ตอนที่ 5
บทที่ 2.1
September 18, 2026
รั่วเซวียนมองคนที่หายใจหอบเหงื่อท่วมด้วยความหนักใจ เขาเป็นไข้จริงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย บาดแผลขนาดนี้เขากลับรู้สึกตัวนั่นทำให้นางประหลาดใจอยู่มาก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่เป็นอะไร
เคลื่อนย้ายเขาไม่ได้ อาหารหรือยาก็ไม่มี ที่นี่คือที่ไหนนางเองก็ยังไม่รู้ หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความสิ้นหวัง ที่ทำได้คือเช็ดตัวให้เขาพร้อมกับใช้น้ำลูบริมฝีปากให้เพื่อไม่ให้เขาขาดน้ำ ช่วงที่เขาหมดสตินางเดินไปรอบๆ มองหาอะไรสักอย่างเท่าที่หาได้
โชคดีที่สวรรค์ไม่ใจร้ายจนเกินไป จากจุดที่นางยืนไกลลิบในแม่น้ำ แพของชาวบ้านกำลังไหลมาตามกระแสน้ำ รั่วเซวียนตะโกนสุดเสียงโบกไม้โบกมือขอความช่วยเหลือ พยายามทำทุกทางเพื่อให้แพนั้นมองเห็นนาง
น้ำไหลเชี่ยวหากแพผ่านไปแล้วก็ยากจะวกกลับมา แม้เขามองเห็นนางแต่ก็เลยไปไกล คราแรกหญิงสาวยังนึกว่าหมดหวังแล้ว โชคดีที่ท่านลุงผู้นั้นจอดแพห่างออกไปและเดินวกกลับมาดู
สอบถามแล้วเขาแซ่จาง นามเหิง ท่านลุงจางผู้นี้ท่าทางใจดีมากจนนางรู้สึกถึงโชคดีของตนแล้ว นางขอบคุณเขาด้วยความซาบซึ้ง ช่วยกันกับท่านลุงผู้นั้นแบกร่างคนเจ็บที่ไม่ได้สติไปที่แพ
ท่านลุงจางพาทั้งสองไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไกลออกไป แถมยังบอกว่านางโชคดีที่เขาเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวง หาไม่ฤดูน้ำหลากเช่นนี้แม่น้ำเหอหนานย่อมไม่มีเรือแล่นผ่าน
หมู่บ้านดังกล่าวอยู่ไกลจากจุดที่หญิงสาวกับชายหนุ่มค้างคืนมาก แม้สายน้ำไหลเชี่ยวยังต้องล่องแพออกมานานเกือบสามชั่วยามกว่าจะถึง ยังดีที่หมู่บ้านมีแม่หมอมากประสบการณ์อยู่ อาการไข้ของชายหนุ่มจึงมีคนช่วยดูแล
“ท่านลุงเจ้าคะจากที่นี่ไปเมืองลั่วอี๋ต้องเดินทางกี่วันเจ้าคะ”
“เมืองลั่วอี๋? เจ้ามาจากเมืองลั่วอี๋หรือ”
“เจ้าค่ะ”
“เดินเท้าสิบสองวันขึ้นไปทางทิศเหนือ”
สิบสองวัน!!! คิดถึงรถไฟฟ้าชะมัด...
“เช่นนั้น...แม่นางเสี่ยวเซวียน หากเจ้ายอมรออีกหน่อย ข้าจะขอร้องท่านลุงให้ช่วยส่งข่าวไปยังสหายของข้า ให้เขาส่งรถม้ามารับ ระหว่างทางข้าจะแวะไปส่งเจ้าที่เมืองลั่วอี๋ ตอบแทนที่เจ้าช่วยชีวิต”
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวก็มองเขาด้วยดวงตาสว่างวาบ “เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว!!”