดไม่กี่ทีก็จุดติด ส่วนชาวบ้านธรรมดานิยมใช้เยื่อกระดาษหยาบซึ่งมักจะติดไฟยากกว่า
กระบอกไฟในมือของนางเพิ่งถูกใช้ไป ผู้เป็นเจ้าของตกน้ำจมลงไปทั้งตัว ข้าวของเปียกหมด แต่โบกกระบอกไฟไม่กี่ทีไฟก็ติดโดยง่าย เห็นชัดว่านี่เป็นกระบอกไฟชั้นดีมาก
ก่อไฟแล้ว... ตอนนี้ก็ผึ่งเสื้อผ้าให้แห้ง หาไม่กลางคืนอากาศหนาวเหน็บ ไม่ใครก็ใครได้หนาวตายเป็นแน่ หญิงสาวนำไม้มาปักสองฝั่งใกล้กองไฟ พาดไม้อีกอันทำเป็นราวตากผ้า มีดสั้นของเขาแม้เล็กแต่ก็คมมาก การตัดไม้ท่อนเล็กๆ จึงไม่เป็นปัญหา
มองคนเจ็บที่ถูกนางลอกคราบจนกึ่งเปลือย รั่วเซวียนได้แต่พึมพำซ้ำๆ ว่านางไม่ได้จะล่วงเกินเขา แค่ต้องตากชุดของเขาบางส่วนให้แห้ง หาไม่เขาก็คงตายอยู่ดี...
ชุดตัวนอกแห้งแล้ว... นางแอบเปลี่ยนชุดตัวในออกมาตาก จากนั้นก็สวมชุดตัวนอกแทน มองเขาที่ยังคงสวมชุดตัวในเปียกชุ่ม หญิงสาวได้แต่ลังเลไม่กล้าเปลี่ยนชุดให้เขา
นาง...ทะเลาะกับตัวเองนานมาก กว่าจะกล้าเดินไปคว้าชุดตัวนอกที่แห้งแล้วของเขา
“อย่าได้โกรธข้าเลย ข้าต้องช่วยท่านเปลี่ยนเสื้อผ้า” นางกระซิบบอกเขา แต่ตอนที่กำลังเอื้อมมือไปคลายสายผูกกางเกงตัวใน มือใหญ่กลับคว้าหมับเข้าที่หลังมือของนาง