ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 นายน้อย ท่านลืมไปแล้วเหรอว่าท่านอนามัยจัด?
September 29, 2026
ไม่นาน ลู่อวี้เจินก็ชะงักมือ ไม่ได้เลิกผ้าปิดหน้าของซย่ามี่เฉิงออก
เขาก้มหน้าลงมองเด็กสาวที่นอนบนเตียง ถ้าเธอลืมตาขึ้น จะเห็นได้ว่านัยน์ตาของเธอนั้นงดงามจริงๆ ดำขลับแวววาวคล้ายแมวน้อย ยามที่เงยหน้ามองคน ดวงตาราวกับกรงเล็บแมวน้อยที่ข่วนหัวใจ
เธอคือการผสมผสานกันระหว่างความไร้เดียงสากับเสน่ห์ความงาม
ลู่อวี้เจินเหลือบมองรอยแดงบนคอของเธอ ผิวของเธอบอบบางมาก เขาเพียงบีบคอของเธอเบาๆ ก็เกิดรอยแดงบนนั้นแล้ว
ลู่อวี้เจินหันหลังเดินกลับไปนอนบนโซฟา
อาการนอนไม่หลับของเขาแย่ลงเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะรักษาหายด้วยการฝังเข็มของเธอหรอก อย่างไรก็ตาม ทักษะทางการแพทย์ของเธอยอดเยี่ยมจริงๆ เมื่อครู่เขาถึงกับนอนพักในอ้อมแขนของเธอได้ครู่หนึ่ง
ประมาณสักสิบนาที
นานมากแล้วที่เขานอนหลับได้เป็นเวลาสิบนาที
ลู่อวี้เจินชำเลืองมองร่างอรชรแบบบางบนเตียงทำไมมือของเธอถึงได้เล็กและนุ่มนิ่มอย่างนี้กันนะ
...
เช้าวันต่อมา
ซย่ามี่เฉิงนั่งในห้องอาหาร จิบน้ำแกงพุทราแดงกับเม็ดบัวที่สาวใช้ตักให้ นายหญิงใหญ่ลู่ยิ้มจนแก้มปริระหว่างสนทนากับเธอ
“เฉิงเฉิง ย่าชอบหนูตั้งแต่แรกเห็น ถ้าอวี้เจินรังแกหนูบอกย่าได้เลยนะ ย่าจะช่วยจัดการเขาให้หนูเอง... ดื่มสิ! อย่าหยุด ดื่มน้ำแกงอีกสักหน่อย อีกไม่นานพวกเราจะต้องคลอดเด็กน้อย แล้วคลอดเด็กอีกคนหลังจากนั้น ย่าหวังจะอุ้มอวี้เจินตัวน้อยข้างหนึ่งกับเฉิงเฉิงตัวน้อยอีกข้างอยู่นะ...”
เรือนผมของนายหญิงใหญ่ลู่ขาวโพลนหมดแล้ว แต่เธอยังคงมีสติปราดเปรียวอยู่ ทั้งยังใจดีและเป็นกันเอง ดังนั้นซย่ามี่เฉิงจึงชอบเธอมาก ถ้าไม่สนว่าเธอกำลังพูดจาล้อเล่นอยู่
ทันใดนั้น สาวใช้ก็เอ่ยขึ้นว่า “อรุณสวัสดิ์ค่ะ นายน้อย”
ลู่อวี้เจินลงมาแล้ว
ซย่ามี่เฉิงเงยหน้าขึ้นมา วันนี้เขาสวมเชิร์ตขาวกับกางเกงสีดำ เป็นชุดแสนคลาสิกที่ดูหล่อเหลา เนื้อผ้าทอมือถูกรีดจนไร้รอยยับ เขาเดินบนพรมแดงอย่างมั่นใจ ดูผ่าเผยและภูมิฐาน
หญิงสูงวัยผู้มีหน้าที่ตรวจสอบพรหมจรรย์ของเด็กสาวเดินตามหลังลู่อวี้เจิน ในมือถือผ้ามงคลที่วางไว้บนเตียงเมื่อคืน บนผ้ามีรอยเลือดเปื้อนอยู่
หญิงผู้นั้นแจ้งข่าวดีให้นายหญิงใหญ่ลู่กลั้วหัวเราะว่า “คุณนายใหญ่ ยินดีด้วยค่ะ ขอให้ท่านได้อุ้มเหลนในเร็วๆ นี้”
