ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 หลับในอ้อมแขนของเธอ
September 29, 2026
จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พ่อบ้านฝูเอ่ยเรียกจากข้างนอก “นายน้อย”
ลู่อวี้เจินตอบเสียงราบเรียบ “เข้ามา”
พ่อบ้านฝูเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป “นายน้อย จะจัดการกับ...คุณนายน้อยอย่างไรดีครับ”
ลู่อวี้เจินยืนนิ่งข้างเตียงครู่หนึ่ง เขาสูง 187 เซนติเมตร สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย เชิร์ตขาวตัวหนึ่งกับกางเกงสีดำตัวหนึ่ง แต่เนื้อผ้าราคาแพงนั้นถักทอด้วยมือ ขับเน้นหุ่นสูงเพรียวผึ่งผายของเขาออกมา
ลู่อวี้เจินหลุบตาลง นิ้วมือเคาะกระดุมเงินเงาวาวบนเสื้ออย่างเป็นจังหวะ เขาปรายตามองซย่ามี่เฉิงอย่างไม่ใส่ใจ “คุณคงยังไม่รู้ว่าหลังบ้านของสวนโยวหลันเลี้ยงหมาป่าไว้สองตัว โยนให้พวกมันกิน...ดีไหมนะ”
หัวใจของซย่ามี่เฉิงกระตุก พวกผู้อาวุโสเป็นผู้จัดเตรียมงานสมรสนี้ โดยเฉพาะผู้อาวุโสจากตระกูลทรงอิทธิพลในเมืองไห่เฉิง ได้แก่ตระกูลลู่ ตระกูลกู้ ตระกูลฮั่วและตระกูลซู
นายน้อยของตระกูลลู่คือผู้ถืออำนาจสูงสุดเหนือพวกเขา ว่ากันว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่อายุน้อยและหล่อเหลาที่สุดในวงการ ทว่าไม่มีใครเคยเห็นเขามาก่อน เขาค่อนข้างทำตัวลึกลับ
สวนโยวหลันตั้งอยู่อย่างปลีกวิเวก มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่เรือนใหญ่โตโอ่อ่าแต่อย่างใด ตระกูลซย่าส่งคนไปตรวจสอบสวนโยวหลัน กลับได้ข้อมูลเพียงว่ามีย่ากับหลานชายอาศัยอยู่ที่นั่น อีกทั้งหลานชายผู้นี้ยังเป็นเจ้าบ่าวขี้โรคนอนติดเตียงที่เล่าลือกัน
ความฝันยิ่งใหญ่สูงสุดของหลี่เชียนฮุ่ยคือแต่งลูกสาวให้กับตระกูลทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองไห่เฉิง ผลการตรวจสอบสวนโยวหลันทำให้เธออยากจะขุดสุสานบรรพบุรุษตระกูลซย่ามาถามเหลือเกินว่าทำไมถึงจัดงานแต่งงานหลอกหลวงอย่างนี้
หลี่เชียนฮุ่ยไม่อยากให้ลูกสาวแต่งกับชายผู้นี้ แต่ซย่าฉุนหยางเป็นบุรุษหัวโบราณที่ยึดถือความกตัญญู เขาไม่อยากยกเลิกสัญญาแต่งงานที่พวกผู้อาวุโสตกลงกันไว้
ในเมื่อทนเห็นลูกสาวของเธอแต่งกับชายผู้นี้ไม่ได้ หลี่เชียนฮุ่ยจึงคิดถึงซย่ามี่เฉิง แล้วรับเด็กสาวกลับมาแต่งงานแทนลูกตนเอง
ตามความเข้าใจของซย่ามี่เฉิง ชายหนุ่มเบื้องหน้าหาได้เป็นผู้ดีสูงศักดิ์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
ชายหนุ่มที่ยืนข้างหน้าเธอแผ่กลิ่นอายเยียบเย็นและดูแคลนในทุกการเคลื่อนไหว ไอเย็นยะเยือกซึมออกมาจากทุกอนุของเขา ราวกับกษัตริย์สั่งการไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ทำให้คนได้แต่ก้มกราบแทบเท้า
อีกทั้งเขายังเลี้ยงหมาป่าสองตัวไว้หลังบ้าน การเลี้ยงหมาป่าไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาทั่วไปจะทำได้
ซย่ามี่เฉิงคิดจะเอ่ยปาก แต่จู่ๆ ชายผู้นั้นก็วางมือลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบของเขาเผยรอยเจ็บปวดออกมา
พ่อบ้านหน้าเปลี่ยนสี เขาพูดขึ้นทันทีว่า “นายน้อย ผมจะไปเรียกหมอมาเดี๋ยวนี้!”