“ดีๆ ๆ พ่อบ้าน ตกรางวัลให้ที”
นายหญิงใหญ่ลู่มอบซองแดงอย่างใจกว้าง
ซย่ามี่เฉิงเห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าผ้าในมือหญิงสูงวัยผู้นั้นคือผ้ามงคลจากห้องนอนของเธอกับลู่อวี้เจินเมื่อคืน ครั้งแรกของหญิงสาวมักมีเลือดออก แต่ทั้งสองคนไม่ได้เข้าหอ ถ้าอย่างนั้น...รอยเลือดมาจากไหนหรือ
เวลานี้ลู่อวี้เจินเดินมาหยุดยืนข้างเธอ เขาเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงพลางโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอว่า “ผมทำเองแหละ คงไม่ได้ทำอะไรเกินควรใช่ไหม คุณยัง...บริสุทธิ์อยู่ใช่ไหม”
เขาถามตรงเกินไปแล้ว ซย่ามี่เฉิงไม่เคยคบใครมาก่อน เวลานี้ติ่งหูขาวเนียนของเธอร้อนผ่าว
ทั้งสองคนดูใกล้ชิดกันมาก ท่าทางที่ลู่อวี้เจินโน้มตัวไปกระซิบกับซย่ามี่เฉิงดูคล้ายสามีที่ไว้ใจภรรยา
นายหญิงใหญ่ลู่รีบปิดตาตนเอง “ย่าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น! ย่าไม่ดูหรอก! พวกหลานคุยกันต่อตามสบายได้เลย”
แม้นายหญิงใหญ่ลู่จะพูดอย่างนั้น แต่เธอก็ยังถ่างนิ้วออกลอบมองดูอยู่ดี
ลู่อวี้เจินชำเลืองมองติ่งหูแดงเถือกของซย่ามี่เฉิง เขาเลิกคิ้วเรียวขึ้น ปล่อยเสน่ห์เย้ายวนของชายหนุ่มที่โตเต็มวัยออกมา “ยังไม่ถึงวันเกิดอายุยี่สิบปีของคุณ แสดงว่ายังอายุสิบเก้าอยู่ คุณคงยังไม่เคย...ผ่านผู้ชายมาก่อนสินะ”
ซย่ามี่เฉิงยังเด็กมาก อายุแค่สิบเก้าปีเท่านั้น
ทว่าลู่อวี้เจินอายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว เป็นวัยที่เสน่ห์และสง่าของผู้ชายเต็มไปด้วยความหล่อเหลาและเป็นผู้ใหญ่
เขาถามติดๆ กันไม่หยุด ร่างของทั้งคู่อิงแอบแนบชิดกันยิ่งขึ้น ซย่ามี่เฉิงสัมผัสลมหายใจอุ่นๆ โลมไล้ผิวบอบบางของเธอ ทำให้เธออยากมุดหนีเสียเหลือเกิน
“จะกินข้าวไหม”
ซย่ามี่เฉิงหันไปตักน้ำแกงก่อนจะยื่นไปที่ปากของเขา คิดจะหุบปากเขา
พ่อบ้านรีบเอ่ยขึ้นว่า “คุณนายน้อย นั่นคือช้อนของท่านนะครับ!”
นายน้อยเป็นคนอนามัยจัด หนำซ้ำนายหญิงน้อยยังใช้ช้อนนั้นไปแล้ว พ่อบ้านรีบยกน้ำมาแก้วหนึ่งให้นายล้างปาก
แพขนตายาวของซย่ามี่เฉิงกระพือไหวด้วยความประหลาดใจ เธอเพียงคิดจะหุบปากเขา แต่กลับกลายเป็นป้อนเขาด้วยช้อนของตนเองไปแทน นี่มัน...
ลู่อวี้เจินยืดตัวขึ้น เขาย่นคิ้วงามแวบหนึ่ง แล้วกลืนน้ำแกงเต็มช้อนนั้นที่ถูกป้อนต่อหน้าทุกคนลงไป