ซย่ามี่เฉิงเคลื่อนสายตาลง เส้นเลือดบนมือใหญ่ของเขากระตุกอย่างแรง เหมือนเป็นสัญญาณว่าโรคกำเริบ
เขาป่วยหรือ? ยิ่งกว่านั้น เกรงว่าคงจะเป็นโรคร้ายแรงอย่างหนึ่ง
ซย่ามี่เฉิงสบดวงตาแดงก่ำของชายผู้นั้น ลู่อวี้เจินหันหน้ามามองเธอ แต่ผู้ที่เขาพูดด้วยกลับเป็นพ่อบ้าน “ให้เธอออกไปซะ!”
“คุณนายน้อย รีบออกไปเถอะ” พ่อบ้านรีบกล่าว
ซย่ามี่เฉิงรู้ดีว่าตนออกไปไม่ได้ เธอกลับตระกูลซย่ามาโดยมีเป้าหมายในใจ และต้องการสถานะเจ้าสาวของสวนโยวหลันนี้ด้วย
ซย่ามี่เฉิงมองลู่อวี้เจินด้วยนัยน์ตาใสกระจ่าง เธอไม่คิดจะหลบสายตาของเขา “คุณป่วยอยู่ ป่วยเป็นอะไรเหรอ ฉันพอมีความรู้ทางการแพทย์ ชำนาญด้านการฝังเข็ม รักษาคุณได้”
ลู่อวี้เจินเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงอย่างเยียบเย็น “ออกไปให้พ้น!” ถ้อยคำนี้โพล่งออกมาจากลำคอ
อย่างไรก็ตาม ซย่ามี่เฉิงไม่ได้ออกไป แต่ก้าวเข้าไปหาเขาแทน “ฉันได้กลิ่นแปะฮะ ฝูหลิง เทียนหมา และสมุนไพรหายากอื่นๆ จากตัวคุณ นี่ล้วนเป็นสมุนไพรยาจีนสำหรับรักษา...อาการนอนไม่หลับ ถ้าทายไม่ผิด คุณมีปัญหาเรื่องการนอน นอนไม่หลับตอนกลางคืน”
พ่อบ้านมองซย่ามี่เฉิงอย่างตกตะลึง “คุณนายน้อย ท่าน...”
สายตาของซย่ามี่เฉิงตกบนดวงหน้าหล่อเหลาของลู่อวี้เจิน “อาการนอนไม่หลับของคุณอยู่ขั้นไหน ถ้าทรุดโทรมถึงบางขั้น สภาพจิตใจของคุณจะถูกกระทบกระเทือน เวลาที่ร่างกายเหนื่อยล้าแต่พักผ่อนไม่ได้ จะทำให้เกิดอีกตัวตนหนึ่งในร่างของคุณ ตัวตนนี้จะเซื่องซึม ขี้หงุดหงิดและน่ากลัว แทบจะเป็นอาการผิดปกติทางจิตเลยทีเดียว”
หางตาเรียวยาวของลู่อวี้เจินแดงก่ำยิ่งขึ้น หน้าผากของเขาปกคลุมไปด้วยหมอกอึมครึมชั้นหนึ่งแล้ว เขายื่นมือไปบีบคอของซย่ามี่เฉิงในคราวเดียว
คอของเด็กสาวเรียบเนียนและบอบบาง เพียงเขาบีบเบาๆ ชีวิตของเธอก็หาไม่แล้ว
“คุณนายน้อย เลิกยั่วโทสะนายน้อยได้แล้วครับ! นายน้อย รีบปล่อยคุณนายน้อยเถอะครับ!” พ่อบ้านลนลานถึงขั้นจะพุ่งเข้าไปห้าม
อากาศที่เธอสูดเข้าไปน้อยลงเรื่อยๆ ดวงหน้าน้อยๆ ของเธอเริ่มแดงก่ำ แต่กระนั้นมือน้อยๆ ของเธอกลับเคลื่อนไปฝังเข็มบนจุดของลู่อวี้เจินอย่างรวดเร็ว
ลู่อวี้เจินคลายมือแล้วล้มลงบนโซฟา
ซย่ามี่เฉิงหอบหายใจอย่างหนัก เธอไม่ได้อยากตายตอนที่กลับมาเมืองนี้เลย เมื่อครู่เธอหวาดกลัวมาก